​”รศ.ดร.คมสัน” ชูธงปฏิรูปการศึกษา จี้รัฐบาลใหม่ดันเป็น “วาระแห่งชาติ” แนะเลิกจัดงบรายหัวแก้เหลื่อมล้ำ พร้อมเฟ้นหา รมว.ศึกษาฯ ที่มีหัวใจ “สร้างคน”

สำนักข่าวการศึกษาไทย – รศ.ดร.คมสัน โสมณวัตร รองอธิการบดี มรภ.สวนสุนันทา เปิดวิสัยทัศน์รับการเลือกตั้ง 8 ก.พ. ฝากการบ้านรัฐบาลใหม่เร่งเครื่อง 100 วันแรก ดันการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ ชี้เป้าปัญหา “ความเหลื่อมล้ำ” เกิดจากการจัดสรรงบประมาณแบบรายหัวทำโรงเรียนขนาดเล็กขาดโอกาส ย้ำคุณสมบัติเจ้ากระทรวงเสมาฯ ไม่เกี่ยงที่มาแต่ต้องมีทัศนคติที่เห็นคุณค่าของการสร้างมนุษย์

​ในรายการ “เรื่องดังหลังข่าว” ทางสถานีโทรทัศน์ NBT ได้มีการสัมภาษณ์พิเศษ รศ.ดร.คมสัน โสมณวัตร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เพื่อเจาะลึกถึงทิศทางการศึกษาไทยและการคาดหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศหลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

​จี้รัฐบาลใหม่ เร่งเครื่อง 100 วันแรก สร้างรูปธรรมการศึกษา
รศ.ดร.คมสัน กล่าวถึงความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ในช่วง 100 วันแรกว่า สิ่งที่นักการศึกษาอยากเห็นคือ “ยุทธศาสตร์การศึกษาชาติที่เป็นรูปธรรม” ซึ่งต้องประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1. หลักสูตรที่ดีและตอบโจทย์อนาคตของเด็ก 2. รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นผลสัมฤทธิ์จริงว่าเรียนจบแล้วได้อะไร และ 3. มาตรฐานและการพัฒนาครูอาจารย์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้จริงต้องอาศัยปัจจัยสำคัญที่สุดคือ “งบประมาณ” หากขาดงบประมาณ การพัฒนาครูหรือเทคโนโลยีการสอนให้ทันสมัยก็ไม่สามารถเป็นไปได้ ดังนั้นการศึกษาต้องถูกยกให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง
​มรภ.สวนสุนันทา ปรับตัวผลิต “แม่พิมพ์” ยุคใหม่

ในฐานะสถาบันผลิตครูชั้นนำ รศ.ดร.คมสัน เผยว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาได้ปรับตัวอย่างรวดเร็วให้ทันต่อสถานการณ์โลก โดยเน้นผลิตครูที่มีคุณสมบัติ 2 ประการ คือ มีองค์ความรู้ในวิชาชีพที่แม่นยำ และมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อนำไปถ่ายทอดและสอนเด็กในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามนโยบายของสภามหาวิทยาลัยที่เน้นการปรับตัวเร็วเพื่อตอบโจทย์สังคม

​ชำแหละ “ความเหลื่อมล้ำ” ต้นตอคืองบประมาณ
ประเด็นความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กในเมืองและเด็กชนบท รศ.ดร.คมสัน ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างว่า เกิดจากการเข้าถึงงบประมาณที่ไม่เท่าเทียม ปัจจุบันการจัดสรรงบประมาณยังพึ่งพิง “จำนวนหัวประชากรเด็ก” ทำให้โรงเรียนในชนบทที่มีเด็กน้อยได้รับงบประมาณน้อยตามไปด้วย ส่งผลให้ขาดแคลนสื่อการสอน เทคโนโลยี และโอกาสในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ต่างจากโรงเรียนในเมืองที่มีความพร้อมสูง

​”โรงเรียนประจำจังหวัดที่มีคุณภาพมีเพียง 1-2 แห่ง แต่ยังมีโรงเรียนอีกกว่า 3 หมื่นแห่งในชนบทที่ยังขาดโอกาส หากเราไม่แก้เรื่องการจัดสรรงบประมาณ ช่องว่างความเหลื่อมล้ำก็จะยิ่งกว้างขึ้น โอกาสที่จะเจอ ‘ช้างเผือก’ ในชนบทก็จะยากขึ้นตามไปด้วย” รศ.ดร.คมสัน กล่าว

​สเปก “รมว.ศึกษาฯ” ต้องมีหัวใจนักสร้างคน
ต่อข้อซักถามถึงคุณสมบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มักถูกตั้งคำถามเมื่อผู้มารับตำแหน่งไม่ได้มาจากสายการศึกษาโดยตรง รศ.ดร.คมสัน ให้ความเห็นว่า ในบริบทการเมืองไทยที่เป็นรัฐบาลผสม การคัดสรรตัวบุคคลอาจมีข้อจำกัด แต่สิ่งสำคัญเหนือกว่าที่มาคือ “ทัศนคติ”

​”คนที่จะมาดูแลการศึกษาต้องมีทัศนคติที่ดีต่อการ ‘สร้างคน’ ต้องมองเห็นคุณค่าว่าการศึกษาคือการสร้างทุนมนุษย์ที่จะนำไปสู่ความเจริญของประเทศ หากผู้นำมี Mindset ที่ถูกต้อง ก็จะสามารถระดมกุนซือและนักการศึกษามาช่วยขับเคลื่อนงาน บูรณาการความรู้ และแก้ปัญหาได้สำเร็จ แต่ขอให้เน้นการกระทำที่จริงจังมากกว่าคำพูด”

​ปลุกพลังเงียบเลือกตั้งชี้ชะตาประเทศ
ในช่วงท้าย รศ.ดร.คมสัน ได้ฝากทิ้งท้ายเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ เพราะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางประเทศ โดยขอให้พิจารณานโยบายการศึกษาของแต่ละพรรคการเมืองที่ตอบโจทย์ และฝากถึงรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเดียวหรือรัฐบาลผสม ให้นำนโยบายดีๆ ของทุกพรรคมาบูรณาการร่วมกัน โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศและการพัฒนาการศึกษาให้ทัดเทียมนานาชาติเป็นที่ตั้ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *