
ชั่วโมงนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักคำว่า ไทยแลนด์ 4.0 ที่รัฐบาลมุ่งเน้นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมุ่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบเศรษฐกิจจากยุคเศรษฐกิจที่เน้นภาคอุตสาหกรรมหนักมาสู่ยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งจากวิสัยทัศน์ดังกล่าวไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงแค่ในทางเศรษฐกิจเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงภาคส่วนอื่นๆ อย่าง การศึกษา ที่เราต้องส่งเสริมและพัฒนาให้สอดคล้องกัน
ด้วยเหตุนี้เองทำให้บุคลากรทางการศึกษาอย่าง “ครู” คือด่านแรกที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาตนเองเพื่อเป็นต้นแบบและนำพาผู้เรียนไปสู่การศึกษาในยุค 4.0 ได้ วันนี้เราจึงมีคุณสมบัติของครูไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0 จากการรวบรวมข้อมูลของมูลนิธิสยามกัมมาจลที่ได้ทำงานร่วมกับนักวิชาการการศึกษาจากหลากหลายกลุ่ม มาฝากกันค่ะ

- ครูมี Growth mindset
Growth mindset หมายถึง การคิดแบบเติบโต คือ ไม่ยึดติดกับความตายตัว มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ครูในยุคไทยแลนด์ 4.0 นั้น จึงจำเป็นต้องมีความคิดในลักษณะมากกว่าที่จะยึดติดอยู่กับความรู้เดิม ๆ ที่เคยรับรู้มา ความคิดแบบนี้ทำให้ครูเชื่อว่าเด็กมีการเปลี่ยนแปลงได้ จากเด็กที่ไม่เก่ง หรือมีปัญหาด้านการเรียน ถ้าสามารถปรับพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม เขาจะสามารถพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นได้ ความคิดนี้นอกจากจะช่วยให้ครูเข้าใจเด็กแล้ว ยังช่วยให้ครูไม่หยุดพัฒนาตัวเอง และปรับให้ตนเองเป็นผู้พยายามเพิ่มเติมความรู้ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก
- ครูเปลี่ยนห้องเรียน
ครูต้องทำการเปลี่ยนห้องเรียนแบบเดิม ที่ครูมีหน้าที่ควบคุม ส่วนนักเรียนมีหน้าที่รับฟังเพียงอย่างเดียวเหมือนสมัยก่อน อาจไม่ใช่แนวทางที่ดีสำหรับการเรียนการสอนในยุคใหม่ เพราะไม่ช่วยสร้างให้นักเรียนมีองค์ความรู้ด้วยตัวเอง ห้องเรียนสมัยใหม่นั้น ดังนั้นจำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนอยากเรียนรู้ แสวงหาและสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งครูมีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาและชี้แนะเพื่อจูงใจให้นักเรียน และสร้างสรรค์ให้ห้องเรียนมีความน่าสนใจสำหรับนักเรียน
- ครูเปลี่ยนการสอน
ตลอดมา การสอนของครูจะเป็นแบบ Passsive Learning คือ สอนนักเรียนผ่านการอ่าน การฟังและการดู ซึ่งแตกต่างจากยุคสมัยนี้ที่ครูจะต้องเน้นแบบ Active Learning คือเน้นให้นักเรียนศึกษา ทดลองทำเพื่อสร้างประสบการณ์และเรียนรู้การแก้ปัญหาจากสภาพจริง เพื่อนำไปสู่การที่นักเรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้การสอนแบบ Active Learning นี้คือคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่ครูยุคนี้ต้องมี
- ครูแสวงหาความรู้ใหม่และใช้ IT เป็น
ปัจจุบันนี้ทักษะในการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ คือทักษะสำคัญที่ทุกคนจะต้องมีติดตัว การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส์ต่าง ๆ จำพวก คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสารและพกพารูปแบบต่าง ๆ ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นและแทบจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ครูจำเป็นที่จะต้องมีความรู้และทักษะในเรื่องนี้เพื่อที่จะได้เปิดโลกกว้างผ่านการสื่อสารออนไลน์ ช่วยให้ครูสามารถค้นหาความรู้ต่าง ๆ ได้รวดเร็วและทันสมัยมากขึ้น แล้วสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนได้
- ครูผู้เข้าใจสถานการณ์สังคม (จับชีพจรของสังคม) และชุมชนได้
หมดยุคแล้วที่นักเรียนจะต้องเป็นแบบที่ควรเป็นเหมือนสมัยยี่สิบหรือสามสิบปีก่อน หรือนักเรียนต่างชุมชนกัน เราต้องสร้างให้เขาเหมือนกัน สิ่งเหล่านี้คือการยึดติดกับอดีต ครูในยุคไทยแลนด์ 4.0 นั้นต้องรู้จักเรียนรู้สถานการณ์สังคม แล้วนำสิ่งนั้นมาตกผลึกเพื่อให้เด็ก Character building (สร้างตัวตน) และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและชุมชนที่เขาอยู่อาศัย
- ครูมีจิตวิญญาณความเป็นครู
ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปกี่ยุคกี่สมัย แต่สิ่งที่ยังจำเป็นต้องคงอยู่คือจิตวิญญาณของความเป็นครูของครูทุกคนและทุกรุ่น ฉะนั้นคนที่จะมาเป็นครูได้นั้น ไม่ใช่แต่เพียงมีแค่ความรู้ถึงจะสามารถเป็นครูที่ดีได้ แต่ต้องเป็นผู้มีทักษะในการถ่ายทอดและจิตวิญญาณของความเป็นครู ที่จะต้องรัก ห่วงใย และมีความเมตตากรุณาต่อบรรดาศิษย์ทั้งหลายด้วย จิตวิญญาณความเป็นครูจึงเป็นอีกข้อหนึ่งที่ครูในยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องมี และยังคงต้องมีต่อไปในอนาคต

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาทำให้หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างเปลี่ยนไปทำให้คุณลักษณะของครูนั้นจำเป็นต้องเปลี่ยนและคงอยู่ไปพร้อมๆ กัน เพื่อที่จะเป็นผู้ที่สามารถเป็นต้นแบบและสามารถพานักเรียนก้าวไปตามยุคสมัยได้อย่างทันท่วงที แต่ก็ไม่หลงลืมบางสิ่งที่สำคัญนอกจากเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ๆ นั่นคือความรักและความใส่ใจที่มีต่อนักเรียนนั่นเองค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก
: https://www.trueplookpanya.com
: https://www.scbfoundation.com/
ขอบคุณรูปภาพจาก
: https://readingeggs.com.au/schools/for-teachers/
: https://www.sanook.com/campus/1388301/
