ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่

ครม. ไฟเขียว “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ทุ่มงบกว่า 2 พันล้าน ปั้นครูสมรรถนะสูงกว่า 16,000 คน พร้อมบรรจุรับราชการในพื้นที่

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเดินหน้า “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” ช่วงปี พ.ศ. 2569–2582 พร้อมอนุมัติงบประมาณรวม 2,037.96 ล้านบาท เพื่อพัฒนาครูยุคใหม่ให้มีสมรรถนะสูง ทั้งด้านวิชาชีพ ภาษาอังกฤษ และเทคโนโลยี ตอบโจทย์การศึกษายุคใหม่และแก้ปัญหาการขาดแคลนครูในพื้นที่ทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมได้อนุมัติการดำเนินงานตามข้อเสนอของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อสานต่อโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นระยะที่ 1 และยกระดับคุณภาพกำลังคนทางการศึกษาของประเทศในระยะยาว

ผลิตครูคุณภาพสูงกว่า 16,000 คน ใน 9 รุ่น

สำหรับโครงการระยะที่ 2 นี้ มีเป้าหมายผลิตครูคุณภาพสูงรวมทั้งสิ้น 16,033 คน ครอบคลุม 9 รุ่นการศึกษา

กำหนดแผนดำเนินงานดังนี้

📌 รับนักศึกษารุ่นแรก: ปีการศึกษา 2570–2578

📌 เริ่มบรรจุเข้ารับราชการครู: ปี 2574–2582

โดยผู้สำเร็จการศึกษาจะถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั่วประเทศ ตามความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ครู


เน้นผลิตครูตรงความต้องการพื้นที่และสาขาขาดแคลน

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการแก้ปัญหา ครูไม่เพียงพอและการกระจายตัวไม่สมดุล โดยจะเน้นผลิตครูในสาขาที่ขาดแคลนและจำเป็นต่อการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของแต่ละพื้นที่

หน่วยงานที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ ได้แก่

  • สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
  • สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
  • กรุงเทพมหานคร (กทม.)
  • หน่วยงานการศึกษาในภูมิภาคต่าง ๆ

ครูรุ่นใหม่ต้องมีมากกว่าความรู้ในห้องเรียน

นอกจากความรู้ด้านวิชาชีพครูแล้ว โครงการระยะที่ 2 ยังตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีทักษะสำคัญที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ ได้แก่

✅ ทักษะวิชาชีพครูยุคใหม่

✅ ภาษาอังกฤษ

✅ ทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล

✅ AI และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

✅ การจัดการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับ “ความฉลาดรู้ (Literacy)” ของนักเรียนไทยตามกรอบการประเมินของ PISA (Programme for International Student Assessment) ซึ่งเป็นมาตรฐานการประเมินระดับสากล


บรรจุราชการในพื้นที่ แต่ห้ามย้าย 5 ปี

หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของโครงการคือ ผู้ที่เข้าร่วมและผ่านเกณฑ์การคัดเลือก เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการครูในพื้นที่ภูมิลำเนาหรือพื้นที่ที่หน่วยงานต้องการ

อย่างไรก็ตาม ผู้ได้รับการบรรจุจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญ คือ

📌 ห้ามขอโอนหรือย้ายเป็นเวลา 5 ปี

นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งบรรจุเข้ารับราชการ

เงื่อนไขดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง


รัฐบาลชี้เป็นกลไกสำคัญยกระดับการศึกษาไทย

รัฐบาลระบุว่า การปฏิรูประบบผลิตครูถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ เพราะครูคือกำลังหลักในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นระยะที่ 2 จึงไม่เพียงเป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนครู แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้าง “ครูยุคใหม่” ที่มีศักยภาพสูง พร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากลในอนาคต

ที่มา: สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *