สายเกาหลีห้ามพลาด ต้องเตรียมตัวอย่างไร ? เรียนต่อที่ไหนได้บ้าง ?

ปัจจุบันในประเทศไทยมีบริษัทของต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในไทยค่อนข้างเยอะ หนึ่งในนั้นคือบริษัทของประเทศเกาหลี ประกอบกับกระแส K-pop ยังคงมาแรงต่อเนื่อง พี่เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนมีวงไอดอลเกาหลีในดวงใจ พี่ก็มีเหมือนกันนะ อิอิ ? หลายคนเริ่มศึกษาภาษาเกาหลีโดยการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือไปเรียนเพิ่มเติมตามสถาบันต่าง ๆ ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยในไทยหลาย ๆ มหาวิทยาลัยก็มีการบัญญัติหลักสูตรภาษาเกาหลีลงในการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองความต้องการของน้อง ๆ อยากรู้ว่าที่ไหนเปิดสอนบ้าง แล้วต้องเตรียมตัวอย่างไรในการสอบเข้า เพื่อที่จะได้ทำงานที่รัก มารวมกันตรงนี้เลยค่ะ พี่จะพาทัวร์เอง  คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาเกาหลี มุ่งผลิตบัณฑิตให้เป็นทรัพยากรบุคคลของชาติที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาเกาหลีทั้งด้านความรู้และทักษะ เช่น การฟัง พูด อ่าน เขียนและแปล เพื่อสามารถนำไปใช้ในการประกอบวิชาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาเกาหลีทั้งในหน่วยงานของรัฐและเอกชน ตลอดจนสามารถใช้ภาษาเกาหลีเพื่อเป็นสื่อในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม และเป็นพื้นฐานเพื่อการศึกษาต่อยอดในระดับที่สูงขึ้นต่อไปตามสภาพความพร้อมและความต้องการของนักศึกษาต่อไป   คุณสมบติในการเข้าศึกษาต่อ กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม. 6 หรือ…

เอาใจ “เด็กสายศิลป์” เลือกเรียนคณะที่ใช่ ได้ทำอาชีพที่ชอบ

ขอเสียงน้อง ๆ  ที่เรียนสายศิลป์ทุกคนหน่อยเร็ว หลายคนคงตั้งคำถามว่าเมื่อเรียนจบแล้วเราจะมีงานอะไรรองรับหรือเปล่า แล้วต้องเรียนคณะไหนถึงจะทำอาชีพนี้ได้ และการสอบเข้าต้องใช้คะแนนวิชาไหนบ้าง วันนี้พี่จะมาแนะนำเพื่อน้อง ๆ จะได้เลือกคณะที่ตัวเองชอบและมีเวลาในการเตรียมตัวเพิ่มมากขึ้น สายอาชีพที่เรียนมาจากกลุ่มคณะก็จะแตกต่างกันออกไป สายงานก็จะมีความแตกต่างกันตามความถนัดของตัวเอง วันนี้พี่เลยนำสายงานที่เมื่อเรียนจบจากคณะต่าง ๆ มารวมไว้เพื่อให้น้อง ๆ ได้เห็นภาพตัวเองในอนาคตชัดเจนมากยิ่งขึ้น กลุ่มคณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ สำหรับกลุ่มนี้ใครที่มีความถนัดด้านภาษา อยากเรียนต่อด้านนี้ หรืออยากจะเรียนด้านสื่อ ด้านสังคม พี่ต้องขอแนะนำการศึกษาต่อในกลุ่มนี้เลย เมื่อเรียนจบแล้วอาชีพที่สามารถเลือกทำได้ อาทิ นักบัญชี, ครู อาจารย์, นักธุรกิจ, นักการตลาด, นักการธนาคารและนักลงทุน, นักเศรษฐศาสตร์, ทนายความ, อัยการ, ผู้พิพากษา, ล่าม, นักเขียน, นักแปล, นักภาษาศาสตร์, นักสื่อสารมวลชน, นักออกแบบโฆษณา, ผู้กำกับ, นักวิชาการ,…

ภาคเอกชนหนุนใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มในโรงเรียนขนาดเล็ก แนะเป็นตัวช่วยจัดการเรียนรู้ พร้อมปลดล็อกความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย

การลดลงของประชากรเกิดใหม่ส่งผลต่อจำนวนผู้เรียนในระบบน้อยลง และทำให้จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ระบุว่า ปี 2562 ประเทศไทย มีโรงเรียนขนาดเล็ก 15,158 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มี 15,089 แห่ง ซึ่งเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของโรงเรียน ทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 30,000 แห่ง โดยมีผลกระทบด้านต่างๆ ที่นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะโรงเรียนขนาดเล็กได้รับงบประมาณน้อยกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ ด้วยค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา  ของรัฐบาลที่คิดเป็นเงินรายหัวต่อนักเรียน และการกำหนดสัดส่วนครู 1 คนต่อนักเรียน 20 คน ทำให้เกิดปัญหา     การจัดสรรครูไม่ครบชั้นเรียน และขาดแคลนครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง    แนวทางการแก้ปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กที่เกิดขึ้นคือ การยุบ ควบรวมโรงเรียน และจัดทำโรงเรียนช่วงชั้น เป็นการรวมกลุ่มของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าด้วยกันแล้วแบ่งหน้าที่การสอนเฉพาะบางช่วงชั้น และให้นักเรียนชั้นเดียวกันไปเรียนรวมกันในโรงเรียนที่ได้แบ่งช่วงชั้นไว้ อย่างไรก็ตาม ในยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทอย่างเข้มข้นกับการจัดการเรียนรู้ “ดิจิทัลแพลตฟอร์ม” จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สามารถช่วยลดปัญหาด้านการเรียนการสอนของโรงเรียนขนาดเล็กได้   จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จึงได้จัดการประชุมทางวิชาการ เพื่อจัดทำข้อเสนอนโยบายทางการศึกษา (OEC Forum) ครั้งที่ 4 เรื่อง ยกกำลังสองโรงเรียนขนาดเล็กด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มและโรงเรียนช่วงชั้น ซึ่งมีตัวแทนจากภาคเอกชนร่วมให้ความคิดเห็นในการเสวนา  ลดช่องว่างทางการศึกษาด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนำไปใช้ในการจัด   การการศึกษาของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น    โดย ดร.นิภาพร กุลสมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ปิโก (ไทยแลนด์) ได้พัฒนา EDUCA จากงานมหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู มาสู่แพลตฟอร์ม การสื่อสารเพื่อพัฒนาครู ซึ่งนอกจากจะมีเฟซบุ๊คเพจ educathai และ www.educathai.com ที่มีคอนเทนต์หลากหลายประเด็นทั้งการเรียนการสอน…

Google เปิดตัวคอร์สเรียนเน้นทักษะการทำงานจริง ปลุกกระแส ‘ทักษะ’ สำคัญกว่าใบปริญญา

  บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ Google ประกาศเปลี่ยนแปลงวงการศึกษา โดยการจัดทำโครงการ Google Career Certificates เปิดคอร์สสอนทักษะทางวิชาชีพที่ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ตามตำแหน่งงานและอาชีพที่สนใจได้ โดยใช้เวลาเรียนเพียง 6 เดือน ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหลายปีในรั้วมหาวิทยาลัยอีกต่อไป เน้นการศึกษาด้าน ‘ทักษะวิชาชีพ’ มากกว่าการได้ใบปริญญามา   โดยที่มาของคอร์ส เคนท์ วอล์กเกอร์ (Kent Walker) Senior Vice President Global Affair ของบริษัท google กล่าวว่า “ชาวอเมริกาจำนวนมากนั้น ไม่สามารถเอื้อมถึงการมีปริญญาในมหาวิทยาลัยได้ และคุณไม่จำเป็นต้องมีใบปริญญาเพื่อการมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เราต้องการการโซลูชันฝึกอบรมที่สามารถเข้าถึงได้ ตั้งแต่เรื่องของวิชาชีพไปจนถึงการศึกษาออนไลน์ เพื่อจะช่วยให้ชาวอเมริกานั้นสามารถที่จะฟื้นตัวได้”   และยังกล่าวด้วยว่า “ในการจ้างงานของเรา ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเราจะถือว่าใบรับรองจากคอร์สเหล่านี้จะเทียบเท่ากับปริญญา 4 ปี…

สายเกาหลีห้ามพลาด ต้องเตรียมตัวอย่างไร ? เรียนต่อที่ไหนได้บ้าง ?

ปัจจุบันในประเทศไทยมีบริษัทของต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในไทยค่อนข้างเยอะ หนึ่งในนั้นคือบริษัทของประเทศเกาหลี ประกอบกับกระแส K-pop ยังคงมาแรงต่อเนื่อง พี่เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนมีวงไอดอลเกาหลีในดวงใจ พี่ก็มีเหมือนกันนะ อิอิ ? หลายคนเริ่มศึกษาภาษาเกาหลีโดยการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือไปเรียนเพิ่มเติมตามสถาบันต่าง ๆ ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยในไทยหลาย ๆ มหาวิทยาลัยก็มีการบัญญัติหลักสูตรภาษาเกาหลีลงในการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองความต้องการของน้อง ๆ อยากรู้ว่าที่ไหนเปิดสอนบ้าง แล้วต้องเตรียมตัวอย่างไรในการสอบเข้า เพื่อที่จะได้ทำงานที่รัก มารวมกันตรงนี้เลยค่ะ พี่จะพาทัวร์เอง  คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาเกาหลี มุ่งผลิตบัณฑิตให้เป็นทรัพยากรบุคคลของชาติที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาเกาหลีทั้งด้านความรู้และทักษะ เช่น การฟัง พูด อ่าน เขียนและแปล เพื่อสามารถนำไปใช้ในการประกอบวิชาชีพต่าง…

เอาใจ “เด็กสายศิลป์” เลือกเรียนคณะที่ใช่ ได้ทำอาชีพที่ชอบ

ขอเสียงน้อง ๆ  ที่เรียนสายศิลป์ทุกคนหน่อยเร็ว หลายคนคงตั้งคำถามว่าเมื่อเรียนจบแล้วเราจะมีงานอะไรรองรับหรือเปล่า แล้วต้องเรียนคณะไหนถึงจะทำอาชีพนี้ได้ และการสอบเข้าต้องใช้คะแนนวิชาไหนบ้าง วันนี้พี่จะมาแนะนำเพื่อน้อง ๆ จะได้เลือกคณะที่ตัวเองชอบและมีเวลาในการเตรียมตัวเพิ่มมากขึ้น สายอาชีพที่เรียนมาจากกลุ่มคณะก็จะแตกต่างกันออกไป สายงานก็จะมีความแตกต่างกันตามความถนัดของตัวเอง วันนี้พี่เลยนำสายงานที่เมื่อเรียนจบจากคณะต่าง ๆ มารวมไว้เพื่อให้น้อง ๆ ได้เห็นภาพตัวเองในอนาคตชัดเจนมากยิ่งขึ้น กลุ่มคณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ สำหรับกลุ่มนี้ใครที่มีความถนัดด้านภาษา อยากเรียนต่อด้านนี้ หรืออยากจะเรียนด้านสื่อ ด้านสังคม พี่ต้องขอแนะนำการศึกษาต่อในกลุ่มนี้เลย เมื่อเรียนจบแล้วอาชีพที่สามารถเลือกทำได้ อาทิ นักบัญชี, ครู อาจารย์, นักธุรกิจ, นักการตลาด, นักการธนาคารและนักลงทุน, นักเศรษฐศาสตร์, ทนายความ,…

ภาคเอกชนหนุนใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มในโรงเรียนขนาดเล็ก แนะเป็นตัวช่วยจัดการเรียนรู้ พร้อมปลดล็อกความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย

การลดลงของประชากรเกิดใหม่ส่งผลต่อจำนวนผู้เรียนในระบบน้อยลง และทำให้จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ระบุว่า ปี 2562 ประเทศไทย มีโรงเรียนขนาดเล็ก 15,158 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มี 15,089 แห่ง ซึ่งเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของโรงเรียน ทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 30,000 แห่ง โดยมีผลกระทบด้านต่างๆ ที่นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะโรงเรียนขนาดเล็กได้รับงบประมาณน้อยกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ ด้วยค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา  ของรัฐบาลที่คิดเป็นเงินรายหัวต่อนักเรียน และการกำหนดสัดส่วนครู 1 คนต่อนักเรียน 20 คน ทำให้เกิดปัญหา     การจัดสรรครูไม่ครบชั้นเรียน และขาดแคลนครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง    แนวทางการแก้ปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กที่เกิดขึ้นคือ การยุบ ควบรวมโรงเรียน และจัดทำโรงเรียนช่วงชั้น เป็นการรวมกลุ่มของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าด้วยกันแล้วแบ่งหน้าที่การสอนเฉพาะบางช่วงชั้น และให้นักเรียนชั้นเดียวกันไปเรียนรวมกันในโรงเรียนที่ได้แบ่งช่วงชั้นไว้ อย่างไรก็ตาม ในยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทอย่างเข้มข้นกับการจัดการเรียนรู้ “ดิจิทัลแพลตฟอร์ม” จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สามารถช่วยลดปัญหาด้านการเรียนการสอนของโรงเรียนขนาดเล็กได้   จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จึงได้จัดการประชุมทางวิชาการ เพื่อจัดทำข้อเสนอนโยบายทางการศึกษา (OEC Forum) ครั้งที่ 4 เรื่อง ยกกำลังสองโรงเรียนขนาดเล็กด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มและโรงเรียนช่วงชั้น ซึ่งมีตัวแทนจากภาคเอกชนร่วมให้ความคิดเห็นในการเสวนา  ลดช่องว่างทางการศึกษาด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนำไปใช้ในการจัด   การการศึกษาของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น   …

Google เปิดตัวคอร์สเรียนเน้นทักษะการทำงานจริง ปลุกกระแส ‘ทักษะ’ สำคัญกว่าใบปริญญา

  บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ Google ประกาศเปลี่ยนแปลงวงการศึกษา โดยการจัดทำโครงการ Google Career Certificates เปิดคอร์สสอนทักษะทางวิชาชีพที่ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ตามตำแหน่งงานและอาชีพที่สนใจได้ โดยใช้เวลาเรียนเพียง 6 เดือน ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหลายปีในรั้วมหาวิทยาลัยอีกต่อไป เน้นการศึกษาด้าน ‘ทักษะวิชาชีพ’ มากกว่าการได้ใบปริญญามา   โดยที่มาของคอร์ส เคนท์ วอล์กเกอร์ (Kent Walker) Senior Vice President Global Affair ของบริษัท google กล่าวว่า “ชาวอเมริกาจำนวนมากนั้น ไม่สามารถเอื้อมถึงการมีปริญญาในมหาวิทยาลัยได้…