จิบชากับ “ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์” จากชีวิตเรียนไปทำงานไป สู่ความเชื่อว่า “ความรู้จากของจริง ชัดกว่าตำรา”

จิบชากับ “ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์” จากชีวิตเรียนไปทำงานไป สู่ความเชื่อว่า “ความรู้จากของจริง ชัดกว่าตำรา”

เบื้องหลังแนวคิดการศึกษาของ PIM คือเริ่มมาจากประสบการณ์ของชายคนหนึ่งที่เคยเรียนภาคค่ำ ทำงานกลางวัน และค้นพบว่า ความรู้จะมีพลังมากขึ้นเมื่อได้นำไปใช้กับปัญหาจริง บทสนทนากับคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ จึงชวนมองการศึกษาให้ไกลกว่าใบปริญญา ไปถึงความสามารถในการทำงาน การดูแลผู้อื่น และการสร้างอนาคตให้ตัวเอง

ในวงสนทนาจิบน้ำชาร่วมกับสื่อสายการศึกษา พี่แฮนด์ ธารา อิสสระ บรรณาธิการ Eduzones มีโอกาสพูดคุยกับ คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ถึงเส้นทางชีวิตการทำงาน จุดเริ่มต้นของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM และคำถามสำคัญที่คนรุ่นใหม่กำลังเผชิญอยู่ในวันนี้—เราควรเรียนรู้อย่างไร ในวันที่โลกการทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

บทสนทนาเริ่มจากเรื่องเล่าในวัยเรียน ผ่านโจทย์การบริหารธุรกิจ ก่อนเชื่อมมาถึงการสร้างสถาบันการศึกษา และจบลงด้วยมุมมองต่อโลกยุค AI ที่เจ้าตัวยังคงให้ความสำคัญกับ “คน”

ตลอดการพูดคุย มีความเชื่อหนึ่งปรากฏอยู่เสมอ

“ความรู้จากของจริง ชัดกว่าตำรา”

สำหรับคุณก่อศักดิ์ ความเชื่อนี้เกิดจากประสบการณ์ที่ต้องเรียนรู้ ทำงาน และรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจมาตั้งแต่วัยหนุ่ม

ห้องเรียนภาคค่ำ กับบทเรียนกลางวันที่ไม่มีในข้อสอบ

คุณก่อศักดิ์ย้อนถึงช่วงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเล่าว่า แนวทางการเรียนภาคค่ำที่เชื่อมโยงกับอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นแรงบันดาลใจสำคัญต่อความคิดเรื่องการศึกษาของเขา เพราะเปิดโอกาสให้นักศึกษาใช้เวลากลางวันทำงาน ก่อนกลับมาเรียนในช่วงเย็น

ชีวิตในเวลานั้นจึงต้องแบ่งให้ทั้งการเรียนและการทำงานกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ การเรียนรู้เกิดขึ้นในสองพื้นที่ควบคู่กัน ทั้งในมหาวิทยาลัยและสถานที่ทำงาน

คุณก่อศักดิ์เล่าถึงผลการเรียนของตัวเองด้วยอารมณ์ขันว่า จากที่เคยได้ 4.00 เกรดค่อย ๆ ลดลง จนเมื่อสำเร็จการศึกษาเหลือประมาณ 2.00

แต่ระหว่างที่ตัวเลขบนใบแสดงผลการเรียนลดลง ประสบการณ์อีกด้านกลับเพิ่มขึ้น เขาได้เรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับคนอื่น รับผิดชอบงาน และแก้ปัญหาที่ไม่ได้มีคำตอบสำเร็จรูปอยู่ท้ายบท

เรื่องเล่านี้สะท้อนคำถามที่คุณก่อศักดิ์ให้ความสำคัญมาตลอดว่า ความรู้ที่เรียนมา จะนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง

ในมุมของคุณก่อศักดิ์ ผลการเรียนที่ดีควรเดินคู่กับความสามารถในการนำความรู้ไปใช้ หากเรียนจบแล้วแต่ยังเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับงานไม่ได้ ระบบการศึกษาก็ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาต่ออีกมาก

จากธุรกิจส่งออก สู่โจทย์พลิกฟื้นร้านสะดวกซื้อ

ประสบการณ์การทำงานพาคุณก่อศักดิ์เติบโตในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ก่อนจะได้รับโอกาสสำคัญจากคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ให้เข้ามาดูแลธุรกิจเซเว่น อีเลฟเว่นในช่วงเริ่มต้นที่ยังประสบปัญหาขาดทุน

เขาเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของโจทย์งาน จากการดูแลธุรกิจส่งออกมูลค่าสูงหลักพันล้านบาท มาสู่ร้านค้าที่ขายสินค้าราคาหลักสิบบาท ที่กำลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักจนอาจถึงขั้นปิดกิจการ

คุณก่อศักดิ์หยิบวิธีคิดจากความชื่นชอบหมากล้อมมาเชื่อมกับการบริหารธุรกิจ การอ่านหมากต้องมองทั้งกระดาน เห็นความสัมพันธ์ของแต่ละตำแหน่ง และรู้ว่าจุดใดเป็นจุดอ่อนที่ต้องแก้

เมื่อนำมามองธุรกิจร้านสะดวกซื้อ คุณก่อศักดิ์พบโจทย์สำคัญสองด้าน คือ รูปแบบการลงทุนในร้าน และอนาคตของคนที่ทำงานอยู่ในร้าน

ด้านแรกคือภาระจากการลงทุนซื้ออาคารและพื้นที่ร้าน เขาเล่าว่า การปรับมาใช้การเช่าช่วยลดภาระเงินลงทุน ทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัวและขยายสาขาได้มากขึ้น โดยในช่วงปีแรกของการเข้ามาบริหาร จำนวนร้านเพิ่มจาก 27 สาขาเป็น 70 สาขา ตามเรื่องราวที่เขาถ่ายทอดในวงสนทนา

แต่อีกปัญหาหนึ่งไม่อาจแก้ได้ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนเพียงอย่างเดียว นั่นคือ พนักงานหน้าร้านจะมองเห็นอนาคตของตัวเองได้อย่างไร ?

หากคนทำงานไม่มีโอกาสเรียนต่อหรือพัฒนาทักษะ งานที่ทำอยู่อาจเป็นเพียงรายได้สำหรับวันนี้ โดยยังไม่เห็นเส้นทางเติบโตในวันข้างหน้า

คำถามเรื่องธุรกิจจึงค่อย ๆ เชื่อมไปสู่คำถามเรื่องการศึกษา

เมื่อการพัฒนาคนต้องมี “โอกาสเรียน” อยู่ด้วย

คุณก่อศักดิ์อธิบายว่า การให้การศึกษาเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้พนักงานมีทั้งความรู้ ความมั่นใจ และโอกาสก้าวหน้า ขณะเดียวกัน องค์กรก็ต้องการบุคลากรที่เข้าใจงานและสามารถรับผิดชอบงานที่ซับซ้อนขึ้นได้

แนวคิดนี้นำไปสู่การจัดการศึกษาสายอาชีพ ก่อนขยายสู่ระดับอุดมศึกษา

ในส่วนของสายอาชีพ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ หรือ PAT มีจุดเริ่มต้นในปี 2547 โดยมุ่งเชื่อมความรู้ภาคทฤษฎีกับการฝึกปฏิบัติ เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาบุคลากรและเปิดโอกาสทางการศึกษา

ต่อมา สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ Panyapiwat Institute of Management: PIM ได้รับอนุญาตจัดตั้งเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2550 และเริ่มจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาในปีเดียวกัน ก่อนพัฒนาแนวทางการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงอย่างต่อเนื่อง

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด Creating Shared Value หรือ CSV—การสร้างคุณค่าร่วม เมื่อการพัฒนาธุรกิจและการเปิดโอกาสให้คนสามารถเติบโตไปด้วยกันได้

สำหรับผู้เรียน คุณค่าคือโอกาสทางการศึกษาและทักษะสำหรับประกอบอาชีพ ส่วนสถานประกอบการได้รับบุคลากรที่มีความพร้อมมากขึ้น การออกแบบการศึกษาจึงต้องทำให้ทั้งสองด้านเชื่อมถึงกันอย่างมีคุณภาพ

Work-based Education เรียนจากงาน แล้วกลับไปทำงานให้ดีขึ้น

หัวใจของการจัดการศึกษาที่คุณก่อศักดิ์เล่าถึง คือ Work-based Education หรือ WBE ซึ่งเชื่อมการเรียนรู้ในห้องเรียนกับประสบการณ์จากการทำงานจริง เริ่มจากการเรียนรู้ควบคู่การฝึกปฏิบัติ ก่อนพัฒนาให้ครอบคลุมการสอน การวิจัยและนวัตกรรมที่เชื่อมกับโจทย์จริง รวมถึงเครือข่ายความร่วมมือที่สนับสนุนการเรียนรู้

ในวงสนทนา คุณก่อศักดิ์ขยายความให้เห็นภาพว่า นักศึกษาที่ไปฝึกงานควรได้มองเห็นปัญหาของสถานที่ทำงาน แล้วนำประสบการณ์นั้นกลับมาเชื่อมกับสิ่งที่เรียน เมื่อกลับไปฝึกปฏิบัติอีกครั้งก็ควรมีความรู้และแนวคิดที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ดีขึ้น

กระบวนการจึงเป็นวงจรของการพัฒนา ได้แก่ พบปัญหา ตั้งคำถาม เรียนรู้ ทดลองแก้ไข และประเมินผล

ตัวอย่างเช่น เมื่อพบว่างานขั้นตอนหนึ่งใช้เวลามาก ผู้เรียนอาจเริ่มจากสังเกตว่าเสียเวลาไปกับอะไร มีข้อมูลส่วนใดขาดหาย หรือสามารถปรับวิธีทำงานให้ชัดเจนขึ้นได้หรือไม่ จากนั้นจึงนำความรู้ที่เรียนมาใช้เสนอทางเลือก

การฝึกเช่นนี้ทำให้การเรียนมีโจทย์ให้ขบคิด และทำให้การทำงานมีความรู้ช่วยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น

สำหรับคนรุ่นใหม่ นี่คือทักษะที่นำติดตัวไปได้ในหลายอาชีพ เพราะแม้เครื่องมือและตำแหน่งงานจะเปลี่ยนไป ความสามารถในการมองปัญหาและเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหายังจำเป็นอยู่เสมอ

“ลูกศิษย์” คือคนที่ครูต้องมองไปถึงอนาคต

อีกช่วงหนึ่งของบทสนทนาที่ชวนให้หยุดคิด คือวิธีที่คุณก่อศักดิ์อธิบายความหมายของคำว่า “ลูกศิษย์”

คุณก่อศักดิ์เล่าว่าที่ PIM ได้ให้ความสำคัญกับบทบาทของครู โดยมองว่า “ศิษย์” คือผู้มารับวิชา ส่วนคำว่า “ลูก” เตือนให้ผู้สอนดูแลผู้เรียนด้วยความห่วงใย มองเห็นทั้งความคิดและอนาคตของเขา

ครูจึงมีบทบาทมากกว่าการถ่ายทอดเนื้อหาให้ครบตามหลักสูตร แต่ต้องช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจตัวเอง รู้จักรับผิดชอบ และเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังออกจากห้องเรียนด้วย

เมื่อมองผู้เรียนในลักษณะนี้ คำถามของการสอนย่อมเปลี่ยนไป จากวันนี้สอนเนื้อหาอะไร ไปสู่วันนี้ผู้เรียนเข้าใจอะไร ทำอะไรได้เพิ่มขึ้น และยังต้องได้รับความช่วยเหลือในเรื่องใด

แนวคิดนี้มีความหมายต่อทั้งครูและสถานประกอบการที่รับนักศึกษาฝึกงาน เพราะการมอบหมายงานเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ผู้เรียนต้องได้รับคำแนะนำ เห็นข้อผิดพลาด และมีโอกาสปรับปรุงตัวเองด้วย

สิ่งที่ Eduzones พบจากนักศึกษาฝึกงานหลายรุ่น

สำหรับพี่แฮนด์ เรื่องที่ได้ฟังเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของ Eduzones ซึ่งรับนักศึกษาจาก PIM มาฝึกงานอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่สังเกตเห็นจากน้อง ๆ หลายรุ่น คือ ทัศนคติต่อการทำงาน ความพร้อมเรียนรู้ ไม่เกี่ยงงาน และกล้าลงมือทำสิ่งที่ยังไม่เคยทำ

ข้อสังเกตนี้เป็นประสบการณ์จากนักศึกษาที่เข้ามาร่วมงานกับ Eduzones ไม่ใช่การตัดสินว่านักศึกษาทุกคนมีลักษณะเหมือนกัน หรือมีทักษะเหนือกว่าผู้เรียนจากสถาบันอื่น เพราะแต่ละคนมีจุดแข็งและพื้นที่ที่ต้องพัฒนาต่างกัน

แต่ในงานที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทัศนคติเช่นนี้มีความสำคัญมาก

นักศึกษาฝึกงานอาจยังไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตั้งแต่วันแรก หากพร้อมถาม รับฟังคำแนะนำ และกลับไปแก้ไขงาน ความสามารถก็มีโอกาสพัฒนาขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับพี่แฮนด์ นี่คือความหมายของทัศนคติเชิงบวกในการทำงาน—มองว่าสิ่งที่ยังทำไม่ได้เป็นเรื่องที่เรียนรู้ได้ พร้อมรับผิดชอบและพัฒนาตัวเองไปทีละขั้น

จากนักศึกษารุ่นแรก 350 คน สู่บทพิสูจน์ที่ต้องใช้เวลา

คุณก่อศักดิ์เล่าว่า PIM เริ่มต้นด้วยนักศึกษาปีแรกประมาณ 350 คน ท่ามกลางความไม่เชื่อมั่นและคำเรียกที่สะท้อนอคติต่อสถาบันซึ่งเชื่อมโยงกับธุรกิจร้านสะดวกซื้อ

คุณก่อศักดิ์มองว่าการตอบข้อสงสัยเหล่านั้นต้องใช้เวลา และต้องให้บัณฑิตออกไปแสดงความสามารถในการทำงานจริง เรื่องราวจุดเริ่มต้นและนักศึกษารุ่นแรกดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลที่เคยเผยแพร่เกี่ยวกับเส้นทางของ PIM.

จากปี 2550 จนถึงปัจจุบัน PIM เดินทางมาเกือบ 20 ปี โดยข้อมูลที่สถาบันเปิดเผยและ Eduzones รายงานก่อนหน้านี้ ระบุว่า บัณฑิตรุ่นที่ 15 มีจำนวน 3,876 คน ผู้สำเร็จการศึกษาสะสมตั้งแต่รุ่นที่ 1–15 รวมกว่า 37,000 คน พร้อมรายงานสถิติการมีงานทำที่ 96%.

ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลที่สถาบันรายงาน และควรอ่านควบคู่กับรายละเอียดการสำรวจเมื่อใช้เปรียบเทียบกับสถาบันอื่น ขณะเดียวกัน สิ่งที่มีความหมายต่อผู้เรียนแต่ละคนคือ เขาสามารถใช้ความรู้และประสบการณ์สร้างเส้นทางชีวิตของตนเองได้เพียงใด

การเติบโตของสถาบันจึงต้องมองผ่านชีวิตของบัณฑิตด้วย ทั้งความสามารถในการประกอบอาชีพ การพัฒนาตัวเอง และการสร้างประโยชน์ให้ผู้คนรอบตัว

เมื่อถามถึงอาชีพแห่งอนาคต คำตอบกลับมาที่ “คน”

ก่อนจบบทสนทนา ในวงสนทนาได้ถามคุณก่อศักดิ์ว่า ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น อาชีพใดจะเป็นเสาหลักของประเทศในอนาคต

คำตอบของคุณก่อศักดิ์เริ่มต้นสั้น ๆ ว่า

“คนครับ”

คุณก่อศักดิ์อธิบายว่า ไม่ว่าจะเป็น AI, ChatGPT หรือเทคโนโลยีใด สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่คนเป็นผู้ใช้ ขณะที่การอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่น การดูแล และการต้อนรับลูกค้ายังคงเกี่ยวข้องกับคุณภาพของคน

คำตอบนี้ชวนให้ขยายคำถามเรื่องอนาคตการทำงาน จากการมองหาเพียงชื่ออาชีพที่น่าจะเติบโต ไปสู่การเตรียมตัวว่า เราจะเป็นคนที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้นอย่างไร

ผู้เรียนจึงควรได้ฝึกทั้งการใช้เครื่องมือ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ เพราะผลลัพธ์จากเทคโนโลยียังต้องอาศัยคนตรวจสอบ ตัดสินใจ และนำไปใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง

ความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์ทำงาน และความเข้าใจผู้คน จึงเป็นต้นทุนที่ช่วยเสริมกันในการเตรียมพร้อมสู่โลกยุคใหม่

บทเรียนจากวงน้ำชา: เริ่มสร้างประสบการณ์ได้ตั้งแต่วันนี้

เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมด สิ่งที่พี่แฮนด์ได้กลับมาจากวงสนทนาคือภาพของการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเส้นทางชีวิต ตั้งแต่วันที่ต้องแบ่งเวลาเรียนกับทำงาน วันที่ได้รับโจทย์ธุรกิจที่ไม่คุ้นเคย ไปจนถึงวันที่ต้องสร้างโอกาสทางการศึกษาให้คนรุ่นต่อไป

สำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเก่งอะไร เรื่องนี้อาจเป็นแรงชวนให้เริ่มจากการลงมือทำงานชิ้นเล็ก ๆ รับผิดชอบให้จบ ขอคำแนะนำ และทบทวนว่าได้เรียนรู้อะไรจากงานนั้น

ประสบการณ์อาจเริ่มจากโครงงาน กิจกรรมในโรงเรียน งานอาสา งานพิเศษ หรือการฝึกงานที่มีผู้ดูแล สิ่งสำคัญคือการตั้งใจเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งส่วนที่ทำได้ดีและส่วนที่ต้องกลับไปฝึกใหม่

ส่วนครู ผู้ปกครอง และสถานประกอบการ สามารถช่วยกันสร้างพื้นที่ที่ผู้เรียนได้รับความไว้วางใจให้ลองทำ พร้อมมีคำแนะนำและความปลอดภัยรองรับการเรียนรู้

“ความรู้จากของจริง ชัดกว่าตำรา” จึงเป็นประโยคที่ชวนให้นำความรู้ในตำราออกไปทดลองใช้ แล้วนำประสบการณ์กลับมาทำความเข้าใจความรู้นั้นให้ลึกขึ้น

เมื่อการเรียนรู้สองด้านนี้เชื่อมถึงกัน ผู้เรียนย่อมมีโอกาสค้นพบทั้งความสามารถ ความมั่นใจ และทิศทางที่อยากก้าวต่อไปในชีวิต

เรื่อง: พี่แฮนด์ Eduzones

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *