มมส เปิดม่าน มหาหมอลำเฟสติวัล จากรากเหง้าสู่นวัตกรรม Soft Power สากล

เมื่อศิลปะแห่งจิตวิญญาณชาวอีสาน ถูกตีโจทย์ใหม่ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กลายเป็นเทศกาลระดับโลกที่สะกดสายตาคนทั่วประเทศในงาน “มหาหมอลำเฟสติวัล” ภายใต้โครงการยกระดับเทศกาลสู่ระดับสากล กรณีศึกษามหาหมอลำ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ตลาดต้นสน จังหวัดมหาสารคาม

โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) และภาคีเครือข่าย ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านต้นทุนทางวัฒนธรรมอันทรงพลัง

อาจารย์ทม เกตุวงศา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ความโดดเด่นของงานในครั้งนี้ คือการเชื่อมโยงวิถีหมอลำเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านโปรแกรม “2 วัน 1 คืน ม่วนซื่น มหาหมอลำ สัมผัสวัฒนธรรมเมืองตักสิลา” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เข้าถึงรากเหง้าของชาวมหาสารคามอย่างครบวงจร

 

เริ่มต้นจากการเสริมสิริมงคลกราบสักการะพระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง ก่อนจะเดินทางเข้าสู่อำเภอโกสุมพิสัย เพื่อสัมผัสวิถีเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ไร่แสนดี ที่นี่ผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับน้ำไผ่มหัศจรรย์ ผ่อนคลายร่างกายด้วยสปาแช่เท้าและนวดประคบสมุนไพร พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นจากวัตถุดิบอินทรีย์ อาทิ ขนมจีนด้องแด้ง และทำถั่วตัดโบราณ รับประทานอาหารกลางวันด้วยเมนูพื้นบ้าน รับชมหมอลำกลอนขับกล่อมช่วยเจริญอาหาร

 

จากนั้น มุ่งหน้าสู่พื้นที่จัดงานมหาหมอลำเฟสติวัล เพื่อสัมผัสการแสดงอันหลากหลาย ตั้งแต่ศิลปินแห่งชาติ คณะหมอลำชื่อดังจากทั้งไทยและ สปป.ลาว ไปจนถึงการแสดงร่วมสมัยอย่างศิลป์อีสานออร์เคสตรา และนิทรรศการ “หมอลำ” จังหวะชีวิตชาวอีสานที่สะท้อนว่าหมอลำไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่คือวิถีแห่งศิลป์และจิตวิญญาณที่เป็น Soft Power สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค

และในวันที่สอง มีโปรแกรมท่องเที่ยวเดินทางไปที่วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) ชมอุโบสถไม้ตะเคียนใหญ่ที่สุดในโลก ปราสาท 3 ฤดู สักการะเจดีย์ศรีมหาสารคาม, ชมอุทยานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ มมส แหล่งรวมมรดกอีสาน เอกสารโบราณ,วัดพระพุทธมงคล สักการะหลวงพ่อพระยืนพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยทวารวดี อายุกว่า 1,200 ปี รับประทานอาหารพื้นถิ่นที่ บ้านสวนซุมแซง สนับสนุนสินค้าชุมชน ที่บ้านหนองเขื่อนช้าง

ด้านทิศทางการขับเคลื่อนในอนาคต รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ระบุว่าหมอลำคือ DNA ที่ฝังรากลึกในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีการสืบสานผ่านการจัดการเรียนการสอนและบ่มเพาะศิลปินรุ่นใหม่เข้าสู่วงการมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการ บพข. เน้นย้ำว่าการสนับสนุนครั้งนี้มุ่งสร้างเศรษฐกิจสร้างคุณค่า โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาเพิ่มความน่าสนใจให้กับผู้ชม

 

สอดรับกับแนวคิดของ ศาสตราจารย์ ดร.ไพโรจน์ ประมวล หัวหน้าโครงการฯ ที่ต้องการสร้างความหมายใหม่ให้คำว่า “มหาหมอลำ” สื่อถึงความยิ่งใหญ่ที่มีจุดกำเนิด ณ มหาสารคาม ผ่านกลไกของ Mor Lam Innovation Lab และ Morlum Creative Hub ที่นำเทคโนโลยี Projection Mapping, AR/VR และระบบ Morlum Streaming มาใช้ยกระดับอุตสาหกรรมหมอลำสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้ ความยิ่งใหญ่ของมหาหมอลำเฟสติวัล จะเดินทางไปมอบความม่วนซื่นอย่างต่อเนื่องในวันที่ 5 เมษายน 2569 ณ จังหวัดหนองคาย และวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ณ จังหวัดนครพนม เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *