รวมให้เเล้ว! จุดเริ่มต้น จุดกำเนิด ของเเต่ละมหาวิทยาลัย

รวมให้เเล้ว! จุดเริ่มต้น จุดกำเนิด ของเเต่ละมหาวิทยาลัย

เคยสงสัยไหมว่าทำไม? มหาวิทยาลัยเราถึงชื่อนี้ หรือทำไมต้องตั้งอยู่ตรงนี้… หลายคนอาจจะเรียนจนจบ แต่ยังไม่เคยรู้เลยว่า ‘จุดเริ่มต้น’ ของมหาวิทยาลัยตัวเองนั้นพีคขนาดไหน! จากโรงเรียนเฉพาะทางขนาดเล็ก สู่การเป็นอาณาจักรแห่งความรู้ที่สร้างคนมาแล้วนับแสน บทความนี้เรามัดรวม Story สุด Unseen ของแต่ละสถาบันมาให้แล้ว ใครอยู่ทีมไหน มหาวิทยาลัยอะไร มาเช็กประวัติศาสตร์ฉบับย่อที่รับรองว่าอ่านแล้วจะรักสถาบันตัวเองมากขึ้น!


1. จุฬาลงณ์กรมหาวิทยาลัย

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2442-2445 : รัชกาลที่ 5 ทรงตั้ง ” โรงเรียนฝึกหัดวิชาข้าราชการพลเรือน “ (ต่อมาคือโรงเรียนมหาดเล็ก) ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อปั้นคนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบราชการ

  • พ.ศ. 2453 : รัชกาลที่ 6 ทรงขยายฐานอำนาจความรู้ ย้ายที่ทำการมาที่ วังวินด์เซอร์ ปทุมวัน บนที่ดินพระราชทาน 1,309 ไร่ พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ

  • พ.ศ. 2459 : สถาปนาขึ้นเป็น ” จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “ มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย เพื่อระลึกถึง ร.5 โดยเริ่มจาก 4 คณะบุกเบิก (รัฐประศาสนศาสตร์, แพทย์, วิศวะ, อักษรฯ)

  • พ.ศ. 2465 : จับมือ มูลนิธิร็อกเกอะเฟลเลอร์ อัปเกรดหลักสูตรจนแจกปริญญาได้มาตรฐานสากล พร้อมขยายคณะเฉพาะทางอย่าง สถาปัตย์ และทันตแพทย์

  • พ.ศ. 2476-2486 : ช่วงปรับโครงสร้างใหญ่ มีการแยกบางคณะไปตั้งเป็น มธ. และ มหิดล ก่อนที่สายวิทยาศาสตร์สุขภาพบางส่วนจะโอนกลับมาบ้านเดิมในภายหลัง

  • พ.ศ. 2482-ปัจจุบัน : ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินปทุมวันอย่างเป็นทางการในยุคจอมพล ป. กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้จุฬาฯ พัฒนาเป็นสถาบันชั้นนำใจกลางเมืองจนถึงวันนี้

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : พระเกี้ยว (ศิราภรณ์ประดับผม) เพื่อระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีชมพู (สีประจำวันพระบรมราชสมภพของรัชกาลที่ 5)

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นจามจุรี

  • คำขวัญ :  ความรู้คู่คุณธรรม

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  “

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


2. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประวัติ (โดยย่อ) :
  • พ.ศ. 2477: ดร.ปรีดี พนมยงค์ ก่อตั้ง “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง” (มธก.) เพื่อเป็น “ตลาดวิชา” ให้ราษฎรเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมหลังการปฏิวัติ 2475

  • พ.ศ. 2478: ย้ายมาตั้งรกรากที่ ท่าพระจันทร์ พร้อมสร้าง “ตึกโดม” สัญลักษณ์อมตะของสถาบัน

  • พ.ศ. 2490-2495: หลังรัฐประหาร ถูกตัดคำว่า “การเมือง” ออก เหลือเพียง “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” และเปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยเปิดเป็นระบบปิดที่ต้องพึ่งงบรัฐ

  • พ.ศ. 2518: ในยุค ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เริ่มขยายการเรียนการสอนไปยัง ศูนย์รังสิต เพื่อรองรับสายวิทยาศาสตร์และขยายตัวตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น

  • พ.ศ. 2558-ปัจจุบัน: เปลี่ยนสถานะเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (ออกนอกระบบ) พร้อมกระจายการเรียนการสอนไปทั้งท่าพระจันทร์ รังสิต ลำปาง และพัทยา

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : พระธรรมจักร มี 12 ซี่ หมายถึงหลักธรรมทางพุทธศาสนา และมี พานรัฐธรรมนูญ อยู่ตรงกลาง สื่อถึงการเทิดทูนรัฐธรรมนูญและการปกครองระบอบประชาธิปไตย

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีเหลือง – แดง

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นหางนกยูงฝรั่ง

  • คำขวัญ : ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  “

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


3. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2447: เริ่มต้นจาก “โรงเรียนช่างไหม” เพื่อฝึกวิชาชีพเกษตรแห่งแรกของไทย ก่อนจะย้ายไปรวมกับโรงเรียนอื่นที่วังวินด์เซอร์

  • พ.ศ. 2482: ย้ายมาตั้งรกรากที่ บางเขน หลังจากการยุบรวมโรงเรียนเกษตรจากภูมิภาคต่างๆ (เช่น แม่โจ้) มาไว้ที่เดียว

  • พ.ศ. 2486: จอมพล ป. พิบูลสงคราม สถาปนาเป็น “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” เปิดสอน 4 คณะบุกเบิก (กสิกรรม, ประมง, วนศาสตร์, สหกรณ์)

  • พ.ศ. 2510 – 2522: ขยายอาณาจักรสู่ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่บางเขนคับแคบและเน้นการวิจัยเกษตรเต็มรูปแบบ

  • พ.ศ. 2542 – ปัจจุบัน: กระจายความรู้สู่ภูมิภาคผ่านวิทยาเขต ศรีราชา และ สกลนคร พร้อมเปลี่ยนสถานะเป็น มหาวิทยาลัยนอกระบบ ในปี 2558

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : พระพิรุณทรงนาค  ล้อมรอบด้วยกลีบบัวและชื่อมหาวิทยาลัย สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และการเกษตร

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีเขียวใบไม้

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นนนทรี (ดอกสีเหลืองทอง  สื่อถึงความแกร่งของนิสิต)

  • คำขวัญ : เกษตรศาสตร์ คือ ศาสตร์ของแผ่นดิน

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  “

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


4. มหาวิทยาลัยมหิดล

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2433: เริ่มต้นจาก “โรงเรียนแพทยากร” (ต่อมาคือโรงเรียนราชแพทยาลัย) ณ โรงพยาบาลศิริราช (วังหลัง) ถือเป็นจุดกำเนิดการศึกษาแพทย์แผนปัจจุบันแห่งแรกของไทย

  • พ.ศ. 2460: ถูกรวมเข้าเป็นคณะหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในชื่อ “คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล” โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิร็อกเกอะเฟลเลอร์จนยกระดับสู่การมอบปริญญาได้

  • พ.ศ. 2486: แยกตัวออกมาจัดตั้งเป็น “มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์” สังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยรวบรวมคณะสายวิทย์สุขภาพ (แพทย์, ทันตะ, เภสัช, สัตวแพทย์) มาไว้ด้วยกัน

  • พ.ศ. 2512: ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานนามใหม่ว่า “มหาวิทยาลัยมหิดล” เพื่อเป็นเกียรติแก่สมเด็จพระบรมราชชนก (พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน) แทนชื่อเดิม

  • พ.ศ. 2550 – ปัจจุบัน: เปลี่ยนสถานะเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และสร้างแลนด์มาร์คสำคัญที่ วิทยาเขตศาลายา ให้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยสีเขียวและยั่งยืนระดับโลก

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : พระมหาพิชัยมงกุฎ (มีรัศมี 19 แฉก) และ ตัวอักษร “ม” สื่อถึงพระนามของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีน้ำเงินแก่

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นกันภัยมหิดล

  • คำขวัญ : “อตฺตานํ อุปมํ กเร” (พึงปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนปฏิบัติต่อตนเอง)

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  “

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


5. มหาวิทยาลัยศิลปากร

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2476 : จุดเริ่มต้นจาก “โรงเรียนประณีตศิลปกรรม” ณ วังท่าพระ โดยมี ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี เป็นอาจารย์หลัก สอนศิลปะให้ข้าราชการและนักเรียนฟรี ก่อนจะรวมกับสายนาฏศิลป์เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนศิลปากร “ ในเวลาต่อมา

  • พ.ศ. 2486 : ยกฐานะขึ้นเป็น “มหาวิทยาลัยศิลปากร” เพื่อเป็นสถาบันอุดมศึกษาทางศิลปะของชาติ ประเดิมด้วย คณะจิตรกรรมและประติมากรรม เป็นคณะแรก โดยมีอาจารย์ศิลป์เป็นคณบดีคนแรก

  • พ.ศ. 2498 – 2499 : ขยายรากฐานสู่ศาสตร์เฉพาะทางมากขึ้น ก่อตั้งคณะสถาบัตยกรรมไทย, คณะโบราณคดี และคณะมัณฑนศิลป์ ตามลำดับ

  • พ.ศ. 2511 : เปิดตัววิทยาเขตใหม่ ” พระราชวังสนามจันทร์ “ จ.นครปฐม ตามคำแนะนำของ UNESCO เพื่อขยายการศึกษาให้หลากหลาย ไม่จำกัดแค่ศิลปะ เริ่มด้วยคณะอักษรศาสตร์ และตามด้วยสายวิทย์-ศึกษาศาสตร์ในเวลาต่อมา

  • พ.ศ. 2541 – 2546: ยุคขยายตัวสู่ดนตรีและเทคโนโลยี ก่อตั้งคณะดุริยางคศาสตร์ และขยายสู่ วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี เปิดคณะสัตวศาสตร์ฯ, วิทยาการจัดการ, ICT และวิทยาลัยนานาชาติ

  • พ.ศ. 2559 – ปัจจุบัน: เปลี่ยนสถานะเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และยังคงเติบโตไม่หยุด ล่าสุดเตรียมเปิด คณะสหเวชศาสตร์ ในปี 2569 ณ วิทยาเขตเพชรบุรี ครอบคลุมทั้งสายศิลป์และสายวิทย์สุขภาพอย่างสมบูรณ์

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : พระพิฆเนศ (เทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาการ)

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีเขียวมะกอก

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นจัน

  • คำขวัญ : “Ars longa, vita brevis” (ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น)

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  “

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


6. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2492: เริ่มต้นจาก “โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง” ณ ประสานมิตร โดยมล.ปิ่น มาลากุล เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครูอย่างหนัก ถือเป็นที่แรกที่สอนระดับประกาศนียบัตรครูประถม-มัธยม

  • พ.ศ. 2496 – 2497: อัปเกรดเป็น “วิทยาลัยวิชาการศึกษา” โดย ดร.สาโรช บัวศรี ฝ่าฟันอุปสรรคจนสามารถประสาทปริญญาทางวิชาชีพครูได้เป็นครั้งแรกในไทย และขยายวิทยาเขตไปทั่วทุกภูมิภาค

  • พ.ศ. 2517: รัชกาลที่ 9 พระราชทานนามใหม่ว่า “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ” (มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรีสง่าแก่มหานคร) และโอนสังกัดไปขึ้นกับทบวงมหาวิทยาลัยเพื่อความคล่องตัว

  • พ.ศ. 2533 – 2539: วิทยาเขตภูมิภาคเติบโตจนแยกตัวเป็นมหาวิทยาลัยอิสระ (เช่น ม.บูรพา, ม.นเรศวร, ม.มหาสารคาม, ม.ทักษิณ) ส่วน มศว หลักขยายตัวไปยัง องครักษ์ จ.นครนายก

  • พ.ศ. 2540 – ปัจจุบัน: พัฒนาสู่มหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ (พาหุศาสตร์) เปิดคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพครบวงจร จนกระทั่งปี 2559 ได้เปลี่ยนสถานะเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ อย่างเต็มตัว

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : กราฟ หรือที่นิสิตมักเรียกว่า “กราฟพุ่งขึ้น” สื่อถึงการเจริญงอกงามและวิทยปัญญา

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีเทา – แดง

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นสาละ

  • คำขวัญ : ” สิขสฺส วิรุฬฺหิ สมฺปตฺติ ” (การศึกษาคือความเจริญงอกงาม)

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  “

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


7. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2484 – 2503: เกิดจากแรงผลักดันของประชาชนชาวเชียงใหม่ที่ต้องการ ” มหาวิทยาลัยประจำล้านนา ” จนรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์อนุมัติจัดตั้ง โดยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ตั้งชื่อตามชื่อเมืองตามนโยบายกระจายการศึกษาสู่ภูมิภาค

  • พ.ศ. 2507 – 2508: เริ่มเปิดสอนวันแรก 18 มิ.ย. 07 ด้วย 3 คณะบุกเบิก (มนุษยศาสตร์, สังคมศาสตร์, วิทยาศาสตร์) และถือเอาวันที่ 24 ม.ค. 08 (วันเสด็จฯ เปิดมหาวิทยาลัย) เป็นวันสถาปนาสืบมา

  • พ.ศ. 2551: เปลี่ยนสถานะเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานและพัฒนาวิชาการให้ก้าวหน้า

  • พ.ศ. 2560 – ปัจจุบัน (2569): มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยโดดเด่นในด้านเกษตรแปรรูป, การแพทย์, สุขภาพผู้สูงอายุ และพลังงานสะอาด

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : รูปช้างชูวัชร (ช้างชูคบเพลิง) สื่อถึงความแข็งแกร่งและแสงสว่างแห่งปัญญา

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีม่วงดอกรัก

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นทองกวาว

  • คำขวัญ  : ” อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา ” (บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตน)

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


8. มหาวิทยาลัยขอนเเก่น

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2484 – 2505 : รัฐบาลเปลี่ยนแผนจากอุบลฯ มาสร้างสถาบันเทคโนโลยีที่ บ้านสีฐาน จ.ขอนแก่น บนที่ดินกว่า 5,500 ไร่ เพื่อกระจายความรู้สู่ภาคอีสาน

  • พ.ศ. 2507 : เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในคณะเกษตรฯ และวิศวะฯ (ช่วงแรกฝากเรียนที่มหิดล) ในชื่อเดิมว่า “มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”

  • พ.ศ. 2509 : เปลี่ยนชื่อเป็น “มหาวิทยาลัยขอนแก่น” และสถาปนาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มกราคม โดยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่ 7 ของไทย

  • พ.ศ. 2510 – 2556 : พัฒนาจากมหา’ลัยสายเทคนิคสู่ มหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ ขยายคณะครบทุกศาสตร์ และมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยระดับอาเซียน

  • พ.ศ. 2558 – ปัจจุบัน : เปลี่ยนสถานะเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และเป็นศูนย์กลางการศึกษา-วิจัยที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : พระธาตุพนม มีเทวดาอัญเชิญฉัตรคู่ประคองพระธาตุ สื่อถึงความเป็นสิริมงคลและศูนย์รวมทางจิตวิญญาณของชาวอีสาน

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีดินแดง

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นกัลปพฤกษ์

  • คำขวัญ : วิทยาคือพลัง

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


9. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2505 – 2508 : รัฐบาลมีนโยบายกระจายการศึกษาสู่ภาคใต้ เริ่มต้นที่ ต.รูสะมิแล จ.ปัตตานี โดยใช้ชื่อชั่วคราวว่า “มหาวิทยาลัยภาคใต้”

  • พ.ศ. 2510 : ในหลวง ร.9 พระราชทานนาม “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” (ตามพระนามทรงกรมของสมเด็จพระบรมราชชนก) เมื่อวันที่ 22 กันยายน (วันสงขลานครินทร์)

  • จุดเปลี่ยนสำคัญ : ดร.สตางค์ มงคลสุข ตรวจพบว่าพื้นที่ปัตตานีเป็นที่ลุ่ม ไม่เหมาะตั้งคณะวิศวะฯ เพราะดินอ่อนและไอเค็มทะเล จึงย้ายคณะวิศวะฯ ไปที่ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ และให้ปัตตานีเป็นที่ตั้งของคณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์แทน

  • พ.ศ. 2511 : ประกาศใช้ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยฯ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม จึงถือเอาวันที่ 13 มีนาคม ของทุกปีเป็น “วันสถาปนามหาวิทยาลัย”

  • พ.ศ. 2559 – ปัจจุบัน : เปลี่ยนสถานะเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ปัจจุบันขยายการเรียนการสอนอย่างกว้างขวางถึง 5 วิทยาเขต (หาดใหญ่, ปัตตานี, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี และตรัง) รวมกว่า 38 คณะ

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : อักษรพระปรมาภิไธยย่อ “ส.ธ.” (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีบลู  หรือ สีน้ำเงินแก่

  • ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ดอกศรีตรัง

  • คำขวัญ : ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง (พระราชดำรัสของพระบรมราชชนก)

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


10. มหาวิทยาลัยรามคำเเหง

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2514: ก่อตั้งเป็น “ตลาดวิชา” แห่งเดียวในไทย เพื่อแก้ปัญหานักศึกษาไม่มีที่เรียน โดยไม่ต้องสอบคัดเลือกและไม่จำกัดจำนวนรับ

  • การเมือง: เป็นจุดกำเนิดการประท้วงของนักศึกษา (กรณีลบชื่อ 9 คน) ที่ลุกลามจนกลายเป็นเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516

  • พ.ศ. 2518: ในหลวง ร.9 เสด็จฯ เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ และพระราชทานปริญญาบัตรรุ่นแรก (ถือวันที่ 26 พ.ย. เป็นวันสถาปนา)

  • ปัจจุบัน: เป็นศูนย์กลางการศึกษาทางไกลและออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย มุ่งสร้างโอกาสให้คนทุกชนชั้นภายใต้สโลแกน “เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง”

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : รูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประทับบนพระแท่นมนังคศิลาอาสน์

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีน้ำเงิน – ทอง

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นสุพรรณิการ์

  • คำขวัญ  : เปลวเทียนให้แสง แม่พิมพ์ให้ทาง

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


11. มหาวิทยาลัยนเรศวร

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2510 – 2517: เริ่มต้นจาก วิทยาลัยวิชาการศึกษา พิษณุโลก ก่อนจะถูกรวมเข้าเป็นวิทยาเขตหนึ่งของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

  • พ.ศ. 2533: แยกตัวเป็นเอกเทศในวาระครบรอบ 400 ปี สมเด็จพระนเรศวรฯ ครองราชย์ โดยได้รับพระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลัยนเรศวร”

  • พ.ศ. 2539: ย้ายศูนย์กลางการเรียนการสอนจากในเมืองไปยังที่ตั้งปัจจุบันคือ ทุ่งหนองอ้อ (ต.ท่าโพธิ์) เพื่อขยายพื้นที่ให้กว้างขวางขึ้น

  • ปัจจุบัน: เป็น มหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ แห่งภาคเหนือตอนล่าง โดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี มีโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่เป็นศูนย์กลางการรักษาของภูมิภาค

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในท่าประทับนั่ง ทรงหลั่งน้ำสิโนทกจากสุวรรณภิงคาร (น้ำเต้าทอง) เพื่อประกาศอิสรภาพ

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีเทา – แสด

  • ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ดอกเสลา

  • คำขวัญ : นเรศวร มหาวิทยาลัยแห่งวิจัยและนวัตกรรม

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


12. มหาวิทยาลัยบูรพา

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2498: ก่อตั้งเป็น วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน (มหา’ลัยแห่งแรกในส่วนภูมิภาคของไทย)

  • พ.ศ. 2517: เปลี่ยนชื่อเป็น มศว วิทยาเขตบางแสน

  • พ.ศ. 2533: แยกตัวเป็นเอกเทศในนาม “มหาวิทยาลัยบูรพา” เพื่อเป็นเสาหลักวิชาการภาคตะวันออก

  • ปัจจุบัน: เป็นมหา’ลัยในกำกับของรัฐ โดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล (Aquarium บางแสน) และศาสตร์ที่ตอบโจทย์เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : เลข ๙ ไทย อยู่ภายในวงกลมที่มีรัศมี 8 แฉก (สื่อถึงรัชกาลที่ 9 ผู้พระราชทานนามมหาวิทยาลัย) ด้านล่างมีรูปคลื่นสื่อถึงน้ำทะเล

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีเทา – ทอง

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นมะพร้าว

  • คำขวัญ : สุโข วิเวโก จิตฺตสฺส (ความสงัดจิตเป็นสุข)

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


13. มหาวิทยาลัยเเม่ฟ้าหลวง

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2534 – 2538: ชาวเชียงรายรณรงค์ขอจัดตั้งมหาวิทยาลัย จนเกิดโครงการเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ สมเด็จย่า

  • พ.ศ. 2539: ครม. มีมติอนุมัติให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงราย

  • พ.ศ. 2541: วันที่ 25 กันยายน ประกาศใช้ พ.ร.บ. จัดตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (เป็นปีสถาปนา)

  • พ.ศ. 2542: เริ่มเปิดรับนักศึกษารุ่นแรก (สาขาไอทีและเทคโนโลยีการอาหาร)

  • พ.ศ. 2547: พิธีเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ และพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตรุ่นแรก

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : พระนามาภิไธยย่อ “ส.ว.” (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “แม่ฟ้าหลวง”) ประดับด้วยลวดลายกนก สื่อถึงการเทิดพระเกียรติและสืบสานพระราชปณิธาน

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีแดง – ทอง

  • ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ดอกหอมนวล (ลำดวน)

  • คำขวัญ :  สืบสานพระราชปณิธาน ปลูกป่า สร้างคน

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


14. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ประวัติ (โดยย่อ) :
  • พ.ศ. 2527: รัฐบาลมีนโยบายจัดตั้ง “วิทยาลัยสุรนารี” ในสังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น ณ จ.นครราชสีมา เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาสู่ภูมิภาค

  • พ.ศ. 2531: คณะรัฐมนตรีมีมติให้ยกฐานะวิทยาลัยสุรนารีขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ

  • พ.ศ. 2533: วันที่ 27 กรกฎาคม ประกาศใช้ พ.ร.บ. จัดตั้ง “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี” (ถือเป็นวันสถาปนา) โดยเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกของไทย

  • พ.ศ. 2536: เริ่มเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในเดือนพฤษภาคม โดยมี ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นอธิการบดีผู้ก่อตั้ง

  • พ.ศ. 2552: ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ และเป็นสถาบันที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้รับเลือกในขณะนั้น

  • พ.ศ. 2561: จัดตั้งศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย: ภาพท้าวสุรนารี ประทับอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยเส้นโค้ง 3 เส้นที่สื่อถึงความหมายของ ” สุรนารี “ และความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

  • สีประจำมหาวิทยาลัย: สีแสด – ทอง

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นปีบทอง
  • คำขวัญ : มีวินัย ใจสะอาด ฉลาดเล่าเรียน เพียรทำดี

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


15. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2531: ก่อตั้งในชื่อ “วิทยาลัยอุบลราชธานี” สังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดสอนคณะเกษตรฯ และวิศวะฯ เป็นรุ่นแรก (ช่วงแรกฝากเรียนที่ มข.)

  • พ.ศ. 2533: ยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี” เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม และย้ายมาจัดการศึกษา ณ ที่ตั้งปัจจุบัน (ต.เมืองศรีไค อ.วารินชำราบ) โดยถือเอาวันที่ 30 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันสถาปนา

  • พ.ศ. 2550 – 2552: จัดตั้ง วิทยาเขตมุกดาหาร เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาในแถบลุ่มน้ำโขง แต่ต่อมาในปี 2559 ได้ยุติการรับนักศึกษาและเรียกตัวกลับมาเรียนที่เขตหลัก (ปัจจุบันไม่มีการเรียนการสอนที่มุกดาหารแล้ว)

  • พ.ศ. 2568: เปลี่ยนสถานะเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (ออกนอกระบบ) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ฉบับใหม่

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : เจดีย์ทรงเหลี่ยมสลักลายบัว (จำลองจากพระธาตุพนม) ตั้งอยู่บนฐานบัวคว่ำบัวหงาย ภายในมีดอกบัวบาน 3 กลีบ สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และสติปัญญา

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีเหลืองกันเกรา

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นกันเกรา (คนอีสานเรียกว่า “ต้นมันปลา”)

  • คำขวัญ : สร้างสติปัญญาให้กับสังคมบนพื้นฐานความพอเพียง

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


16. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2511: ก่อตั้ง วิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม (27 มีนาคม) เพื่อผลิตครูปริญญาแห่งแรกในอีสาน

  • พ.ศ. 2517: เปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตมหาสารคาม

  • พ.ศ. 2537: แยกตัวเป็นเอกเทศสำเร็จในชื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (9 ธันวาคม) เป็นมหาวิทยาลัยรัฐแห่งที่ 19

  • พ.ศ. 2541: เริ่มย้ายศูนย์กลางการบริหารและการเรียนการสอนไปยัง พื้นที่ขามเรียง (เขตพื้นที่ใหม่) เพื่อรองรับการขยายตัว

  • พ.ศ. 2542 – 2560: ขยายคณะวิชาครอบคลุมทั้งสายแพทย์ (คณะแพทยศาสตร์) วิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์ รวมกว่า 20 คณะ

  • พ.ศ. 2561: สถาปนามาครบ 50 ปี มุ่งเน้นการเป็นมหา’ลัยเพื่อชุมชนและท้องถิ่น

  • ปัจจุบัน: เป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่มี 2 พื้นที่ (เขตพื้นที่เมือง และเขตพื้นที่ขามเรียง) เปิดสอนกว่า 200 หลักสูตร และเป็นศูนย์กลางวิชาการที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : โรจนากร มีลักษณะเป็นรูปใบเสมา ภายในมีภาพสัญลักษณ์ขององค์พระธาตุนาดูน

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีเหลือง – เทา

  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นจามจุรี

  • คำขวัญ  : พหูนํ ปณฺฑิโต ชีเว (ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน)

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


17. มหาวิทยาลัยพะเยา

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2538: คณะรัฐมนตรีมีมติขยายโอกาสทางการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงเริ่มโครงการจัดตั้งวิทยาเขตที่จังหวัดพะเยา

  • พ.ศ. 2539: คณะรัฐมนตรีมีมติให้ใช้ชื่อ “มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา”

  • พ.ศ. 2542: ย้ายสถานที่จัดการศึกษาจากโรงเรียนพะเยาพิทยาคม มายังที่ตั้งปัจจุบัน ณ ตำบลแม่กา อ.เมือง จ.พะเยา

  • พ.ศ. 2550: เปลี่ยนชื่อเป็น “มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา” เพื่อเตรียมการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ

  • พ.ศ. 2553: เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ประกาศใช้ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยพะเยา แยกตัวออกจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐอย่างเป็นทางการ

  • ปัจจุบัน: เป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบที่มีพื้นที่กว่า 5,700 ไร่ และเป็นศูนย์กลางการศึกษาสำคัญของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : สัญลักษณ์อักษรย่อ “พ” ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งมาจากการที่เดิมเคยเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยนเรศวร และได้รับพระราชทานนาม “พะเยา” ในภายหลัง

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : สีม่วง

  • ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ดอกคำใต้

  • คำขวัญ : ปญฺญา ปทีโป โลกสฺมึ (ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก)

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


18. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2521: ก่อตั้งขึ้นในฐานะ ” มหาวิทยาลัยเปิด “ ที่ใช้ระบบทางไกลแห่งเดียวในไทย (สถาปนา 5 กันยายน)

  • พ.ศ. 2523: เริ่มเปิดสอนรุ่นแรกใน 3 สาขาวิชา เน้นเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อการสอน

  • พ.ศ. 2527: จัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกแก่บัณฑิตรุ่นแรก

  • พ.ศ. 2560 – 2561: ถูกควบคุมโดยประกาศ คสช. ชั่วคราวเนื่องจากปัญหาภายในสภามหาวิทยาลัย

  • ปัจจุบัน: จัดการสอนรวม 12 สาขาวิชา ครอบคลุมทั่วประเทศผ่านระบบออนไลน์และทางไกล

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : พระแสงศร 3 องค์ (รัชกาลที่ 7) เหนือเจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : เขียว – ทอง

  • ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ต้นปาริชาต (ทองหลางลาย)

  • คำขวัญ : สจฺจํ เว อมตา วาจา (สัจจะวาจาเป็นสิ่งไม่ตาย)

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


19. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ประวัติ (โดยย่อ) : 
  • พ.ศ. 2510 – 2531: ชาวนครศรีธรรมราชรณรงค์ขอจัดตั้งมหา’ลัย จน ครม. อนุมัติให้จัดตั้งเป็น “วิทยาลัยนครศรีธรรมราช” (สังกัด ม.อ.) เพื่อรอแยกตัวในอนาคต

  • พ.ศ. 2534: ครม. อนุมัติให้จัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ โดยเริ่มแรกขอพระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลัยจุฬาภรณ์”

  • พ.ศ. 2535: วันที่ 29 มีนาคม ในหลวง ร.9 พระราชทานนามใหม่ว่า “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” และลงพระปรมาภิไธยใน พ.ร.บ. จัดตั้ง (ถือเป็นวันสถาปนา)

  • พ.ศ. 2539: สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ เสด็จฯ วางศิลาฤกษ์ ณ อ.ท่าศาลา

  • พ.ศ. 2541: เริ่มเปิดการเรียนการสอนวันแรก (28 พฤษภาคม)

  • ปัจจุบัน: เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย โดดเด่นด้านอุทยานการศึกษาและการวิจัย

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : ว และ ล ภายใต้พระจุลมงกุฎ (พระนามย่อของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ)

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : แสด – ขาว

  • ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ดอกประดู่แดง

  • คำขวัญ : ความรู้คู่คุณธรรม

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัย : ”  คลิก  “


20. มหาวิทยาลัยราชภัฎ

ประวัติ (โดยย่อ) : 

1. ยุคโรงเรียนฝึกหัด (พ.ศ. 2435 – 2503)

  • พ.ศ. 2435 : เริ่มต้นก่อตั้ง “โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์” แห่งแรก (ปัจจุบันคือ มรภ.พระนคร)

  • พ.ศ. 2457 – 2483 : ขยายการตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูไปยังมณฑลต่างๆ เช่น โคราช, อุดร, เชียงใหม่, สงขลา และจันทรเกษม เพื่อผลิตครูออกสู่ท้องถิ่น

2. ยุควิทยาลัยครู (พ.ศ. 2503 – 2535)

  • พ.ศ. 2503: ยกฐานะโรงเรียนฝึกหัดครูเป็น “วิทยาลัยครู” ทั่วประเทศ

  • พ.ศ. 2518: ตรา พ.ร.บ. วิทยาลัยครู ให้สถานะเป็นสถาบันอุดมศึกษา เปิดสอนระดับปริญญาตรีสายครุศาสตร์

3. ยุคนามพระราชทาน “สถาบันราชภัฏ” (พ.ศ. 2535 – 2547)

  • พ.ศ. 2535: ในหลวง ร.9 พระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ”  แทนชื่อวิทยาลัยครู

  • พ.ศ. 2538: ได้รับพระราชทาน “พระราชลัญจกรประจำพระองค์” เป็นตราสัญลักษณ์ และเริ่มเปิดสอนสาขาวิชาอื่นนอกเหนือจากครุศาสตร์

  • พ.ศ. 2540: จัดตั้งสถาบันราชภัฏเพิ่ม 5 แห่ง (ชัยภูมิ, ศรีสะเกษ, นครพนม, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด) เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษา

4. ยุคมหาวิทยาลัยราชภัฏ (พ.ศ. 2547 – ปัจจุบัน)

  • พ.ศ. 2547: ยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” อย่างเป็นทางการ (15 มิถุนายน) ตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547

  • สถานะปัจจุบัน: เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เน้นการผลิตครู วิจัย และบริการวิชาการเพื่อเสริมสร้างพลังปัญญาของแผ่นดิน

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : ตราพระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 9 (รูปพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ภายใต้พระมหามงกุฎ) ซึ่งได้รับพระราชทานมาเป็นตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่ง

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : น้ำเงิน, เขียว, ทอง, ส้ม, ขาว

  • ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั้ง 38 แห่ง จะใช้ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย แตกต่างกันไป

  • คำขวัญ : ราชภัฏ คนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัยทั้งหมด : ”  คลิก  “


21. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

ประวัติ (โดยย่อ) :
  • พ.ศ. 2518: ก่อตั้ง “วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา” เพื่อยกระดับสายอาชีพสู่ปริญญาตรี

  • พ.ศ. 2531: ได้รับพระราชทานนาม “สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล” (15 กันยายน)

  • พ.ศ. 2548: ยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัย” และแยกออกเป็น 9 แห่งตามพื้นที่ (ธัญบุรี, กรุงเทพ, พระนคร, รัตนโกสินทร์, ตะวันออก, สุวรรณภูมิ, ล้านนา, อีสาน, ศรีวิชัย)

  • ปัจจุบัน: เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดสอนถึงระดับปริญญาเอก และเป็นผู้นำด้านการสร้าง “นวัตกร” และมืออาชีพสู่ภาคอุตสาหกรรม

สัญลักษณ์ : 
  • ตราประจำมหาวิทยาลัย : พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 9 (พระที่นั่งอัฐทิศและรัศมี 8 แฉก) ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ และมี ดอกบัว 8 กลีบ ล้อมรอบ สื่อถึงวิทยปัญญาที่แผ่ไปทั้ง 8 ทิศ

  • สีประจำมหาวิทยาลัย : น้ำเงิน

  • ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย : ดอกบัว

  • คำขวัญ : ราชมงคลสร้างคนสู่งาน เชี่ยวชาญเทคโนโลยี

อ้างอิงจาก : ”  คลิก  ” 

เว็ปไซต์มหาวิทยาลัยทั้งหมด : ”  คลิก  “

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *