งานวิจัยชี้ “เจน Z” ผลการเรียนถดถอย?

งานวิจัยชี้ “เจน Z” ผลการเรียนถดถอย?

นักประสาทวิทยาเตือนผลกระทบจากการใช้หน้าจอหนัก

สำนักข่าวนิวยอร์กโพสต์รายงานผลการศึกษาจากนักประสาทวิทยาชั้นนำ ซึ่งระบุว่า คนรุ่นที่เกิดระหว่างปี 1997–2010 หรือที่เรียกว่า “Generation Z” อาจเป็นคนรุ่นแรกที่มีแนวโน้มผลการเรียนและทักษะความรู้ความเข้าใจลดลง เมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อนหน้า

ดร. จาเร็ด คูนีย์ ฮอร์วาธ (Jared Cooney Horvath) นักประสาทวิทยา เปิดเผยว่า ผลการวัดด้านความรู้ความเข้าใจของกลุ่มเจน Z พบคะแนนต่ำลงในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น

  • สมาธิพื้นฐาน

  • ความจำ

  • การอ่านออกเขียนได้

  • ทักษะคำนวณ

  • การคิดเชิงบริหาร (Executive Function)

  • รวมถึงคะแนนไอคิวโดยรวม

ฮอร์วาธระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ที่แนวโน้มความก้าวหน้าทางวิชาการของมนุษย์เกิดภาวะชะลอตัวหรือถดถอย เมื่อเปรียบเทียบกับคนรุ่นก่อนหน้า


เทคโนโลยีกับการเรียนรู้: ปัจจัยเสี่ยงหรือเครื่องมือ?

นักวิจัยชี้ว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญอาจมาจากพฤติกรรมการใช้หน้าจออย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งเข้ามาแทนที่การอ่านเชิงลึกและการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์โดยตรง

ข้อมูลระบุว่า วัยรุ่นจำนวนมากใช้เวลามากกว่าครึ่งหนึ่งของช่วงเวลาที่ตื่นอยู่กับหน้าจอ ทั้งในและนอกห้องเรียน ส่งผลให้เกิดลักษณะการอ่านแบบ “อ่านผ่าน ๆ” (skimming) มากกว่าการอ่านเชิงวิเคราะห์ และอาจส่งผลต่อทักษะการคิดลึกและการประมวลผลข้อมูลระยะยาว

ขณะเดียวกัน งานวิจัยที่เก็บข้อมูลจากกว่า 80 ประเทศ พบแนวโน้มว่า โรงเรียนที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเข้มข้น อาจมีผลการเรียนของนักเรียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญในบางบริบท


ข้อเสนอเชิงนโยบาย

ฮอร์วาธเสนอว่า โรงเรียนควรพิจารณาจำกัดการใช้เทคโนโลยีในห้องเรียนให้อยู่ในระดับเหมาะสม และหันกลับมาให้ความสำคัญกับ

  • การอ่านเชิงลึก

  • การคิดวิเคราะห์

  • การเรียนรู้ผ่านปฏิสัมพันธ์จริง

  • การฝึกสมาธิและการจดจ่อระยะยาว

ทั้งนี้ เขามองว่าแนวทางดังกล่าวอาจช่วยให้คนรุ่นถัดไป เช่น “Generation Alpha” มีโอกาสพัฒนาศักยภาพทางสมองได้เต็มที่มากขึ้น


มุมมองที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาหลายฝ่ายชี้ว่า การเปรียบเทียบระหว่างคนแต่ละรุ่นควรทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากบริบททางสังคม เทคโนโลยี และรูปแบบการเรียนรู้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในแต่ละยุค

เทคโนโลยีเองอาจไม่ใช่ “ตัวปัญหา” โดยตรง หากแต่ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้ การออกแบบหลักสูตร และการสร้างสมดุลระหว่างโลกดิจิทัลกับการเรียนรู้แบบดั้งเดิม


บทสรุป

คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า “เจน Z ฉลาดน้อยลงหรือไม่”
แต่คือ “ระบบการศึกษาและสังคมควรปรับตัวอย่างไร เพื่อให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่สิ่งบั่นทอนศักยภาพ”

การออกแบบการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลจึงต้องคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพ สมดุล และการพัฒนาทักษะการคิดเชิงลึก เพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว


ที่มา ทันโลก กับ Thai PBS

เรียบเรียงเพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ Eduzones

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *