ฮาร์วาร์ดเดินหน้าสกัด “เกรดเฟ้อ” ลดสัดส่วนเกรด A เตรียมปรับระบบให้คะแนนกลับสู่ความเที่ยงธรรม

ฮาร์วาร์ดเดินหน้าสกัด “เกรดเฟ้อ”

ลดสัดส่วนเกรด A เตรียมปรับระบบให้คะแนนกลับสู่ความเที่ยงธรรม

Grade Inflation

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 มกราคม ว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กำลังดำเนินมาตรการเพื่อลดปัญหา “ภาวะเกรดเฟ้อ (Grade Inflation)” หลังพบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สัดส่วนของนักศึกษาที่ได้รับเกรด A เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ศาสตราจารย์ อแมนดา เคลย์บาว คณบดีฝ่ายการศึกษาระดับปริญญาตรี ระบุในอีเมลถึงคณาจารย์เมื่อวันที่ 26 มกราคม ว่า ในภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา คณาจารย์หลายรายได้ปรับปรุงระบบการให้คะแนน ส่งผลให้ สัดส่วนเกรด A ลดลงเหลือ 53.4% ของเกรดทั้งหมด จาก 60.2% ในปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม เธอเสริมว่า คณาจารย์บางส่วนรายงานว่า การปรับระบบการให้เกรดดังกล่าว ทำให้พวกเขาได้รับ การประเมินหลักสูตรในเชิงลบจากนักศึกษามากขึ้น


เตรียมปรับโครงสร้างระบบเกรดในระยะยาว

รายงานระบุว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติม ซึ่งอาจเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2569 หลังจากรายงานในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 เสนอแนวคิดให้

  • อนุญาตให้ใช้ เกรด A+ เพื่อยกย่องนักศึกษาที่มีผลการเรียนโดดเด่นที่สุด

  • ปรับให้ เกรด A ทั่วไปอยู่ในลำดับรองลงมา ของระบบการให้เกรด

สำนักงานการศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ศึกษาปัญหาเกรดเฟ้ออย่างจริงจังในปี 2568 โดยสำรวจความคิดเห็นของทั้งนักศึกษาและคณาจารย์ และสนับสนุนให้มีการนำระบบการให้เกรด “กลับคืนสู่ความเที่ยงธรรม”


เน้นความเชี่ยวชาญมากกว่าความพยายาม

นอกเหนือจากการพิจารณาเพิ่มเกรด A+ แล้ว แนวทางที่อาจนำมาใช้เพิ่มเติม ได้แก่

  • การให้ความสำคัญกับ ความเชี่ยวชาญในเนื้อหาวิชา มากกว่าความพยายามเพียงอย่างเดียว

  • การแสดง ค่าเฉลี่ยเกรดของแต่ละรายวิชา ควบคู่ไปกับเกรดในใบแสดงผลการเรียน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม โฆษกของคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ย้ำว่า คณาจารย์ไม่ได้รับคำสั่งให้ลดเกรด และยังคงมีอิสระในการพิจารณาให้คะแนนตามดุลยพินิจของผู้สอนแต่ละรายวิชา


จากเกรด A ที่หายาก สู่สัดส่วนเกินครึ่ง

ข้อมูลย้อนหลังสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน เกรด A ถือเป็นสิ่งที่ได้ยากในวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

  • ปี 2548: เกรด A คิดเป็นเพียง 24% ของเกรดทั้งหมด

  • ทศวรรษถัดมา: เพิ่มเป็น 40.3%

  • ปี 2563–2564: พุ่งสูงถึง 62.8%

  • ปี 2568: สัดส่วนเกรด A ยังคงอยู่ที่มากกว่า 60%

สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นที่มาของความพยายามในการปรับระบบประเมินผล เพื่อรักษามาตรฐานทางวิชาการและความน่าเชื่อถือของผลการเรียน


บทสรุป

ความเคลื่อนไหวของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของสถาบันการศึกษาชั้นนำ ในการสร้างสมดุลระหว่าง คุณภาพทางวิชาการ ความเป็นธรรมในการประเมิน และแรงกดดันจากผู้เรียน โดยแนวทางการแก้ปัญหาเกรดเฟ้อครั้งนี้ อาจกลายเป็นต้นแบบให้มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั่วโลกจับตามองในอนาคต


ที่มา:
AFP / The Harvard Crimson / Daily News
เรียบเรียงเพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ Eduzones

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *