“ยศชนัน” เผย อว. เร่งปรับ TCAS ลดความเหลื่อมล้ำ ชวนเด็กเลือกคณะจากความถนัด ย้ำมหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งหมุดหมายของชีวิต

“ยศชนัน” เผย อว. เร่งปรับ TCAS ลดความเหลื่อมล้ำ ชวนเด็กเลือกคณะจากความถนัด ย้ำมหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งหมุดหมายของชีวิต

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังเร่งปรับปรุงระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย หรือ TCAS เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ครอบคลุมประเด็นแฟ้มสะสมผลงาน การสัมภาษณ์ สัดส่วนการสอบ และระบบโควตา พร้อมส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวถึงทิศทางดังกล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงาน “Thammasat Open House 2026: Where Every Star Begins” เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยระบุว่านักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายรุ่นปัจจุบันจะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบ พร้อมแนะนำให้เลือกเรียนจากความสนใจ ความถนัด และเนื้อหาของหลักสูตรอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ข่าวการกล่าวเปิดงานครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกณฑ์ TCAS ที่ปรับใหม่ สัดส่วนคะแนน หรือกำหนดเริ่มใช้ ผู้สมัครจึงควรติดตามประกาศจาก ทปอ. และมหาวิทยาลัยที่สนใจ และใช้เกณฑ์รับสมัครฉบับทางการของแต่ละโครงการในการเตรียมตัว

เลือกคณะให้ลึกกว่าชื่อมหาวิทยาลัย

สาระสำคัญที่ ศ.ดร.ยศชนัน ฝากถึงนักเรียนและผู้ปกครอง คือการใช้โอกาสจากงานเปิดบ้านมหาวิทยาลัยสำรวจว่าตนเองอยากเรียนรู้อะไร และหลักสูตรใดจะช่วยพัฒนาไปสู่เป้าหมายนั้น

การตัดสินใจจึงควรมองให้พ้นจากชื่อคณะหรือความมีชื่อเสียงของสถาบัน ไปถึงรายวิชาที่ต้องเรียน รูปแบบการฝึกปฏิบัติ และโอกาสนำความรู้ไปใช้สร้างประโยชน์ให้สังคม ควบคู่กับการทำความเข้าใจความพร้อมของตนเอง

สำหรับนักเรียน การเดินชมแต่ละคณะอาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า วิชาที่เห็นตรงกับความสนใจหรือไม่ ชอบกระบวนการเรียนรู้และลักษณะงานของสาขานั้นเพียงใด และมีพื้นฐานเรื่องใดที่ควรเตรียมเพิ่มเติมก่อนเข้าเรียน

ส่วนผู้ปกครองสามารถช่วยได้ด้วยการรับฟังเหตุผลและประสบการณ์ของบุตรหลาน เปิดโอกาสให้สำรวจทางเลือก แล้วร่วมพิจารณาข้อมูลหลักสูตร ค่าใช้จ่าย และเส้นทางอาชีพอย่างรอบด้าน

เข้ามหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งก้าว ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก

ในการบรรยายพิเศษ ศ.ดร.ยศชนัน ชวนมองว่าการเข้ามหาวิทยาลัยอาจเป็นเพียงหนึ่งในร้อยหมุดหมายของความสำเร็จ เปรียบเปรยให้เห็นว่าชีวิตยังมีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และพัฒนาอีกมาก ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อคิดประกอบการบรรยาย ไม่ใช่สัดส่วนทางสถิติ

ประเด็นนี้ช่วยเปิดมุมมองสำหรับนักเรียนที่กำลังกังวลกับผลสอบ เพราะแม้การสอบเข้าจะเป็นเป้าหมายสำคัญในช่วงมัธยมปลาย แต่ผลการคัดเลือกครั้งหนึ่งไม่สามารถอธิบายศักยภาพหรืออนาคตทั้งหมดของคนคนหนึ่งได้

ผู้ที่ได้เรียนในคณะที่ตั้งใจไว้ยังต้องพัฒนาทักษะต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ที่ยังไม่ถึงเป้าหมายสามารถทบทวนทางเลือก ค้นหาจุดแข็ง และวางแผนก้าวถัดไปจากข้อมูลและข้อจำกัดที่ตนมี

สามแนวคิดสำหรับสร้างเส้นทางของตัวเอง

ศ.ดร.ยศชนัน ยกตัวอย่างเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกันของบุคคลจากหลายวงการ เพื่อสื่อสารว่าความสำเร็จไม่มีรูปแบบเดียว โดยสรุปเป็นแนวคิดที่นักเรียนสามารถนำมาปรับใช้ได้สามด้าน

รู้ลึกถึงพื้นฐานของเรื่องที่ทำ
การคิดจากหลักการพื้นฐาน หรือ First Principles Thinking เริ่มจากการแยกปัญหาออกเป็นองค์ประกอบ แล้วตรวจสอบว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือข้อจำกัด และอะไรเป็นเพียงวิธีที่เคยทำต่อกันมา สำหรับผู้เรียน แนวคิดนี้เชื่อมกับการทำความเข้าใจวิชาพื้นฐานให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เมื่อเจอปัญหาใหม่

เข้าใจผู้คนและรู้จักขอบเขตความสามารถของตนเอง
ความรู้เฉพาะทางควรเติบโตควบคู่กับความสามารถในการฟัง ทำงานร่วมกับผู้อื่น และเข้าใจบริบทของคนที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ผู้เรียนควรรู้ว่าตนถนัดอะไร มีหลักฐานจากประสบการณ์ใดรองรับ และเรื่องใดยังต้องเรียนรู้เพิ่มเติม

นำคำปฏิเสธกลับมาพัฒนางาน
เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามหวัง การทบทวนเหตุผลและข้อเสนอแนะช่วยให้มองเห็นสิ่งที่ปรับปรุงได้ นักเรียนอาจนำแนวคิดนี้มาใช้กับการทำโครงงาน การแข่งขัน หรือการสมัครเรียน โดยพิจารณาว่าจุดใดทำได้ดี จุดใดยังไม่ตรงเกณฑ์ และควรเปลี่ยนวิธีเตรียมตัวอย่างไร

ทั้งสามแนวคิดเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและพัฒนาตนเอง ซึ่งต้องนำมาปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละคน

โลกยุค AI ต้องการความเชี่ยวชาญและการเรียนรู้ต่อเนื่อง

อีกประเด็นที่ ศ.ดร.ยศชนัน เน้นย้ำคือการสร้างความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง หรือ Mastery โดยชวนให้นักเรียนพิจารณาว่าหลักสูตรที่เลือกจะช่วยให้ตนรู้ลึกและทำอะไรได้บ้าง

ในมุมของผู้เตรียมเข้ามหาวิทยาลัย คำถามที่ควรสำรวจจึงครอบคลุมทั้งสิ่งที่สนใจ ทักษะที่อยากฝึก และปัญหาที่อยากมีส่วนร่วมแก้ไข จากนั้นจึงเชื่อมกลับไปดูว่ารายวิชา โครงงาน และประสบการณ์ในหลักสูตรตอบโจทย์เหล่านั้นอย่างไร

การเรียนรู้นอกห้องเรียนก็เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อม ทั้งชมรม กีฬา กิจกรรมอาสา และการทำงานกับเพื่อนต่างสาขา ซึ่งเปิดโอกาสให้ฝึกการสื่อสาร การรับผิดชอบ และการรับมือความเห็นที่แตกต่าง

ท้ายที่สุด ข้อคิดจากเวทีเปิดบ้านธรรมศาสตร์ครั้งนี้คือการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่สร้างเส้นทางของตนเอง ใช้ความสนใจเป็นจุดเริ่มต้น ลงมือสำรวจความถนัด และค่อย ๆ พัฒนาความเชี่ยวชาญ โดยไม่จำเป็นต้องใช้จังหวะความสำเร็จของผู้อื่นเป็นเส้นตายของชีวิต

ที่มา: ข่าวกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วันที่ 30 ตุลาคม 2569

ติดตามเกณฑ์รับสมัครอย่างเป็นทางการ: ระบบ myTCAS และเว็บไซต์รับสมัครของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *