พระราชทานนามและที่มาชื่อมหาวิทยาลัยไทย — เมื่อชื่อสถาบันแบกประวัติศาสตร์ไว้

พระราชทานชื่อมหาวิทยาลัย — เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ตั้งนาม

รวมที่มาชื่อมหาวิทยาลัยไทย ทั้งที่ได้รับพระราชทานนามโดยตรง และที่อัญเชิญพระนาม พระราชสมัญญา หรือพระนามาภิไธย  ตั้งแต่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหิดล ศรีนครินทรวิโรฒ นเรศวร แม่ฟ้าหลวง วลัยลักษณ์ ราชภัฏ ราชมงคล และอีกหลายแห่ง พร้อมความหมายและที่มาของแต่ละชื่ออย่างละเอียด


มีมหาวิทยาลัยไทยหลายแห่งที่ชื่อของพวกเขาไม่ได้ถูกคิดขึ้นโดยคณะกรรมการ ไม่ได้มาจากประชามติ และไม่ได้เกิดจากการประชุมใดๆ

แต่หลายชื่อมาจากพระมหากรุณาธิคุณที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามให้ ขณะที่บางชื่อเป็นการอัญเชิญพระนาม พระราชสมัญญา หรือพระนามาภิไธยมาใช้เพื่อเทิดพระเกียรติ

ชื่อเหล่านั้นไม่ใช่เพียงคำเรียก แต่คือการบันทึกประวัติศาสตร์ วีรกษัตริย์ พระราชวงศ์ และพระราชปณิธานไว้ในชื่อของสถาบันการศึกษา

📌 หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิงหลักจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละมหาวิทยาลัย, คลังจดหมายเหตุ อว. (mhesi.nrct.go.th), psuarchive.oas.psu.ac.th, mahidol.ac.th, ssru.ac.th, Wikipedia ภาษาไทย และ eduzones.com/2022/12/04/thai-university


กลุ่มที่ 1 — พระราชทานนามโดยรัชกาลที่ 9: มหาวิทยาลัยประจำภูมิภาค

1. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ — 22 กันยายน พ.ศ. 2510

เมื่อรัฐบาลมีนโยบายจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภาคใต้ในช่วง พ.ศ. 2505–2508 สถาบันที่กำลังก่อตั้งใช้ชื่อไม่เป็นทางการว่า “มหาวิทยาลัยภาคใต้” มาก่อน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “สงขลานครินทร์” เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2510 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) พระราชบิดาแห่งการแพทย์ไทย

ความหมาย: นครินทร์ = เจ้าแห่งนคร / สงขลา = ชื่อจังหวัดที่ตั้ง รวมกันหมายถึง “เจ้าแห่งนครสงขลา” อันเป็นพระราชสมัญญาของพระบรมราชชนก


2. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ — 6 มีนาคม พ.ศ. 2517

วิทยาลัยวิชาการศึกษาที่เรียกร้องให้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “ศรีนครินทรวิโรฒ” เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2517 ก่อนวันสถาปนา 29 มิถุนายน พ.ศ. 2517

ความหมาย: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงแปลความหมายไว้ว่า “มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรีสง่าแก่มหานคร” โดยแยกความหมายรายคำได้ดังนี้ ศรี = สิ่งที่เป็นสิริ หรือความเจริญ / นครินทร์ = นครหลวง หรือมหานคร / วิโรฒ (อ่านว่า วิ-โรด) = ความงอกงาม ชื่อนี้จึงสื่อถึงพันธกิจของสถาบันในการเป็นแหล่งความเจริญงอกงามแห่งมหานคร


3. มหาวิทยาลัยนเรศวร — 9 ตุลาคม พ.ศ. 2532

ก่อนการสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวรในปี 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีพระบรมราชานุญาตพระราชทานนาม “นเรศวร” เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2532 เพื่อสดุดีและเฉลิมพระเกียรติแด่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาผู้กอบกู้เอกราชไทย ซึ่งประสูติและเจริญวัยในเมืองพิษณุโลก

ความหมาย: นเรศวร = พระนามของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งกรุงศรีอยุธยา


4. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ — 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “วลัยลักษณ์” เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นสร้อยพระนามในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชธิดาพระองค์เล็กในรัชกาลที่ 9

ความหมาย: วลัยลักษณ์ = สร้อยพระนามของเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ มีความหมายว่า ลักษณะแห่งกำไล อันงดงาม


5. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง — พ.ศ. 2541

หลังการสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีใน พ.ศ. 2538 ชาวเชียงรายเรียกร้องให้มีมหาวิทยาลัยในจังหวัด มหาวิทยาลัยได้อัญเชิญพระราชสมัญญา “แม่ฟ้าหลวง” ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ชาวเหนือถวายด้วยความรักและเคารพ มาเป็นชื่อมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสถาปนาเมื่อ 25 กันยายน พ.ศ. 2541

ความหมาย: แม่ฟ้าหลวง = แม่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้า เป็นพระราชสมัญญาของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชชนนีของรัชกาลที่ 9


กลุ่มที่ 2 — พระราชทานนามหมู่: ราชภัฏและราชมงคล

6. มหาวิทยาลัยราชภัฏ — 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535

กลุ่มวิทยาลัยครูทั่วประเทศ ซึ่งพัฒนามาจากโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นพิเศษเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “ราชภัฏ” เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ให้เป็นชื่อประจำสถาบัน พร้อมทั้งพระราชทานพระราชลัญจกรเป็นตราประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏด้วย

ความหมาย: ราชภัฏ = คนของพระราชา / ผู้รับใช้พระราชา — สะท้อนพันธกิจในการรับใช้ชุมชนและสังคมท้องถิ่น

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏมีทั้งสิ้น 38 แห่งทั่วประเทศ


7. สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล (ต่อมาเป็น มทร.) — 15 กันยายน พ.ศ. 2531

วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาที่ก่อตั้งใน พ.ศ. 2518 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อใหม่ว่า “สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล” เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2531 ซึ่งชาวราชมงคลถือเป็น “วันราชมงคล” ต่อมายกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง ตาม พ.ร.บ. 2548

ความหมาย: ราชมงคล = มิ่งมงคลแห่งพระราชา / สถาบันเทคโนโลยีอันเป็นมิ่งมงคลแห่งพระราชา


กลุ่มที่ 3 — พระราชทานนามมหาวิทยาลัยสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย

8. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 (รัชกาลที่ 6)

โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ก่อตั้งใน พ.ศ. 2453 ได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459

ความหมาย: จุฬาลงกรณ์ = พระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงก่อตั้งสถาบัน — เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย


9. มหาวิทยาลัยมหิดล — 2 มีนาคม พ.ศ. 2512 (รัชกาลที่ 9)

มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2486 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “มหิดล” แทนชื่อ “มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์” เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2512 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระราชบิดา ผู้ทรงได้รับยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย”

ความหมาย: มหิดล = พระนามของสมเด็จพระบรมราชชนก พระราชบิดาของรัชกาลที่ 9


กลุ่มพิเศษ — พระราชทานนามมหาวิทยาลัยเอกชน

10. มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ — 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2535

มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติมีจุดพิเศษที่แตกต่างจากทุกแห่งในบทความนี้ เพราะเป็น มหาวิทยาลัยเอกชน ก่อตั้งโดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง องค์กรการกุศลจีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ไม่ใช่มหาวิทยาลัยของรัฐ

ใน พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นวาระที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดำเนินการมาครบรอบ 80 ปี มูลนิธิมีนโยบายยกฐานะวิทยาลัยหัวเฉียวขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อว่า “มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ” เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 

ยิ่งกว่านั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2537 และถือเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งเดียวในประเทศไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จมาเป็นประธานเปิดให้ เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดให้กับมหาวิทยาลัยของรัฐเท่านั้น ซึ่งไม่เคยเป็นประธานเปิดมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งใดเลย 

ความหมาย: หัวเฉียว (華僑) = ชาวจีนโพ้นทะเล / เฉลิมพระเกียรติ = ถวายเพื่อยกย่องพระเกียรติ รวมกันหมายถึง “มหาวิทยาลัยที่ลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเลสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ”

สรุปตารางเปรียบเทียบ

มหาวิทยาลัย ปีพระราชทานนาม พระราชทานโดย ที่มาของชื่อ หมายเหตุ
จุฬาลงกรณ์ 2459 (26 มี.ค.) รัชกาลที่ 6 พระปรมาภิไธย ร.5 มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย
สงขลานครินทร์ 2510 (22 ก.ย.) รัชกาลที่ 9 พระนามพระบรมราชชนก (กรมหลวงสงขลานครินทร์) มหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคใต้
มหิดล 2512 (2 มี.ค.) รัชกาลที่ 9 พระนามพระบรมราชชนก (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรฯ) เปลี่ยนจาก “มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์”
ศรีนครินทรวิโรฒ 2517 (6 มี.ค.) รัชกาลที่ 9 “มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรีสง่าแก่มหานคร” (ศรี+นครินทร์+วิโรฒ) พัฒนาจากวิทยาลัยวิชาการศึกษา
ราชมงคล 2531 (15 ก.ย.) รัชกาลที่ 9 “มิ่งมงคลแห่งพระราชา” วันราชมงคล / ปัจจุบัน 9 มหาวิทยาลัย
ราชภัฏ 2535 (14 ก.พ.) รัชกาลที่ 9 “คนของพระราชา” ปัจจุบัน 38 แห่งทั่วประเทศ
วลัยลักษณ์ 2535 (8 ก.พ.) รัชกาลที่ 9 สร้อยพระนามเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ มหาวิทยาลัยรัฐ นครศรีธรรมราช
หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 2535 (11 พ.ค.) รัชกาลที่ 9 หัวเฉียว = ชาวจีนโพ้นทะเล + เฉลิมพระเกียรติ เอกชนแห่งเดียวที่รับพระราชทานนาม และ ร.9 เสด็จเปิดด้วยพระองค์เอง
นเรศวร 2532 (9 ต.ค.) รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งที่ 2 ของภาคเหนือ
แม่ฟ้าหลวง 2541 (25 ก.ย.) อัญเชิญพระราชสมัญญาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี “แม่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้า” พระราชสมัญญาของสมเด็จย่า มหาวิทยาลัยรัฐ เชียงร

บทสรุป: ชื่อที่แบกประวัติศาสตร์ไว้

ทุกครั้งที่นักศึกษาเรียกชื่อมหาวิทยาลัยของตัวเอง พวกเขากำลังเรียกชื่อที่มาพร้อมกับประวัติศาสตร์ ความหมาย และพระราชปณิธานที่ฝังไว้เบื้องหลัง

ชื่อ “สงขลานครินทร์” คือการรำลึกถึงพระบรมราชชนก ชื่อ “นเรศวร” คือการเทิดทูนวีรกษัตริย์ผู้กู้ชาติ ชื่อ “ราชภัฏ” คือการรับใช้พระราชาและชุมชน ชื่อ “แม่ฟ้าหลวง” คือความรักของชาวเหนือต่อพระองค์ผู้ทรงพระราชปณิธาน “ปลูกป่า สร้างคน”

มหาวิทยาลัยไทยจึงไม่ใช่เพียงสถาบันการศึกษา แต่คือ อนุสรณ์ที่มีชีวิต ที่สืบทอดความทรงจำและพระราชปณิธานต่อจากรุ่นสู่รุ่น


อ้างอิงหลักจาก: eduzones.com/2022/12/04/thai-university, psuarchive.oas.psu.ac.th (22 ก.ย. 2510), mahidol.ac.th/th/2019/mahidol-50years (2 มี.ค. 2512), ssru.ac.th/news-detail.php?id=265 (14 ก.พ. 2535), mfu.ac.th/about-mfu/princess-srinagarindra/princess03.html, th.wikipedia.org (แต่ละมหาวิทยาลัย), mhesi.nrct.go.th/archives, swu.ac.th, nu.ac.th, wu.ac.th

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *