จุฬาฯ ครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทย 11 ปีซ้อน QS Asia 2027 รั้งอันดับ 52 เอเชีย ติดกลุ่มหัวแถวราว 3% แรก

จุฬาฯ ครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทย 11 ปีซ้อน QS Asia 2027 รั้งอันดับ 52 เอเชีย ติดกลุ่มหัวแถวราว 3% แรก

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรักษาตำแหน่งมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทยเป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน จากการจัดอันดับ QS Asia University Rankings 2027 พร้อมครองอันดับ 52 ของเอเชีย จากมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับ 1,722 แห่งทั่วภูมิภาค โดดเด่นด้านชื่อเสียงทางวิชาการและเครือข่ายความร่วมมือวิจัยนานาชาติ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประกาศความสำเร็จในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชีย ประจำปี 2027 หรือ QS World University Rankings: Asia 2027 โดย QS Quacquarelli Symonds ซึ่งเผยแพร่ผลการจัดอันดับอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 พบว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังคงครองอันดับ 1 ของประเทศไทยเป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน พร้อมรักษาอันดับ 52 ของเอเชียไว้ได้อีกปี

การจัดอันดับครั้งนี้มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการจัดอันดับรวม 1,722 แห่ง จาก 26 ประเทศและเขตเศรษฐกิจในเอเชีย ทำให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ประมาณ 3% ของภูมิภาค สะท้อนความสามารถในการรักษาสถานะของมหาวิทยาลัยไทยบนเวทีอุดมศึกษาระดับนานาชาติ ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จุฬาฯ คว้าอันดับ 52 เอเชีย ครองที่ 1 ของไทยต่อเนื่อง

ผลการจัดอันดับ QS Asia University Rankings 2027 ระบุว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ในอันดับ 52 ของเอเชีย และเป็นมหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับอันดับสูงสุดในปีนี้

ขณะที่มหาวิทยาลัยมหิดลอยู่ในอันดับ 58 ของเอเชีย ตามด้วยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับ 112 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับ 126 และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับ 145

ความสำเร็จของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครั้งนี้มีความสำคัญในแง่ของการรักษาอันดับท่ามกลางจำนวนมหาวิทยาลัยที่เข้าสู่ระบบการจัดอันดับเพิ่มขึ้น โดย QS ระบุว่า การจัดอันดับประจำปี 2027 มีมหาวิทยาลัยหน้าใหม่เข้าร่วม 195 แห่ง ส่งผลให้การแข่งขันด้านชื่อเสียง ผลงานวิชาการ และความเป็นนานาชาติมีความเข้มข้นมากขึ้น

คะแนนโดดเด่นด้านวิชาการ 99.9 และเครือข่ายวิจัยนานาชาติ 99.3

นอกจากอันดับโดยรวมแล้ว ข้อมูลประชาสัมพันธ์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังระบุว่า มหาวิทยาลัยได้รับคะแนนสูงเป็นพิเศษใน 2 ตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่

1. ชื่อเสียงทางวิชาการ (Academic Reputation) — 99.9 จาก 100 คะแนน

ตัวชี้วัดนี้สะท้อนการได้รับการยอมรับจากประชาคมวิชาการนานาชาติ โดย QS ใช้ข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นของนักวิชาการทั่วโลกเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นในสาขาวิชาต่าง ๆ

คะแนนที่อยู่ในระดับสูงดังกล่าวจึงสะท้อนถึงชื่อเสียงและการยอมรับต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในหมู่นักวิชาการระดับนานาชาติ

2. เครือข่ายความร่วมมือวิจัยนานาชาติ (International Research Network) — 99.3 จาก 100 คะแนน

ตัวชี้วัดนี้ประเมินความหลากหลายของเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยกับสถาบันวิชาการในประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ โดยใช้ข้อมูลผลงานวิจัยจากฐานข้อมูล Scopus

คะแนนที่อยู่ในระดับสูงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเชื่อมโยงงานวิจัยกับเครือข่ายทางวิชาการระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยในระดับสากล

ทั้งนี้ คะแนนทั้งสองส่วนเป็นคะแนนเฉพาะตัวชี้วัด ไม่ใช่คะแนนรวมของมหาวิทยาลัยในการจัดอันดับ

QS Asia University Rankings 2027 ใช้เกณฑ์อะไรจัดอันดับมหาวิทยาลัย?

QS Asia University Rankings เป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย โดยเริ่มเผยแพร่ผลการจัดอันดับมาตั้งแต่ปี 2009 และใช้เกณฑ์ที่ออกแบบให้สะท้อนลักษณะสำคัญของระบบอุดมศึกษาในเอเชีย

สำหรับการจัดอันดับปี 2027 มีการประเมินจากตัวชี้วัดทั้งหมด 11 ด้าน โดยให้น้ำหนักคะแนนแตกต่างกัน ดังนี้

ตัวชี้วัด น้ำหนัก
ชื่อเสียงทางวิชาการ (Academic Reputation) 30%
ชื่อเสียงในสายตานายจ้าง (Employer Reputation) 20%
อัตราส่วนอาจารย์ต่อนิสิต (Faculty Student Ratio) 10%
เครือข่ายความร่วมมือวิจัยนานาชาติ (International Research Network) 10%
การอ้างอิงต่อผลงานวิชาการ (Citations per Paper) 10%
ผลงานวิชาการต่ออาจารย์ (Papers per Faculty) 5%
สัดส่วนบุคลากรวิชาการที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Staff with PhD) 5%
สัดส่วนอาจารย์ชาวต่างชาติ (International Faculty Ratio) 2.5%
สัดส่วนนิสิตต่างชาติ (International Student Ratio) 2.5%
สัดส่วนนิสิตแลกเปลี่ยนขาเข้า (Inbound Exchange Students) 2.5%
สัดส่วนนิสิตแลกเปลี่ยนขาออก (Outbound Exchange Students) 2.5%
รวม 100%

เมื่อพิจารณาน้ำหนักคะแนนจะพบว่า QS ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงทางวิชาการและชื่อเสียงในสายตานายจ้างรวมกันถึง 50% ของคะแนนทั้งหมด

ขณะที่การประเมินยังครอบคลุมคุณภาพและผลกระทบของผลงานวิจัย ทรัพยากรบุคลากรทางวิชาการ ตลอดจนความสามารถในการสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทางการศึกษาระหว่างประเทศ

ด้วยเหตุนี้ การจัดอันดับจึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะความมีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย แต่ใช้ข้อมูลหลากหลายด้านประกอบกันเพื่อประเมินสถานะของสถาบันในระดับภูมิภาค

เปิดภาพรวมมหาวิทยาลัยชั้นนำเอเชียปี 2027

สำหรับมหาวิทยาลัยที่ได้รับอันดับสูงสุดในเอเชียประจำปีนี้ QS ระบุว่า The University of Hong Kong จากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ยังคงครองอันดับ 1 ของภูมิภาค ตามด้วย Peking University จากประเทศจีนในอันดับ 2 และ Tsinghua University ซึ่งขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3

ส่วนอันดับ 4 ได้แก่ City University of Hong Kong และอันดับ 5 คือ The Chinese University of Hong Kong

QS ระบุด้วยว่า ฮ่องกงมีมหาวิทยาลัยติดอันดับ Top 10 มากถึง 5 แห่ง ขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่มี 3 แห่ง และสิงคโปร์มี 2 แห่ง สะท้อนถึงการแข่งขันของมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชียที่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในระบบอุดมศึกษาที่มีความเข้มแข็งด้านการวิจัยและความร่วมมือระหว่างประเทศ

สำหรับประเทศไทย QS กล่าวถึงจุดแข็งด้านชื่อเสียงทางวิชาการและการเคลื่อนย้ายนักศึกษาเพื่อการศึกษา โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังคงเป็นสถาบันไทยที่มีอันดับสูงสุดในภูมิภาค

อันดับมหาวิทยาลัยสะท้อนอะไร และนักเรียนควรใช้ข้อมูลอย่างไร?

ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยสะท้อนความสามารถของสถาบันอุดมศึกษาในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะชื่อเสียงทางวิชาการ ผลงานวิจัย เครือข่ายความร่วมมือ และการยอมรับจากนายจ้าง

อย่างไรก็ตาม อันดับมหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียวที่สามารถบอกได้ว่ามหาวิทยาลัยใดเหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคนมากที่สุด

สำหรับนักเรียนที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ระบบ TCAS การพิจารณาเลือกมหาวิทยาลัยควรให้ความสำคัญกับหลักสูตร สาขาวิชา ความถนัด ความสนใจ ค่าใช้จ่าย โอกาสฝึกงาน และเส้นทางอาชีพหลังสำเร็จการศึกษาควบคู่กันไปด้วย

มหาวิทยาลัยที่มีอันดับสูงอาจสะท้อนความแข็งแกร่งในระดับสถาบัน แต่การเลือกเรียนต่อยังจำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละหลักสูตร เพราะมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีความเชี่ยวชาญและจุดเด่นแตกต่างกัน

จุฬาฯ รักษามาตรฐานบนเวทีการศึกษาเอเชีย

การครองอันดับ 1 ของประเทศไทยต่อเนื่อง 11 ปี จาก QS Asia University Rankings นับเป็นอีกหนึ่งผลสำเร็จของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการรักษาสถานะของสถาบันอุดมศึกษาไทยบนเวทีนานาชาติ

โดยเฉพาะผลประเมินด้านชื่อเสียงทางวิชาการและเครือข่ายความร่วมมือวิจัยระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างความร่วมมือทางวิชาการและเชื่อมโยงการวิจัยกับสถาบันต่าง ๆ ทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ผลการจัดอันดับยังสะท้อนความท้าทายของระบบอุดมศึกษาไทยในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การเพิ่มศักยภาพงานวิจัย และการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

สำหรับผู้สนใจสามารถตรวจสอบผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยฉบับเต็มได้จากเว็บไซต์ของ QS โดยตรง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. QS Quacquarelli Symonds — QS World University Rankings: Asia 2027 Results and Analysis (3 November 2026)
    https://www.qs.com/insights/qs-world-university-rankings-asia
  2. QS — QS Asia University Rankings 2027
    https://www.topuniversities.com/asia-university-rankings
  3. QS — Asia University Rankings Methodology
    https://www.topuniversities.com/asia-rankings/methodology
  4. ศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — ข่าวประชาสัมพันธ์ผล QS Asia University Rankings 2027 ประจำวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569
  5. QS Quacquarelli Symonds — ข่าวเผยแพร่ผลการจัดอันดับ QS Asia Rankings 2027
    https://www.prnewswire.co.uk/news-releases/qs-asia-rankings-2027-302924353.html

หมายเหตุ: การจัดอันดับ QS Asia University Rankings 2027 เป็นคนละรายการกับ QS World University Rankings 2027 ซึ่งมีขอบเขตและน้ำหนักตัวชี้วัดในการประเมินแตกต่างกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *