“นวนรรน” ขอโทษปมยกเลิกคลาสนิติฯ มธ. ถอนข้อเสนอถึงสำนักงานกฎหมาย ชวนทบทวนสิทธิผู้เรียนและความรับผิดชอบในมหาวิทยาลัย

“นวนรรน” ขอโทษปมยกเลิกคลาสนิติฯ มธ. ถอนข้อเสนอถึงสำนักงานกฎหมาย ชวนทบทวนสิทธิผู้เรียนและความรับผิดชอบในมหาวิทยาลัย

กรณีอาจารย์พิเศษยกเลิกการสอนเพราะนักศึกษาเข้าเรียนน้อย นำไปสู่คำถามที่กว้างกว่าจำนวนคนในห้องเรียน ทั้งเสรีภาพในการเรียนรู้ ความรับผิดชอบต่อผู้ที่มาเรียน และความเป็นธรรมในการวิจารณ์บุคคลโดยไม่เหมารวมถึงทั้งหลักสูตร

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ อาจารย์พิเศษผู้ได้รับเชิญให้บรรยายหัวข้อ Health Privacy Law ในรายวิชาหนึ่งของหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ หรือ LL.B. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่ข้อความขอโทษ หลังตัดสินใจยกเลิกการสอนเนื่องจากมีนักศึกษาเข้าเรียนน้อยกว่าที่คาด โดยยอมรับว่าการตัดสินใจดังกล่าวไม่เป็นธรรมต่อนักศึกษาที่ตั้งใจมาเรียน

ตามข้อความที่เผยแพร่และเพิ่มเติมเมื่อเวลา 11.20 น. ของวันเดียวกัน นวนรรนยังประกาศถอนคำแนะนำที่เคยเสนอให้สำนักงานกฎหมายมีแบบทดสอบความรับผิดชอบสำหรับบัณฑิตหลักสูตรนี้ โดยยอมรับว่าเป็นการเหมารวม และตนไม่ทราบนโยบายการเข้าเรียนอย่างชัดเจนก่อนแสดงความคิดเห็น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังคณะกรรมการนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ออกแถลงจุดยืนต่อกรณีนี้ โดยให้ความสำคัญกับเสรีภาพของนักศึกษา ความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง และการไม่ตีตรานักศึกษาหรือบัณฑิตทั้งหลักสูตรจากเหตุการณ์ในรายวิชาเดียว

ย้อนเหตุการณ์: นักศึกษาเข้าเรียนน้อย ก่อนยกเลิกการสอนสองครั้ง

นวนรรนเล่าในโพสต์ว่า เมื่อเดินทางถึงห้องเรียนตามเวลาที่กำหนด มีนักศึกษาอยู่ในห้อง 2 คน จากนั้นจึงมีผู้ทยอยเข้ามาเพิ่มเติม แต่เมื่อผ่านไปเกิน 30 นาที จำนวนผู้เข้าเรียนยังไม่มากนัก จึงตัดสินใจยกเลิกการสอนในวันนั้น รวมถึงอีกหนึ่งครั้งที่มีกำหนดในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ในคำขอโทษ เขาระบุถึงนักศึกษาที่มาเรียนจำนวน 12 คน พร้อมยอมรับว่า ความเหนื่อยล้าจากงานและความผิดหวังอาจมีส่วนต่อการตัดสินใจ และการมีสไลด์ประกอบที่ให้รายละเอียดไว้แล้วไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงว่านักศึกษาที่มาเรียนเสียโอกาสรับฟังการบรรยาย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องจำนวนผู้เข้าเรียนและลำดับเหตุการณ์ส่วนนี้เป็นคำอธิบายของผู้สอน ขณะที่ข้อมูลที่นำมาเรียบเรียงยังไม่เพียงพอจะยืนยันจำนวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนทั้งหมด หรือเหตุผลที่นักศึกษาแต่ละคนไม่มาเรียนหรือมาถึงภายหลัง จึงไม่ควรนำตัวเลขดังกล่าวไปสรุปเป็นสัดส่วนการขาดเรียน หรือใช้ตัดสินแรงจูงใจของนักศึกษา

จุดยืนนักศึกษา: การเข้าเรียนไม่ใช่มาตรวัดความรับผิดชอบเพียงอย่างเดียว

คณะกรรมการนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มธ. ศูนย์รังสิต แสดงจุดยืนว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยเป็นผู้ใหญ่ที่มีเสรีภาพในการเลือกและต้องรับผิดชอบผลจากการตัดสินใจของตนเอง โดยมองว่าการเข้าห้องเรียนเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการศึกษา แต่ไม่ควรถูกใช้เป็นมาตรวัดความสามารถหรือความรับผิดชอบทั้งหมดของบุคคล

อีกประเด็นสำคัญคือการคัดค้านข้อเสนอให้สำนักงานกฎหมายทดสอบความรับผิดชอบเฉพาะบัณฑิตจากหลักสูตรดังกล่าว เพราะเป็นการขยายข้อวิจารณ์จากเหตุการณ์ในห้องเรียนหนึ่งไปสู่ผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ทั้งนักศึกษารุ่นอื่นและศิษย์เก่า

จุดยืนนี้ควรอ่านแยกจากข้อกำหนดของรายวิชา กล่าวคือ แถลงการณ์ของคณะกรรมการนักศึกษาเป็นการแสดงทัศนะขององค์กรนักศึกษา ไม่ใช่เอกสารยืนยันนโยบายการเข้าเรียนอย่างเป็นทางการของหลักสูตร การพิจารณาว่ารายวิชามีเงื่อนไขเรื่องเวลาเรียน การมีส่วนร่วม หรือคะแนนอย่างไร ยังต้องอ้างอิงข้อกำหนดที่แจ้งแก่ผู้เรียนโดยตรง

คำขอโทษ 3 ส่วน และการถอนข้อเสนอถึงสำนักงานกฎหมาย

สาระสำคัญในโพสต์ขอโทษของนวนรรนแบ่งเป็น 3 ส่วน

ส่วนแรก ขอโทษนักศึกษา 12 คนที่มาเรียน โดยเฉพาะ 2 คนที่อยู่ในห้องตั้งแต่ถึงเวลาเริ่มสอน พร้อมยอมรับว่าการยกเลิกคลาสไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่ตั้งใจมา และควรให้ความสำคัญกับนักศึกษาที่อยู่ในห้องเรียน

ส่วนที่สอง ขอโทษศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน คณาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องกับหลักสูตร เนื่องจากข้อความก่อนหน้านั้นวิจารณ์ในลักษณะเหมารวมถึงความรับผิดชอบ ซึ่งกระทบต่อผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

ในข้อความเพิ่มเติมเวลา 11.20 น. เขาถอนคำแนะนำถึงสำนักงานกฎหมายอย่างชัดเจน โดยอธิบายว่าไม่ควรเหมารวม และยอมรับว่าไม่ทราบนโยบายการเข้าเรียนที่แน่นอน จึงตั้งข้อสันนิษฐานผิดไป

ส่วนที่สาม ขอโทษคณะนิติศาสตร์ ผู้บริหาร และคณาจารย์ที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องรับมือกับข้อถกเถียงจากเหตุการณ์นี้ พร้อมระบุว่าได้ส่งข้อความขอโทษคณบดีผ่านช่องทางส่วนตัวแล้ว

นวนรรนยังแจ้งว่าจะลบโพสต์เดิมที่เกี่ยวข้อง โดยให้เหตุผลว่าผู้อ่านอาจพบข้อความเดิมโดยไม่เห็นคำชี้แจงล่าสุด พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาปกปิดความผิดของตนเอง

เสนอชดเชยการเรียน พร้อมขอให้ประสานงานกับผู้สอนภายนอกให้ชัดเจน

สำหรับนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ นวนรรนระบุว่าได้เสนอทางเลือกต่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา เช่น การบันทึกคลิปเพื่อใช้ในช่วงเวลาการสอนครั้งถัดไปที่ยกเลิก หรือการจัดการรูปแบบอื่นที่สามารถดำเนินการให้ได้

แนวทางดังกล่าวยังเป็นข้อเสนอจากผู้สอน ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันว่ารายวิชาเลือกใช้วิธีใด หรือได้ดำเนินการชดเชยการเรียนแล้วหรือไม่

นอกจากนี้ เขายังเสนอให้คณะพิจารณาปรับการประสานงานกับอาจารย์พิเศษและวิทยากรภายนอกใน 3 เรื่อง ได้แก่

  • มีผู้ประสานงานก่อนเริ่มสอน เพื่อช่วยตอบคำถามและตัดสินใจเรื่องการเริ่มคลาส การรอผู้เรียน หรือการจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า
  • สื่อสารข้อมูลวิทยากรและหัวข้อกับนักศึกษา เพื่อให้เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์ของผู้สอนกับเนื้อหาในรายวิชา
  • แจ้งเงื่อนไขและความคาดหวังล่วงหน้า ทั้งจำนวนนักศึกษา นโยบายการเข้าเรียน ลักษณะการจัดการเรียนรู้ และแนวทางดำเนินการเมื่อผู้เข้าเรียนมีจำนวนน้อย

ข้อเสนอเหล่านี้เป็นมุมมองของผู้สอนต่อการจัดการในอนาคต ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าคณะหรือหลักสูตรละเลยการประสานงานทั้งหมด โดยในโพสต์เจ้าตัวระบุด้วยว่าไม่ทราบรายละเอียดการแจ้งข้อมูลแก่นักศึกษาบางส่วน

ชวนคิด: เสรีภาพในการเรียนกับความรับผิดชอบอยู่ร่วมกันอย่างไร

กรณีนี้เปิดพื้นที่ให้พิจารณาความสัมพันธ์ในห้องเรียนมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 4 ประเด็น โดยไม่จำเป็นต้องตัดสินว่าฝ่ายใดถูกหรือผิดทุกเรื่อง

1. ควรเริ่มจากข้อตกลงที่ชัดเจน

การเรียนรู้ระดับมหาวิทยาลัยเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนบริหารตนเอง แต่เสรีภาพนั้นต้องพิจารณาควบคู่กับข้อตกลงของรายวิชา หากมีเงื่อนไขการเข้าเรียนหรือการมีส่วนร่วม ผู้เรียนควรได้รับแจ้งล่วงหน้าและปฏิบัติตาม ส่วนผู้สอนก็ควรใช้เกณฑ์เดียวกับที่หลักสูตรประกาศไว้

ขณะเดียวกัน การไม่บังคับเข้าเรียนกับการให้ความสำคัญต่อเวลาและการสื่อสารเป็นคนละประเด็น มหาวิทยาลัยสามารถส่งเสริมความรับผิดชอบเหล่านี้ได้ โดยไม่ต้องสรุปว่าผู้ที่ไม่ปรากฏตัวในห้องเรียนขาดความรับผิดชอบทั้งหมด

2. ผู้ที่มาเรียนควรได้รับการดูแลอย่างไร

ไม่ว่าจำนวนผู้เข้าเรียนจะมากหรือน้อย นักศึกษาที่มาแล้วมีความคาดหวังว่าจะได้รับการเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้ การยกเลิกการสอนจึงกระทบกับคนกลุ่มนี้โดยตรง

คำถามสำคัญหลังเกิดเหตุจึงอยู่ที่การจัดการเรียนชดเชยให้เหมาะสม ทั้งด้านเนื้อหา โอกาสซักถาม และภาระเวลาที่เพิ่มขึ้น หากเลือกใช้คลิปบรรยาย ก็ควรพิจารณาด้วยว่าจะเปิดช่องทางให้นักศึกษาถามและรับคำอธิบายเพิ่มเติมอย่างไร

3. การวิจารณ์พฤติกรรมควรมีขอบเขตเพียงใด

การตั้งคำถามต่อพฤติกรรมที่พบสามารถทำได้ แต่การขยายข้อสรุปไปถึงความน่าเชื่อถือของนักศึกษาหรือบัณฑิตทั้งหลักสูตรย่อมกระทบคนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

โดยเฉพาะข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับโอกาสในการทำงาน การประเมินควรอาศัยข้อมูลและพฤติกรรมของแต่ละบุคคล มากกว่าภาพจำจากสถาบันหรือหลักสูตรที่สำเร็จการศึกษา การถอนคำแนะนำถึงสำนักงานกฎหมายจึงเป็นประเด็นสำคัญของคำชี้แจงครั้งนี้

4. คำขอโทษจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง

การยอมรับผลกระทบและแก้ไขข้อความที่เหมารวมเป็นจุดเริ่มต้นของการรับผิดชอบ ส่วนขั้นตอนต่อไปคือการทำให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการดูแล และทำให้การจัดการเรียนการสอนมีความชัดเจนขึ้น

คณะและหลักสูตรอาจใช้กรณีนี้ทบทวนข้อมูลที่ส่งให้วิทยากรภายนอก ผู้ประสานงานประจำรายวิชา และแนวทางรับมือเมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด ขณะที่การรับฟังนักศึกษาก็อาจช่วยอธิบายปัจจัยที่ตัวเลขผู้เข้าเรียนเพียงอย่างเดียวตอบไม่ได้

เหตุการณ์นี้จึงทิ้งคำถามที่สำคัญต่อมหาวิทยาลัยว่า จะออกแบบห้องเรียนอย่างไรให้ผู้เรียนมีอิสระ ผู้สอนมีข้อมูลและการสนับสนุนเพียงพอ และทุกฝ่ายรับผิดชอบต่อข้อตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการดูแลไม่ให้ผู้ที่ตั้งใจมาเรียนต้องเป็นผู้รับผลกระทบจากความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน


หมายเหตุ: เรียบเรียงจากข้อความคำขอโทษของนวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 , รายงานข่าวมติชนและสำนักข่าวการศึกษาไทย 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *