เรียน เล่น รีวิว: เปิดชีวิต เด็กสาธิต สวนนัน อินฟลูเอนเซอร์ เมื่อยอดฟอลโลว์ไม่ได้มาพร้อมข้ออ้างในการทิ้งการเรียน

“เรียน เล่น รีวิว: เปิดชีวิต เด็กสาธิต สวนนัน อินฟลูเอนเซอร์
เมื่อยอดฟอลโลว์ไม่ได้มาพร้อมข้ออ้างในการทิ้งการเรียน”

“หนูไม่ได้คิดว่าจะมีคนดูเป็นหมื่นค่ะ ตอนแรกแค่ถ่ายเล่นกับเพื่อน”

ตาต้า – ริญดา ลลิตชาญคุณ พูดขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ เมื่อย้อนนึกถึงวันที่เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย
คลิปสั้น ๆ กับเพื่อนในฐานะเด็กมัธยมคนหนึ่ง

ในตอนนั้น คลิปวิดีโอเหล่านั้นเป็นเพียงความสนุกเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน
ไม่มีการวางแผน ไม่มีความคาดหวังว่าจะมีคนดูมากมาย
แต่หลายเดือนต่อมา คลิปเล่น ๆ เหล่านั้นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของช่อง TATAR_PAPAI ที่มีผู้ติดตาม
มากกว่า 32,000 คน
และทำให้เด็กนักเรียนคนหนึ่งกลายเป็นที่รู้จักในฐานะ “อินฟลูเอนเซอร์วัยเรียน”
แต่ถ้าถามตาต้าเอง เธอกลับยิ้มแล้วตอบอย่างเรียบง่ายว่า
“จริง ๆ หนูยังรู้สึกว่าตัวเองก็เป็นเด็กนักเรียนธรรมดาคนหนึ่งอยู่ดีค่ะ”

ทุกเช้าเธอยังคงเดินผ่านประตูโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเหมือนเพื่อน ๆ คนอื่น
เสียงพูดคุยของนักเรียนตามทางเดิน เสียงหัวเราะในช่วงพักกลางวัน หรือบรรยากาศของเพื่อนที่กำลังเร่ง
ทำงานกลุ่มก่อนส่ง ล้วนเป็นภาพคุ้นตาของชีวิตในโรงเรียน

“เวลาอยู่โรงเรียน หนูก็ใช้ชีวิตเหมือนเพื่อน ๆ เลยค่ะ เรียน ทำงานกลุ่ม คุยเล่นกับเพื่อน บางวันก็ยุ่งมาก
เหมือนกัน” ตาต้าเล่าด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

ถ้ามองจากภายนอก เธอก็เป็นเพียงเด็กมัธยมคนหนึ่งในโรงเรียน แต่เมื่อเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น โลกอีกใบหนึ่ง
ของเธอก็เริ่มต้นขึ้น โลกของการทำคอนเทนต์

“ตอนแรกหนูแค่ลองถ่ายเล่น ๆ ค่ะ ไม่ได้คิดจริงจังอะไรเลย”

เธอเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำคลิปไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่เห็นเพื่อน ๆ ลองทำคลิปกันแล้วรู้สึกว่าน่า
สนุก
แต่สิ่งที่เริ่มต้นจากความสนุก กลับค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างไม่คาดคิด…
จำนวนผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากหลักร้อย กลายเป็นหลักพันและในที่สุดก็กลายเป็นหลักหมื่น
แม้จะมีผู้ติดตามมากขึ้น แต่ตาต้ากลับบอกว่าสิ่งที่ท้าทายที่สุดไม่ใช่การคิดคอนเทนต์
แต่คือ “การแบ่งเวลา”

“บางช่วงมีสอบ มีงานโรงเรียน แล้วก็มีงานคอนเทนต์เข้ามาพร้อมกันค่ะ”
เธอหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเล่าต่อว่า บางคลิปใช้เวลาถ่ายไม่นาน แต่บางคลิปต้องถ่ายหลายรอบกว่าจะได้คลิป
ที่พอใจ แต่ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน เธอก็ตั้งกฎกับตัวเองไว้ชัดเจน

“หนูบอกตัวเองเสมอว่า ต่อให้คอนเทนต์จะสำคัญแค่ไหน หน้าที่หลักของเราก็คือการเรียนค่ะ”

โชคดีที่ตาต้ามีครอบครัวและคุณครูที่เข้าใจ
คุณแม่ช่วยดูเรื่องการจัดเวลา ส่วนคุณครูในโรงเรียนก็คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนเธอเสมอ

แต่… บนโลกออนไลน์ไม่ได้มีเพียงคำชื่นชม
ตาต้ายอมรับว่า เธอเคยเจอคอมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกเสียใจเหมือนกัน

“มีคนเคยล้อว่าหนูหน้าผากกว้างจนมือปิดไม่มิด ตอนนั้นก็เสียใจค่ะ”

สำหรับเด็กวัยเรียน คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นใจได้ไม่น้อย
แต่กำลังใจจากครอบครัวช่วยให้เธอมองเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่ง
“คุณแม่บอกว่ามันอาจเป็นเอกลักษณ์ของเราก็ได้”

คำพูดสั้น ๆ นี้ทำให้เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะยอมรับตัวเองมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน เธอก็มีหลักการในการทำคอนเทนต์ของตัวเองอย่างชัดเจน

“หนูจะไม่รับงานที่ผิดกฎหมาย
ไม่ทำคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม
แล้วก็ไม่รีวิวเกินจริงค่ะ”


สำหรับเธอแล้ว อินฟลูเอนเซอร์ไม่ได้เป็นเพียงคนที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก
แต่คือคนที่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองเผยแพร่ออกไป
“หนูคิดว่าอินฟลูเอนเซอร์ต้องรับผิดชอบต่อคนดูค่ะ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่อาจมองเราเป็นตัวอย่าง”

เมื่อถามถึงความหมายของการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ดี
ตาต้าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างจริงจัง
“อินฟลูเอนเซอร์ที่ดีสำหรับหนูไม่ใช่แค่มีคนติดตามเยอะแต่คือการทำสิ่งที่เราชอบ และต้องไม่ทิ้งการเรียน”

เรื่องราวของเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่กำลังเติบโตท่ามกลางโลกออนไลน์
อาจดูเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ในยุคดิจิทัล
แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันสะท้อนบทเรียนสำคัญของคนรุ่นใหม่
โลกโซเชียลอาจเปิดโอกาสมากมายให้กับเด็กและเยาวชน
แต่สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการรู้จักตัวเอง รู้จักรับผิดชอบ และรู้จักรักษาสมดุลของชีวิต
เพราะสุดท้ายแล้ว
ความสำเร็จอาจไม่ได้วัดจากยอดผู้ติดตามบนหน้าจอ


แต่อาจวัดจากการที่เรายังสามารถเติบโตเป็นคนที่ดี
มีความรับผิดชอบ และไม่ลืมหน้าที่ของตัวเอง
และบางที สำหรับเด็กวัยเรียนคนหนึ่ง
การเติบโตอย่างสมดุลระหว่าง “ความฝัน” กับ “การศึกษา”
อาจเป็นความสำเร็จที่สำคัญกว่ายอดผู้ติดตามใด ๆ บนโลกออนไลน์

ผู้จัดทำ
นางสาวอรอุมา บัวสระเกส
นายไพรัช ศิริวัฒนพิศาล
นางสาวกุลธิดา อุ่นจิตต์
นายมานนท์ อรัญคีรี
นักประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *