กทม. เตรียมประกาศ “Phone Off, Learning On” เก็บมือถือระหว่างเรียนในโรงเรียนสังกัด 437 แห่ง เริ่มเปิดเทอม 1/2569

กทม. เตรียมประกาศ “Phone Off, Learning On” เก็บมือถือระหว่างเรียนในโรงเรียนสังกัด 437 แห่ง เริ่มเปิดเทอม 1/2569

Phone Off, Learning On

กรุงเทพมหานครเตรียมประกาศมาตรการใหม่ในการควบคุมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในโรงเรียน โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า โรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง จะเริ่มใช้มาตรการ เก็บโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนระหว่างเวลาเรียน ตั้งแต่เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป

มาตรการดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ “Phone Off, Learning On” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสม ลดผลกระทบจากการใช้หน้าจอมากเกินไป และส่งเสริมสมาธิในการเรียนของนักเรียน


ปัญหามือถือในโรงเรียนที่ต้องแก้ไข

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่า แม้เทคโนโลยีดิจิทัลจะมีบทบาทสำคัญต่อการศึกษา แต่การใช้โทรศัพท์มือถืออย่างไม่เหมาะสมในโรงเรียนกลับส่งผลกระทบหลายด้าน เช่น

  • นักเรียนเสียสมาธิระหว่างการเรียน

  • การมีปฏิสัมพันธ์กับครูและเพื่อนลดลง

  • ปัญหาสายตาสั้นจากการใช้หน้าจอ

  • การเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง

  • การใช้เวลาอยู่ในโลกออนไลน์มากเกินไป

นอกจากนี้ งานวิจัยจาก 14 ประเทศ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงอุดมศึกษา พบว่า เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถืออยู่ใกล้ตัว ก็สามารถทำให้นักเรียนเสียสมาธิได้

และเมื่อถูกแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ นักเรียนอาจใช้เวลาถึง 20 นาที กว่าจะกลับมามีสมาธิกับการเรียนได้อีกครั้ง

หลายประเทศ เช่น

  • เบลเยียม

  • สเปน

  • สหราชอาณาจักร

จึงเริ่มนำมาตรการจำกัดการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียน ซึ่งพบว่าผลการเรียนของนักเรียนดีขึ้น


แนวทางการใช้มือถือในโรงเรียน กทม.

มาตรการใหม่ของกรุงเทพมหานครจะกำหนดแนวทางการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลภายในโรงเรียนโดยยึดหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1. การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้

อุปกรณ์ดิจิทัลยังสามารถใช้ในห้องเรียนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของครูผู้สอน และใช้เพื่อกิจกรรมการเรียนรู้เท่านั้น

2. สุขภาวะและพัฒนาการทางสังคม

โรงเรียนจะกำหนด Digital-Free Zone หรือพื้นที่และช่วงเวลาปลอดอุปกรณ์ดิจิทัล เช่น

  • ช่วงพักเที่ยง

  • พื้นที่ส่วนรวมของโรงเรียน

เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้พูดคุยกับเพื่อน ทำกิจกรรม และพักสายตาจากหน้าจอ

3. ความปลอดภัยทางไซเบอร์

โรงเรียนจะมีระบบเฝ้าระวังเพื่อป้องกัน

  • การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyberbullying)

  • การเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม


ทดลองใช้แล้วใน 10 โรงเรียน

ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการ กทม. ได้ทดลองใช้มาตรการดังกล่าวใน 10 โรงเรียน ที่เปิดสอนระดับประถมและมัธยม ได้แก่

  • มัธยมประชานิเวศน์

  • มัธยมบ้านบางกะปิ

  • มัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์

  • มัธยมวัดสุทธาราม

  • มัธยมทิทย์เสรีอนุวรม

  • มัธยมปุรณาวาส

  • แก่นทองอุปถัมภ์

  • วัดพระยาสุเรนทร์

  • วิชูทิศ

  • นาหลวง

ผลการทดลองพบว่า

ผู้ปกครองพึงพอใจสูง
นักเรียนตั้งใจเรียนมากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์เสริม

ครูผู้สอนพึงพอใจ
เพราะนักเรียนมีสมาธิในการเรียนมากขึ้น

นักเรียนส่วนใหญ่ปรับตัวได้ดี
มีการพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น เช่น อ่านหนังสือในห้องสมุด หรือทำกิจกรรมกับเพื่อน


เตรียมใช้จริงทั้ง 437 โรงเรียน

ขณะนี้ กรุงเทพมหานครกำลังเปิดรับความคิดเห็นจากผู้ปกครอง ครู และผู้เกี่ยวข้อง ผ่านแบบสำรวจ เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละโรงเรียน

โดยมีแผนประกาศใช้อย่างเป็นทางการกับโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ซึ่งจะเปิดภาคเรียนในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569


มุมมองด้านการศึกษา

มาตรการจำกัดการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนกำลังเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากมีงานวิจัยจำนวนมากที่ชี้ให้เห็นว่า การลดการใช้โทรศัพท์ระหว่างเรียนช่วยเพิ่มสมาธิ และส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน

สำหรับประเทศไทย แนวทางของกรุงเทพมหานครอาจเป็น ต้นแบบของนโยบายด้านการใช้เทคโนโลยีในโรงเรียน ที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการเรียนรู้ของนักเรียน


ที่มา:
khaosod.co.th

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *