เจาะลึกโครงการจุฬาฯ–ชนบท คืออะไร? ใครสมัครได้ ได้รับทุนอะไร และมีข้อผูกพันอย่างไร

เจาะลึกโครงการจุฬาฯ–ชนบท คืออะไร? ใครสมัครได้ ได้รับทุนอะไร และมีข้อผูกพันอย่างไร

โดย กองบรรณาธิการ Eduzones หมวด: TCAS | ทุนการศึกษา | โควตา | แนะแนวเข้ามหาวิทยาลัย อัปเดตตามประกาศ TCAS69 ปีการศึกษา 2569 (ประกาศ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568)


“เรียนจุฬาฯ พร้อมทุนสนับสนุนตลอดหลักสูตรตามเงื่อนไข” โอกาสสำคัญของนักเรียนชนบทที่มีความสามารถ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

สำหรับนักเรียนจำนวนมาก การสอบเข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอาจไม่ใช่เรื่องของคะแนนเพียงอย่างเดียว

บางคนเรียนดี มีความตั้งใจ และมีศักยภาพ แต่ครอบครัวไม่สามารถรับภาระค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าครองชีพในกรุงเทพฯ ได้ตลอดหลักสูตร

โครงการจุฬาฯ–ชนบท จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนจากพื้นที่ชนบทที่เรียนดี ประพฤติดี และมีฐานะครอบครัวยากจน สามารถเข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมรับทุนสนับสนุนจนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรปกติ

ทั้งนี้ การได้รับทุนต่อเนื่องขึ้นอยู่กับการรักษาสถานภาพนิสิต ผลการศึกษา ความประพฤติ และการปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ — มหาวิทยาลัยมีสิทธิ์ปรับสภาพการให้ทุน ยกเลิกทุน หรือให้พ้นสภาพนิสิตได้ หากผู้รับทุนไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ ไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน หรือมีความประพฤติไม่เหมาะสม

ข้อควรรู้: รายละเอียดจำนวนรับ พื้นที่ คุณสมบัติ เกณฑ์คะแนน และกำหนดการอาจเปลี่ยนในแต่ละปี บทความนี้อ้างอิงประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฉบับลงวันที่ 31 ตุลาคม 2568 สำหรับ TCAS69 ปีการศึกษา 2569 ผู้สมัครปีต่อไปต้องตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดอีกครั้ง


โครงการจุฬาฯ–ชนบท คืออะไร?

ชื่อทางการในประกาศคือ “โครงการรับนักเรียนจากชนบทเพื่อเข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือโครงการจุฬาฯ–ชนบท”

เป็นโครงการรับเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีในระบบ TCAS รอบที่ 2 Quota โดยมุ่งรับนักเรียนจากพื้นที่ชนบทที่มีผลการเรียนดี ความประพฤติดี และฐานะครอบครัวยากจน ให้มีโอกาสเรียนในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมได้รับทุนสนับสนุนตามหลักเกณฑ์ของโครงการ

วัตถุประสงค์สำคัญมี 3 ด้าน

  1. กระจายโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนด้อยโอกาสในชนบท
  2. กระตุ้นโรงเรียนในพื้นที่ชนบทให้เกิดความตื่นตัวด้านการเรียนการสอน
  3. กระจายผู้มีความรู้ความสามารถระดับอุดมศึกษากลับไปยังพื้นที่ชนบท

⚠️ ข้อควรทราบ: นี่ไม่ใช่โครงการเดียวที่จุฬาฯ มีสำหรับพื้นที่พิเศษ

จุฬาฯ ยังมีโครงการลักษณะใกล้เคียงกันแต่แยกต่างหากจากจุฬาฯ–ชนบท ได้แก่ โครงการนักเรียนปอเนาะพิเศษ (พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้: ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา เปิดรับเฉพาะบางคณะ เช่น ครุศาสตร์ รัฐศาสตร์) และ โครงการสืบสานปณิธานสมเด็จย่า (สำหรับคณะทันตแพทยศาสตร์โดยเฉพาะ) ทั้งสองโครงการมีรหัสคณะ เขตพื้นที่ และเกณฑ์เป็นของตัวเอง ไม่ใช่โครงการเดียวกับจุฬาฯ–ชนบทที่บทความนี้อธิบาย จึงไม่ควรสมัครผิดโครงการ


ใครสมัครโครงการจุฬาฯ–ชนบทได้?

1. ต้องมีสัญชาติไทย

2. กำลังเรียนชั้น ม.6 ในปีการศึกษา 2568

สำหรับ TCAS69 ผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2568 จึงไม่ครอบคลุมผู้สำเร็จการศึกษาในปีก่อน เด็กซิ่ว หรือผู้ถือวุฒิอื่นที่ไม่ได้อยู่ในสถานะตามประกาศฉบับนี้

3. ต้องมีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ของคณะที่สมัคร

ใช้ผลการเรียนตั้งแต่ชั้น ม.4 ถึง ม.6 ภาคเรียนที่ 1 รวม 5 ภาคการศึกษา แต่ละคณะกำหนด GPAX และคะแนนเฉลี่ยกลุ่มสาระไม่เหมือนกัน

ตาราง GPAX ขั้นต่ำตามประกาศ TCAS69 (ข้อ 1.7)

คณะ/สาขา GPAX ขั้นต่ำ เกณฑ์เพิ่มเติมรายกลุ่มวิชา
ครุศาสตร์, อักษรศาสตร์, รัฐศาสตร์, นิติศาสตร์, นิเทศศาสตร์, พาณิชยศาสตร์และการบัญชี, ทรัพยากรการเกษตร 2.50 ไม่มี
จิตวิทยา 3.00 ไม่มี
เภสัชศาสตร์ 3.50 ไม่มี
วิศวกรรมศาสตร์ 3.25 ไม่มี
สหเวชศาสตร์ สาขาเทคนิคการแพทย์ 3.50 วิทยาศาสตร์ ≥3.50, คณิตศาสตร์ ≥3.25, ภาษาต่างประเทศ(อังกฤษ) ≥3.25
สหเวชศาสตร์ สาขากายภาพบำบัด 3.00 ไม่มี
สหเวชศาสตร์ สาขาโภชนาการฯ และรังสีเทคนิค 2.75 ไม่มี
วิทยาศาสตร์การกีฬา 2.75 ไม่มี
วิทยาศาสตร์ 2.50 คณิตศาสตร์+วิทยาศาสตร์ รวมกัน ≥3.00
สัตวแพทยศาสตร์ 3.00 วิทยาศาสตร์ ≥2.75, คณิตศาสตร์ ≥2.75, ภาษาต่างประเทศ(อังกฤษ) ≥2.75, กลุ่มวิชาอื่น ≥2.75
เศรษฐศาสตร์ 2.75 คณิตศาสตร์ ≥2.75, ภาษาอังกฤษ ≥2.75, กลุ่มวิชาอื่น ≥2.75

EDUZONES เตือน: GPAX รวมผ่าน ไม่ได้แปลว่ามีสิทธิ์สมัครเสมอไป หากคะแนนเฉลี่ยรายกลุ่มวิชาต่ำกว่าเกณฑ์ก็อาจขาดคุณสมบัติได้ โดยให้นายทะเบียนโรงเรียนเป็นผู้คำนวณและรับรองค่าเฉลี่ยลงในเอกสารแบบฟอร์มของโครงการ

4. ต้องมีภูมิลำเนาและเรียนอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี

ผู้สมัครต้องมีทั้ง ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน และ โรงเรียนที่กำลังศึกษา อยู่ในเขตจังหวัดที่โครงการกำหนด ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปีนับถึงวันสมัคร (การย้ายทะเบียนบ้านก่อนสมัครไม่นานจึงไม่เพียงพอ)

รายชื่อจังหวัดที่มีสิทธิ์ตามประกาศ TCAS69 (ข้อ 1.5.1 — รวม 56 จังหวัดในเขตพื้นที่ปกติ)

  • ภาคกลาง (13 จังหวัด): กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา
  • ภาคเหนือ (16 จังหวัด): กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ น่าน แพร่ พะเยา ลำปาง ลำพูน เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (19 จังหวัด): ขอนแก่น สกลนคร หนองคาย บึงกาฬ เลย หนองบัวลำภู นครพนม กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ
  • ภาคตะวันออก (8 จังหวัด): นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว

เขตพื้นที่พิเศษ (ข้อ 1.5.2): จังหวัดตรัง (จังหวัดที่มหาวิทยาลัยได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้สนับสนุนการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีชั้นสูง) รวมพื้นที่ทั้งหมดของโครงการปีนี้เป็น 57 จังหวัด

โรงเรียนต้องเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาของรัฐ หรือโรงเรียนเอกชนที่ได้รับความเห็นชอบเข้าร่วมโครงการแล้ว (นักเรียนโรงเรียนเอกชนควรสอบถามฝ่ายแนะแนวก่อนว่าโรงเรียนได้รับอนุมัติหรือไม่)

เนื่องจากรายชื่อจังหวัดอาจเปลี่ยนทุกปี ผู้สมัครต้องตรวจสอบทั้ง (1) จังหวัดตามทะเบียนบ้าน (2) จังหวัดที่ตั้งโรงเรียน และ (3) สิทธิ์การเข้าร่วมของโรงเรียน พร้อมกันทั้ง 3 ส่วน

5. ต้องมีฐานะครอบครัวยากจนและขาดผู้อุปการะ

บิดา มารดา หรือผู้ปกครองไม่สามารถสนับสนุนให้ศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้ และไม่มีผู้ให้การอุปการะที่เพียงพอ ต้องมีคำรับรองฐานะครอบครัวจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 ท่าน และคำรับรองจากเพื่อนบ้านอีก 1 ท่าน (ครบทั้งสองฉบับ ห้ามปลอมแปลงเด็ดขาด)

6. ต้องมีความประพฤติดี

โรงเรียนต้องแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกและรับรองผลการศึกษา ความประพฤติ ฐานะครอบครัว และสภาพความเป็นอยู่

7. ต้องมีสุขภาพที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนและวิชาชีพ

บางสาขามีเงื่อนไขเฉพาะที่ระบุไว้ชัดเจนในประกาศ:

  • สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ (สหเวชศาสตร์): ต้องไม่มีภาวะตาบอดสีขั้นรุนแรง โดยผลการตรวจ Farnsworth D15 hue test ต้องไม่มีเส้นตัดขวางมากกว่าหรือเท่ากับ 10 เส้น ตามแนวทางการตรวจตาบอดสีของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ต้องส่งผลตรวจจากจักษุแพทย์ของโรงพยาบาล/สถานพยาบาล/คลินิก รัฐบาลหรือเอกชน พร้อมลงตราประทับของสถานพยาบาล
  • สาขาวิชากายภาพบำบัด (สหเวชศาสตร์): ต้องส่งใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรัฐ แสดงว่ามีสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนและฝึกงาน และต้องมีส่วนสูงตั้งแต่ 150 ซม. และน้ำหนักตั้งแต่ 40 กก. ขึ้นไป แต่ไม่มากจนเป็นอุปสรรคต่อวิชาชีพ
  • เภสัชศาสตร์: ต้องส่งผลตรวจตาบอดสีในวันรายงานตัว

8. ต้องมีเจตนากลับไปทำงานหรือสร้างประโยชน์ในพื้นที่ชนบท

ผู้รับทุนต้องปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งกำหนดให้ไปทำงานในชนบทหรือพื้นที่อื่นตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดหลังสำเร็จการศึกษา

9. บิดา มารดา พี่ หรือน้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ต้องไม่เคยได้รับทุนโครงการนี้มาก่อน

ตามประกาศ ผู้สมัครต้องไม่เป็นผู้ที่บิดา มารดา พี่ หรือน้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเคยได้รับทุนโครงการจุฬาฯ–ชนบทมาก่อน เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ครอบครัวอื่น

ในกรณีพี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาสมัครสอบในปีเดียวกัน สามารถสมัครพร้อมกันได้ แต่หากมีผู้ผ่านเกณฑ์มากกว่าหนึ่งคน คณะกรรมการจะพิจารณาให้ได้รับทุนเพียงหนึ่งคน

10. ต้องไม่อยู่ในเพศบรรพชิต นักบวช นักพรต หรือมีข้อผูกมัดกับการรับทุนจากสถานศึกษาอื่น


ปี 2569 เปิดรับกี่คน และมีคณะอะไรบ้าง?

ประกาศกำหนดจำนวนรับรวม 162 ทุน กระจายใน 15 คณะ/สำนักวิชา โดยเลือกสมัครได้เพียง 1 คณะเท่านั้น

คณะ จำนวนรับ
วิศวกรรมศาสตร์ 5
อักษรศาสตร์ (ภูมิศาสตร์ฯ / ภาษาเอเชียใต้) 4
วิทยาศาสตร์ 20
รัฐศาสตร์ (4 สาขา) 14
พาณิชยศาสตร์และการบัญชี (3 หลักสูตร) 6
ครุศาสตร์ (สาขาประถมศึกษา) 10
นิเทศศาสตร์ 8
เศรษฐศาสตร์ 10
สัตวแพทยศาสตร์ 10
เภสัชศาสตร์ (สาขาการบริบาลทางเภสัชกรรม) 10
นิติศาสตร์ 10
สหเวชศาสตร์ (4 สาขา) 30
จิตวิทยา 5
วิทยาศาสตร์การกีฬา 10
ทรัพยากรการเกษตร 10

จำนวนรับและสาขาอาจไม่เหมือนกันทุกปี ต้องเช็กประกาศปีที่สมัครเสมอ


ใช้คะแนนอะไรคัดเลือก?

ผู้สมัครต้องเข้าสอบ TGAT/TPAT/A-Level ปีการศึกษา 2569 ตามรายวิชาที่แต่ละคณะกำหนด ซึ่งมีน้ำหนักคะแนนต่างกันมากในแต่ละคณะ ตัวอย่างเช่น

  • วิศวกรรมศาสตร์: TGAT 20% + TPAT3 30% + คณิต-1 20% + ฟิสิกส์ 20% + เคมี 10% (คะแนนรวมทุกวิชาไม่ต่ำกว่า 45%)
  • รัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง: TGAT 100% (คะแนน TGAT ไม่ต่ำกว่า 50%)
  • เศรษฐศาสตร์: TGAT 40% + คณิต-1 30% + ภาษาอังกฤษ 10% + ภาษาไทย 10% + สังคม 10%
  • สัตวแพทยศาสตร์: TGAT 45% + วิทยาศาสตร์ประยุกต์ 55% (แต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 25%)
  • สหเวชศาสตร์ เทคนิคการแพทย์: TGAT 20% + คณิต-1 10% + เคมี 30% + ชีววิทยา 30% + ภาษาอังกฤษ 10%

หมายเหตุ: ตัวอย่างข้างต้นแสดงเพียงรายวิชาและน้ำหนักคะแนนบางคณะ ผู้สมัครต้องตรวจสอบ “คะแนนขั้นต่ำรายวิชา” และ “เกณฑ์คะแนนรวม” จากตารางในประกาศฉบับเต็มด้วย เพราะบางคณะกำหนดให้แต่ละวิชาต้องผ่านขั้นต่ำ แม้คะแนนรวมจะสูงก็ตาม

คำว่า “คะแนนถึงจุฬาฯ–ชนบท” จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคณะ ผู้สมัครต้องตรวจน้ำหนักคะแนนและเกณฑ์ขั้นต่ำรายวิชาของคณะที่ตนเองสนใจโดยเฉพาะจากประกาศฉบับเต็ม


ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับสิทธิและการสนับสนุนอะไรบ้าง?

ทุนประเภท ก

  • ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายส่วนตัว: เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 10 เดือนต่อปี (รวมปีละ 50,000 บาท)
  • ค่าอุปกรณ์การศึกษา: ภาคการศึกษาละ 1,500 บาท (รวมปีละ 3,000 บาท)
  • ค่าเครื่องแต่งกาย: ภาคการศึกษาละ 1,000 บาท (รวมปีละ 2,000 บาท)
  • ค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก ค่ารักษาพยาบาล ตามความจำเป็นและประหยัด

ทุนประเภท ข

ได้รับเช่นเดียวกับทุนประเภท ก ยกเว้นค่าอาหารและค่าใช้จ่ายส่วนตัวรายเดือน การพิจารณาว่าได้รับทุนประเภทใดอยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการโครงการ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้สมัครเลือกเอง

นอกจากทุนแล้ว ผู้ได้รับการคัดเลือกยังได้เข้าร่วมการอบรมพิเศษของศูนย์จุฬาฯ–ชนบทเพื่อเตรียมความพร้อมด้านการเรียนและการใช้ชีวิต และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนิสิตจุฬาฯ–ชนบทที่มีประสบการณ์ใกล้เคียงกัน


ได้ทุนแล้วต้องใช้ทุนหรือไม่?

มีข้อผูกพัน ผู้ได้รับทุนต้องทำสัญญารับทุนกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเมื่อสำเร็จการศึกษาต้องไปปฏิบัติงานในชนบทหรือพื้นที่อื่นตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

นอกจากนี้ ผู้รับทุนจุฬาฯ-ชนบทไม่สามารถรับทุนการศึกษาอื่นเพิ่มเติมได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากมหาวิทยาลัย และผู้รับทุนประเภท ก ไม่สามารถขอกู้ยืมเงินจาก กยศ. ได้

ผู้สมัครและครอบครัวควรทำความเข้าใจข้อผูกพันนี้ก่อนสมัคร ไม่ควรสมัครเพียงเพราะเห็นคำว่า “ทุนเต็มจำนวน” โดยยังไม่ได้อ่านสัญญา


ไทม์ไลน์การสมัคร TCAS69 โครงการจุฬาฯ–ชนบท

ขั้นตอน วันที่
ลงทะเบียนใช้งานระบบ TCAS69 ของ ทปอ. (student.mytcas.com) ตั้งแต่ 28 ต.ค. 2568
รับสมัครและอัปโหลดหลักฐานประกอบการสมัคร (tcas.atc.chula.ac.th) พร้อมชำระค่าธรรมเนียม 12-23 ก.พ. 2569 (ปิดระบบ 23 ก.พ. เวลา 16.00 น.)
ตรวจสอบสถานะการชำระเงิน 13-24 ก.พ. 2569
ทักท้วงสถานะการชำระเงิน (ถ้าไม่ถูกต้อง) 25-26 ก.พ. 2569
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก 16 มี.ค. 2569
ทักท้วงรายชื่อผู้มีสิทธิ์ (กรณีไม่ถูกต้อง) 16-17 มี.ค. 2569
ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก 2 พ.ค. 2569
ยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาในระบบ TCAS69 2-3 พ.ค. 2569
สละสิทธิ์ในระบบ TCAS69 (ช่วงที่ 2) 4 พ.ค. 2569
ประกาศรายชื่อผู้ยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาในรอบที่ 2 7 พ.ค. 2569

โรงเรียนหนึ่งแห่งส่งนักเรียนสมัครขอรับทุนได้ ไม่เกิน 20 คน และไม่ควรสมัครในวันสุดท้ายเพราะระบบอาจมีผู้ใช้งานหนาแน่น


5 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกตัดสิทธิ์บ่อย

  1. สมัครทั้งที่ทะเบียนบ้านหรือโรงเรียนอยู่นอกพื้นที่ — ต้องผ่านเงื่อนไขทั้งสองส่วน ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่ง
  2. โรงเรียนเอกชนยังไม่ได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการ — ควรถามฝ่ายแนะแนวก่อนสมัคร
  3. เอกสารไม่ครบหรืออัปโหลดผิด เช่น ขาดสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ปพ.1 หรือคำรับรอง
  4. GPAX รวมผ่าน แต่คะแนนเฉลี่ยรายกลุ่มวิชาไม่ผ่าน — พบบ่อยในคณะสายวิทยาศาสตร์ สุขภาพ และเศรษฐศาสตร์
  5. สมัครในวันสุดท้าย จนระบบมีปัญหาหรืออัปโหลดเอกสารไม่ทัน

สถิติที่ผ่านมา (ปีการศึกษา 2568): แข่งขันสูงแค่ไหน?

คณะ แจ้งรับ รับจริง ผู้สมัคร คะแนนสูงสุด คะแนนต่ำสุด
วิศวกรรมศาสตร์ 5 4 104 78.42 55.84
อักษรศาสตร์ 4 4 13 69.19 50.59
วิทยาศาสตร์ 20 20 69 72.74 56.22
รัฐศาสตร์ 14 13 97 75.83 56.22
พาณิชยศาสตร์ฯ 6 4 171 83.76 45.75
ครุศาสตร์ 10 9 174 84.06 75.14
นิเทศศาสตร์ 8 8 211 79.43 37.83
เศรษฐศาสตร์ 10 8 52 58.81 48.23
สัตวแพทยศาสตร์ 10 10 146 79.20 65.72
เภสัชศาสตร์ 10 6 186 76.63 67.26
นิติศาสตร์ 10 7 132 76.96 32.17
สหเวชศาสตร์ 30 25 724 60.89 33.71
จิตวิทยา 5 4 80 68.03 56.44
วิทยาศาสตร์การกีฬา 10 4 15 58.91 37.41
ทรัพยากรการเกษตร 10 8 23 54.65 33.60

(คะแนนเต็ม 100 ทุกคณะ)

คะแนนต่ำสุดของปีก่อนไม่ใช่ “คะแนนปลอดภัย” ของปีถัดไป เพราะจำนวนผู้สมัคร ความยากข้อสอบ และคะแนนของผู้สมัครเปลี่ยนแปลงทุกปี สังเกตว่าบางคณะ (เช่น สหเวชศาสตร์) แม้มีผู้สมัครมากถึง 724 คน แต่คะแนนต่ำสุดที่ผ่านกลับต่ำกว่าคณะที่มีผู้สมัครน้อยกว่าอย่างครุศาสตร์ (คะแนนต่ำสุด 75.14) จึงไม่ควรตัดสินโอกาสจากจำนวนผู้สมัครเพียงอย่างเดียว


Checklist: เรามีสิทธิ์สมัครจุฬาฯ–ชนบทหรือไม่?

☐ มีสัญชาติไทย ☐ กำลังเรียน ม.6 ปีการศึกษา 2568 ☐ ทะเบียนบ้านและโรงเรียนอยู่ในเขตพื้นที่ตามรายชื่อจังหวัดที่ประกาศกำหนดต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปีนับถึงวันสมัคร โดย TCAS69 ครอบคลุม 56 จังหวัดในเขตพื้นที่ปกติ และจังหวัดตรังในฐานะเขตพื้นที่พิเศษ ☐ โรงเรียนมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ (โรงเรียนเอกชนต้องเช็กว่าได้รับอนุมัติแล้ว) ☐ GPAX รวมและ GPAX รายกลุ่มวิชาผ่านเกณฑ์เฉพาะของคณะที่จะสมัคร ☐ สมัครสอบ TGAT/TPAT/A-Level ครบตามที่คณะกำหนด รวมถึงคะแนนขั้นต่ำรายวิชา ☐ ฐานะครอบครัวเข้าเงื่อนไขและมีหลักฐาน/คำรับรองพร้อม (กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน 1 ท่าน + เพื่อนบ้าน 1 ท่าน) ☐ มีความประพฤติดี พร้อมให้โรงเรียนรับรอง ☐ ตรวจสอบเงื่อนไขสุขภาพเฉพาะสาขา (ถ้าสมัครเทคนิคการแพทย์/กายภาพบำบัด/เภสัชศาสตร์) ☐ บิดา มารดา พี่ หรือน้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ไม่เคยได้รับทุนโครงการจุฬาฯ–ชนบทมาก่อน ☐ พร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขทุนและข้อผูกพันหลังเรียนจบ ☐ ไม่ได้ยืนยันสิทธิ์ TCAS รอบที่ 1 และไม่สมัครซ้ำหลายโครงการในรอบที่ 2 ของจุฬาฯ


📌 EDUZONES TIP

จุฬาฯ–ชนบทไม่ใช่ “ทางลัดเข้าจุฬาฯ” แต่เป็น “เส้นทางสร้างโอกาส” สำหรับนักเรียนที่มีศักยภาพ มีความประพฤติดี ขาดแคลนทุนทรัพย์ และพร้อมนำความรู้กลับไปสร้างประโยชน์แก่สังคม


FAQ คำถามที่พบบ่อย

เด็กที่มีทะเบียนบ้านหรือเรียนอยู่ในกรุงเทพฯ สมัครได้ไหม? ไม่ได้สำหรับโครงการจุฬาฯ–ชนบท TCAS69 เนื่องจากทั้งทะเบียนบ้านและโรงเรียนต้องอยู่ในเขตพื้นที่ที่ประกาศกำหนดต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี และกรุงเทพมหานครไม่อยู่ในรายชื่อพื้นที่ของโครงการปีนี้

เกิดต่างจังหวัด แต่เรียนในกรุงเทพฯ สมัครได้หรือไม่? โดยทั่วไปไม่ได้ เพราะต้องผ่านทั้งเงื่อนไขทะเบียนบ้านและโรงเรียนพร้อมกัน

ย้ายทะเบียนบ้านกลับต่างจังหวัดก่อนสมัคร สมัครได้ไหม? ต้องมีภูมิลำเนาและเรียนในโรงเรียนพื้นที่โครงการต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี การย้ายก่อนสมัครไม่นานจึงไม่เพียงพอ

เกรดถึง แต่ครอบครัวไม่ได้ยากจน สมัครได้ไหม? ไม่ได้ โครงการนี้กำหนดคุณสมบัติด้านฐานะครอบครัวไว้ชัดเจน

เลือกได้กี่คณะ? เลือกสมัครได้เพียง 1 คณะหรือ 1 หลักสูตรเท่านั้น และรอบที่ 2 ของจุฬาฯ สมัครได้ 1 โครงการ

เรียนจบแล้วเลือกทำงานที่ไหนก็ได้หรือไม่? ไม่ได้ ต้องปฏิบัติตามสัญญาที่กำหนดให้ไปทำงานในชนบทหรือพื้นที่ตามที่จุฬาฯ กำหนด


บทสรุป

โครงการจุฬาฯ–ชนบทเป็นหนึ่งในโครงการที่ช่วยเปลี่ยนโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนชนบทได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่มีเกณฑ์ละเอียดและตรวจสอบจริงทั้งด้านพื้นที่ โรงเรียน ผลการเรียนรายกลุ่มวิชา ฐานะครอบครัว ความประพฤติ เอกสาร และข้อผูกพันหลังจบการศึกษา

เด็กที่สนใจควรเริ่มเตรียมตัวล่วงหน้า โดยเฉพาะตรวจสิทธิ์โรงเรียนและจังหวัด วางแผนเกรดรายกลุ่มวิชาให้ตรงคณะที่จะสมัคร รวบรวมหลักฐานฐานะครอบครัว พูดคุยกับครูแนะแนว และศึกษาสัญญารับทุนให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

เพราะโอกาสครั้งนี้ ไม่ได้วัดเพียงว่าใครทำคะแนนได้สูงที่สุด แต่ยังมองว่า ใครมีศักยภาพ สมควรได้รับโอกาส และพร้อมนำโอกาสนั้นกลับไปสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่น


แหล่งอ้างอิง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *