www.eduzones.com : The Most Popular Education Site in Thailand   
 

แสงอาทิตย์และพลังงาน

บทที่ 1: แสงอาทิตย์และพลังงาน

          สิ่งมีชีวิตบนโลกมนุษย์ดำรงชีพอยู่ได้ด้วยพลังงานจากแสงอาทิตย์ พืชเป็นผู้รับพลังงานแสงอาทิตย์โดยตรง และจะเปลี่ยนพลังงานแสงให้กลายเป็นพลังงานเคมีเก็บสะสมไว้ เมื่อมีสัตว์มากินพืชจะก่อให้เกิดการถ่ายทอดพลังงานเหล่านั้นไปสู่สัตว์ การกินต่อกันเป็นทอด ๆ หรือสายใยอาหารจะช่วยก่อให้เกิดการถ่ายทอดและหมุนเวียนพลังงานระหว่างพืช (ผู้ผลิต) , สัตว์ (ผู้บริโภค) และจุลินทรีย์ต่าง ๆ (ผู้ย่อยสลาย)
          แสงอาทิตย์ที่ส่งตรงมายังโลกส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของพลังงานความร้อน และพลังงานแสง ส่วนน้อยสะสมอยู่ในรูปพลังงานอื่น ๆ อันได้แก่ เชื้อเพลิงต่าง ๆ เช่น ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน เป็นต้น ซึ่งเป็นอินทรีย์สารที่ได้สะสมพลังงานแสงอาทิตย์เอาไว้ เมื่อใช้ไปนาน ๆ เชื้อเพลิงต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีวันที่จะหมดไปได้ ยิ่งในยุคปัจจุบันที่มีอัตราการใช้พลังงานเชื้อเพลิงเหล่านี้สูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เชื้อเพลิงที่มีปริมาณอันจำกัดบนพื้นโลก จึงก่อปัญหา การขาดแคลนขึ้น แหล่งพลังงานทดแทนที่สำคัญ ได้แก่ พลังงานจากแสงอาทิตย์โดยตรง, พลังงานจากกระแสน้ำ, พลังงานใต้ธรณี, พลังงานจากลม ฯลฯ
          โลกของเราได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ เพียง 1/2200 ล้านส่วนของพลังงานทั้งหมดที่ดวงอาทิตย์ส่งออกมา และพืชนำพลังงานแสงเพียง 0.1% ของปริมาณแสงสว่างที่โลกได้รับไปใช้ในการสังเคราะห์แสง หากโลกไร้ดวงอาทิตย์โลกจะมืดและเย็นจัดและสิ่งที่มีชีวิตจะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไป เนื่องจากขาดสารอาหารและแหล่งพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไป

     1.พลังงานจากแสงอาทิตย์
          เรามีวิธีทดสอบง่าย ๆ เพื่อให้ทราบว่าแสงอาทิตย์มีพลังงานโดยการใช้แว่นขยายซึ่งเป็นเลนส์นูนรวมแสงอาทิตย์ให้ตกลงบนหัวไม้ขีดไฟ หัวไม้ขีดไฟที่ถูกแสงผ่านตรงจุดรวมแสง (จุดโฟกัส) จะลุกไหม้ติดไฟได้ เนื่องจากได้รับพลังงานความร้อนที่เกิดจากการรวมแสงอาทิตย์ ณ จุดโฟกัส จากการทดสอบนี้ทำให้ทราบได้ว่าดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานเพราะมีการส่องแสงและความร้อนออกมา
          เราดัดแปลงหลักการรวมแสงไว้ที่จุดจุดหนึ่งนี้ ไปใช้ในการประดิษฐ์ "เซลล์สุริยะ" (Solar cell) โดยใช้แผ่นกระจกหรือแผ่นโลหะสะท้อนแสง รวมแสงไว้ ณ จุด ๆ หนึ่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดความร้อนสูงและใช้เป็นแหล่งพลังงานเพื่อดัดแปลงใช้งานอื่น ๆ ได้ต่อไป เช่น ใช้ทำเครื่องใช้ไฟฟ้า , ใช้ทำเครื่องทำน้ำร้อน , ใช้แทนเชื้อเพลิงหุงต้ม ฯลฯ

     2. การใช้พลังงานแสงอาทิตย์
          เราได้ประโยชน์นานัปการจากแสงอาทิตย์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งพอจะสรุปได้ ดังนี้

ทางตรง

ทางอ้อม

  1. การสังเคราะห์แสงของพืช

    พืชสีเขียวมี คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ใช้จับพลังงานแสง เมื่อทำการสังเคราะห์แสงแล้วจะได้ผลิตภัณฑ์หลัก คือ แป้งหรือคาร์โบไฮเดรท, น้ำ และก๊าซออกซิเจน ดังสมการ

    CO2 + H 2O
    C6 H12O6 + H2O+O2

  2. การอ่านหนังสือ
  3. การตากผ้าและอาหารให้แห้ง
  4. การกลั่นน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด
  5. การทำนาเกลือ
  6. เซลล์สุริยะ (Solar cell)
  1. อาหารที่ได้จากการสังเคราะห์แสง
  2. การเกิดเชื้อเพลิง อันได้แก่ น้ำมันดิบ, ถ่านหิน, ถ่านไม้
  3. การเกิดฤดูกาล,ลมบกและลมทะเล
  4. กังหันลม (อาศัยแรงลมซึ่งเกิดจากอิทธิพลของแสงอาทิตย์)
  5. เขื่อนกั้นน้ำ (เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์ ก่อให้เกิดวัฏจักรของน้ำ)

 

     การกลั่นน้ำทะเลให้จืด
          เป็นวิธีที่ใช้ผลิตน้ำจืด ในบางพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำจืด โดยใช้ตู้กระจกรับแสงอาทิตย์สะสมไว้จนมีความร้อนมากพอที่จะทำให้น้ำทะเลที่ระเหยกลายเป็นไอขึ้นไปเกาะเต็มฝากระจกแล้วกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ไหลไปรวมกันในที่รองรับ พบมากในประเทศสหรัฐอเมริกา,ฟิจิ,ฮ่องกง,ซานดิเอโก

*รูปภาพ การกลั่นน้ำจืดจากน้ำทะเล


     การทำนาเกลือ
          เป็นการผลิตเกลือแกง (NaC1) จากน้ำทะเล โดยอาศัยความร้อนจากแสงอาทิตย์ทำให้น้ำทะเลที่สูบเข้ามากักขังไว้ระเหยตัวไป คงเหลือแต่เกลือและของแข็งอื่น ๆ ตดผลึกอยู่ที่พื้นดิน เกลือชนิดนี้เรียกว่า "เกลือสมุทร" มีปริมาณธาตุไอโอดีนสูงป้องกันโรคคอพอกได้
          มีเกลืออีกชนิดหนึ่งที่มิได้นำมาจากทะเลแต่ได้จากดินโป่งทางแถบอีสานมีปริมาณไอโอดีนต่ำ เราเรียกว่า "เกลือสินเธาว์" ได้จากการขุดเอาดินมาละลายน้ำหรือฉีดพ่นน้ำลงไปใต้ดินแล้วสูบน้ำที่ละลายเกลือ แล้วขึ้นมาตกผลึกบนพื้นดิน เกลือสินเธาว์ ไม่สามารถป้องกันโรคคอพอกได้ ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงนำเกลือชนิดนี้มาเติมไอโอดีนลงไปแล้วจำหน่ายในรูปของ "เกลืออนามัย"
          แสงอาทิตย์มีประโยชน์มากมายต่อมนุษย์ แต่ก็มีโทษบางประการที่ควรรู้ อันได้แก่ในแสงอาทิตย์มีรังสีอุลตร้าไวโอเลต (UV) ซึ่งมีสมบัติทำให้ผิวหนังคล้ำและไหม้เกรียม การตากแดดนาน ๆ จะทำให้ผิวได้รับรังสีนี้นานเกินไป ทำให้ผิวไหม้และก่ออาการแพ้ รวมทั้งเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้น ในยามที่ต้องตากแดดนาน ๆ ควรทาครีมกันแดดปกป้องผิว ตามฉลากของผลิตภัณฑ์กันแดดมักจะระบุอัตราการป้องกันผิวจากแดดเป็นจำนวนเท่า เช่น 15 เท่า หมายความว่า เมื่อทาผิวด้วยครีมชนิดนี้แล้วจะทำให้ผิวทนแดดได้นานขึ้นถึง 15 เท่าของเวลาปกติ โดยทั่วไปผิวคนเราทนแดดได้นาน 30 นาที โดยไม่เป็นอันตราย ครีมชนิด 15 เท่า จะทำให้ผิวทนแดดได้นานขึ้น เป็นเวลา 15x30 = 450 นาที หรือ 7 ชั่วโมง

     3. อิทธิพลของแสงอาทิตย์ต่อสิ่งแวดล้อม
          1. ทำให้เกิดวัฏจักรของน้ำ ดังรูป



          2. ทำให้เกิดฤดูกาลต่าง ๆ ลม,พายุ,เมฆหมอกต่าง ๆ ,น้ำค้างแข็ง, รุ้งกินน้ำ ฯลฯ เนื่องจากแสงอาทิตย์ทำให้ผิวโลกมีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง มีทั้งร้อนและเย็นซึ่งจะส่งผลให้อากาศเกิดการเคลื่อนไหว ทำให้เกิดลม,พายุ,และฤดูกาลต่าง ๆ
         
หมอก (Fog)
คือ ละอองน้ำเล็ก ๆ ที่เกิดจากการกลั่นตัวของไอน้ำในอากาศใกล้พื้นดินเนื่องจากอุณหภูมิของอากาศลดลงมากจนต่ำกว่าจุดน้ำค้าง ทำให้ไอน้ำเกิดการกลั่นตัวเป็นละอองเล็ก ๆ ซึ่งอากาศสามารถพยุงอยู่ได้ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นละอองน้ำเหล่านี้ก็จะระเหยกลายเป็นไอใหม่ ทำให้หมอกหายไป หมอกมักเกิดยามเช้ามืด ในขณะลมสงบ ในฤดูหนาว หรือ ฤดูหนาวต่อกับฤดูร้อน          
         
น้ำค้าง (Dew)
คือ หยดน้ำที่เกิดจากการกลั่นตัวของไอน้ำ ในเวลาดึก ๆ หรือใกล้รุ่ง ซึ่งมีอุณหภูมิลดต่ำลงมาก มักพบตามต้นไม้ ใบหญ้า กิ่งไม้ และพื้นดิน
          น้ำค้างแข็ง เกิดได้ เมื่ออากาศใกล้พื้นดินมีอุณหภูมิลดต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็ง ทำให้ไอน้ำในอากาศแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
         
ลม (wind)
คือการเคลื่อนที่ของอากาศ เนื่องจากเกิดความแตกต่างของอุณหภูมิหรือความกดอากาศระหว่าง 2 บริเวณ โดยทั่วไปลมจะพัดจากที่เย็นกว่าไปสู่ที่ร้อนหรือพัดจากบริเวณที่มีความกดอากาศสูง (ความหนาแน่นมาก) เข้าสู่บริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ (ความหนาแน่นน้อย) เราจำแนกลมออกได้หลายชนิดตามสถานที่ที่เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิ ดังนี้
         
ลมบกลมทะเล (Land and Sea Breeze)

         
ลมบก คือ ลมที่พัดจากชายฝั่งออกสู่ทะเล เกิดในเวลากลางคืน
         
ลมทะเล
คือ ลมที่พัดจากทะเลเข้าหาฝั่ง เกิดในเวลากลางวัน
สาเหตุ
: ในยามกลางวันพื้นดินร้อนระอุกว่าพื้นน้ำ อากาศเหนือพื้นดินที่ร้อนกว่าจะลอยตัวสูงขึ้นอากาศบริเวณผิวน้ำจะลอยตัวเข้ามาแทนที่ ในยามกลางคืน พื้นน้ำคายความร้อนได้ช้ากว่าพื้นดินจึงมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นดิน อากาศบริเวณผิวน้ำจะลอยตัวสูงขึ้น อากาศเหนือพื้นดินจะพัดเข้ามาแทนที่
         
ลมภูเขาและหุบเขา (Mountain and Valley Winds)
เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างสันเขา (ยอดเขา) และหุบเขา
         
ลมภูเขา
พัดจากสันเขาไปสู่หุบเขา เกิดตอนกลางคืน เนื่องจากบริเวณสันเขาที่อยู่สูงกว่าเย็นเร็วกว่าหุบเขา จึงมีลมพัดลงจากยอดเขาสู่หุบเขา
         
ลมหุบเขา
พัดจากหุบเขาไปสู่สันเขา เกิดตอนกลางวัน เนื่องจากบริเวณหุบเขาเบื้องล่างจะมีอุณหภูมิต่ำกว่ายอดเขา จึงมีลมพัดไปตามความสูงของสันเขา

          3. ทำให้เกิดกลางวัน - กลางคืน เนื่องจากโลกของเรามีลักษณะค่อนข้างกลมเมื่อ โลกหมุนรอบตัวเอง และหมุนตามวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ พื้นผิวโลกไม่ได้รับความร้อนเท่ากันหมดอย่างทั่วถึง บริเวณที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์สามารถรับพลังงานจากดวงอาทิตย์ได้เป็นเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนคือบริเวณที่ไม่ได้รับพลังงานแสงอาทิตย์
          4. ทำให้เกิดกระแสน้ำอุ่น-น้ำเย็น เนื่องจากบริเวณเส้นศูนย์สูตรร้อนกว่าขั้วโลกน้ำในบริเวณนี้ร้อนกว่าและมีความหนาแน่นน้อยกว่าจึงลอยตัวขึ้นสู่ที่สูง น้ำในแถบขั้วโลกเย็นกว่าและมีความหนาแน่นมากจะไหลเข้ามาแทนที่ น้ำในมหาสมุทรทั่วทั้งโลกต่อถึงกันหมด จึงก่อให้เกิดกระแสน้ำอุ่นไหลจากบริเวณศูนย์สูตรขั้วโลก และกระแสน้ำเย็นไหลจากขั้วโลกสู่บริเวณศูนย์สูตร
          5. ทำให้เกิดลูกเห็บ ลูกเห็บเกิดจากเมฆในระดับสูง ๆมีความเย็นจัดจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งเล็ก ๆ หล่นลงมา และขณะที่หล่นก็จับตัวกันจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ร่วงลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง และขณะที่ลูกเห็บตกผ่านชั้นบรรยากาศ มีบางส่วนที่ระเหยตัวกลายเป็นไอ ทำให้ลูกเห็บที่ตกลงสู่พื้นดินมีขนาด เล็ก มักพบในแถบอีสานและภาคกลางของไทยเรา และมักจะมาพร้อมกับพายุในฤดูร้อน ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม

     4. แสงอาทิตย์มีผลต่อปฏิกิริยาเคมีอย่างไร
          1. สารเคมีหลายชนิดว่องไวต่อแสง เมื่อถูกแสงจะทำปฏิกิริยาต่อแสงและทำให้มีสมบัติที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น ซิลเวอร์คลอไรด์ (AgCl), ซิลเวอร์ไนเตรต (AgNO3) ซิลเวอร์โบรไมด์ (AgBr) , โปตัสเซียมไอโอไดด์ (KI), ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) ทิงเจอร์ไอโอดีน , กรดไนตริกเข้มข้น ฯลฯ จึงจำเป็นต้องเก็บสารเหล่านี้ไว้ในที่มืด หรือในภาชนะทึบแสง เช่น ขวดสีชา, พวกฟิล์ม, กระดาษอัดรูป ขณะยังไม่ใช้งานต้องเก็บในที่มืด เนื่องจากมี AgCl และ AgBr ฉาบอยู่ เมื่อถูกแสงจะใช้งานไม่ได้ต่อไป
          สมการเคมี การเกิดอะตอม ขาวขุ่น 2 ชนิด ของ AgCl และ AgBr ที่ควรจดจำ
          1.1
NaCl + AgNO3 AgCl(s) + NaNO3
     - เมื่อไม่ถูกแสง AgCl มีสีขาวขุ่น เมื่อถูกแสงจะเปลี่ยนสีขาวขุ่น สีเทาแกมม่วง
          1.2
KBr + AgNO3 AgBr(s) + KNO3
     - เมื่อไม่ถูกแสง AgBr มีสีขาวขุ่น เมื่อถูกแสงจะเปลี่ยนสีขาวขุ่น สีน้ำตาลแกมดำ
          2. แสงอาทิตย์ทำให้เกิดการสังเคราะห์แสง (PHOTOSYNTHESIS) ของพืชดังสมการ

    6CO2 + 6H2      C6H12O6 + 602

          ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ เป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างอาหารของพืชโดยมีแสงเป็นตัวให้พลังงาน สีเขียวของคลอโรฟิลล์ เป็นตัวจับพลังงานแสง อาหารที่สั่งเคราะห์ได้คือ น้ำตาลกลูโคส ซึ่งจะถูกเปลี่ยนไปเก็บสะสมในรูปของสารประกอบคาร์โบไฮเดรทต่อไป

     5. เชื้อเพลิง
          เชื้อเพลิง คือ สารที่เผาไหม้แล้วจะให้พลังงานความร้อนออกมา แบ่งออกได้เป็น 3 สถานะ คือ ก๊าซ เช่น ก๊าซธรรมชาติ ของเหลว เช่น แอลกอฮอล์ น้ำมันปิโตรเลียม ของแข็ง เช่น ถ่านหิน ถ่านไม้
         
ปิโตรเลียม
หมายรวมถึง ก๊าซธรรมชาติ, น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว
ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม หมายถึง ผลพลอยได้จากการกลั่นปิโตรเลียม เช่น ยาฆ่าแมลง, พลาสติก, ไนลอน, ยางเทียม, ฟิล์ม, พาราฟิน, ขึ้ผึ้ง, ยางมะตอย, ผงซักฟอก ฯลฯ
          ปิโตรเลียมได้จากอิทธิพลของดวงอาทิตย์ทางอ้อม โดยยึดหลักที่ว่าพลังงานจากแสงอาทิตย์ยังสะสมในซากพืชซากสัตว์และจะเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงพลังงานสูงได้ ดังแผนภา
การเกิดน้ำมันปิโตรเลียม ดังนี้


          สารประกอบต่าง ๆ ในปิโตรเลียม สามารถแยกออกจากกันโดยใช้ความร้อนเพราะสารประกอบแต่ละชนิดมีจุดเดือดต่างกัน สารที่มีจำนวนอะตอมของ C น้อย มีจุดเดือดต่ำกว่าสารประกอบที่มี C จำนวนมากกว่า ด้วยเหตุนี้เราจึงใช้ "การกลั่นลำดับส่วน" ช่วยแยกสารชนิดต่าง ๆ ออกจากกันในปิโตรเลียมเนื่องด้วยเป็นวิธีการแยกสารที่อาศัยจุดเดือดต่างกัน โดยเราจะให้ความร้อนกับสารประกอบหลาย ๆ ชนิดที่ปนกันอยู่ เมื่อถึงจุดเดือดของสารประกอบใด สารนั้นก็จะกลายเป็นไอ แยกออกไปและนำไปกระทบกับความเย็นก็จะกลั่นตัวเป็นหยดของเหลวกลับคืนมา การแยกสารด้วยวิธีนี้ จะทำให้ได้สารที่มีจุดเดือดต่ำแยกออกมาก่อน และสารที่มีจุดเดือดใกล้เคียงกันออกจากกันได้

*สารประกอบไฮโดรคาร์บอนแยกสถานะตามจำนวนคาร์บอนได้ดังนี้
    คาร์บอน 1 - 4 อะตอม เป็นก๊าซ เช่น CH4 (มีเทน) , C2H6 (อีเทน) C3H8 (โพรเทน) C4H10 (บิวเทน)
    คาร์บอน 5 - 25 อะตอม เป็นของเหลว เช่น C6H14 (สารเหลวเฮกเซน)
    คาร์บอน 26 - 38 อะตอม เป็นครึ่งแข็งครึ่งเหลว
    คาร์บอนมากกว่า 38 อะตอมขึ้นไป เป็นของแข็ง
         
         
Octane Number คือ การกำหนดคุณภาพของน้ำมันเบนซิน ว่ามีสมบัติเหมือนมี Isooctane อยู่กี่เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นเฮปเทน เช่น น้ำมันเบนซินชนิด ออกเทนนัมเบอร์ 70 เปรียบเหมือนมีไอโซออกเทน 70% และเฮปเทนอีก 30% น้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงเป็นน้ำมันคุณภาพสูง และสำหรับน้ำมันที่มีค่าออกเทนนัมเบอร์ต่ำ จะทำให้มีค่าออกเทนนัมเบอร์สูงขึ้นได้ด้วยการเติม เตตระเอธิลเลด [(C2H5) 4Pb] ลงไป และเติมได้คลอไรด์อีเทน, ไดโบรโมอีดเทนลงไปแต่มีผลเสียคือ ทำให้มี ไอตะกั่ว
มากขึ้น ซึ่งขับออกทางท่อไอเสียรถยนต์ เป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม
         
น้ำมันเบนซิน (Petrol)
ใช้กับเครื่องยนต์ก๊าซโซลีน มีสภาพเป็นของเหลว ที่มีจำนวนคาร์บอนตั้งแต่ 10 ลงมาจนถึง 5 อะตอมอยู่ในโมเลกุล ได้แก่ Decane, Nonane, Octane, Heptane, Hexane, Pentane
         
น้ำมันดีเซล
ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล สำหรับในบ้านเราใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาในปริมาณมากกว่าน้ำมันชนิดอื่น ๆ เพราะใช้กับเครื่องยนต์หลายประเภท ทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการคมนาคม
         
ก๊าซธรรมชาติ
เป็นของผสมของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนหลาย ๆ ชนิด ซึ่งอยู่ในสภาพก๊าซ แต่ส่วนใหญ่เป็นก๊าซมีเทน (CH4) ซึ่งได้จากการหมักมูลวัว ควาย สุกร ใช้จุดตะเกียง หุงต้ม หรือผลิตกระแสไฟฟ้า
         
L.N.G. (Liquefied Natural Gas)
ก๊าซธรรมชาติเหลว ประกอบด้วยมีเทน, อีเทน, โพรเพน, และบิวเทน อยู่ปนกัน พบใต้ผิวโลกลึก ๆ นิยมใช้เป็นก๊าซหุงต้ม ซึ่งจะอยู่ในสภาพเหลว โดยใช้ความดันสูงอัดก๊าซธรรมชาติลงในถัง เมื่อจะใช้ก็เปิดถังออกทีละน้อย ความดันภายในถังจะลดลง และก๊าซเหลวจะกลายเป็นก๊าซไหลไปตามท่ออีกครั้งหนึ่ง
         
ไอเสียรถยนต์
เป็นส่วนผสมของก๊าซหลายชนิดปนกัน ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO2) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2), ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)
         
ก๊าซชีวภาพ (Biogas)
คือก๊าซมีเทนนั่นเอง ได้จากการหมักมูลสัตว์ไว้ในบ่อจนเกิดการย่อยสลายและต่อท่อน้ำก๊าซไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ

*ถ่านหินและหินน้ำมัน
          ถ่านหินและหินน้ำมัน ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ทางอ้อม เช่นเดียวกับปิโตรเลียม กล่าวคือ ถ่านหิน ก็คือซากพืชที่ทับถมอยู่ใต้ดินเป็นเวลาล้าน ๆ ปี
     ถ่านหินแบ่งออกได้ 4 ชนิด คือ
1. พีท (ให้ความร้อนน้อยที่สุด เนื่องจากมีปริมาณ C น้อยที่สุด)
1. ลิกไนต์
1. บิทูมินัส
1. แอนทราไซด์ (ให้ความร้อนมากที่สุด เนื่องจากมีปริมาณ C มากที่สุด)
ในประเทศไทยพบถ่านหินมากที่สุดจังหวัดลำปาง ,ลำพูน, กระบี่ ซึ่งเป็นชนิดลิกไนต์ทั้งสิ้น ในแถบจังหวัดลำพูนและที่แม่สอด (จ.ตาก) ยังพบหินน้ำมันหรือ kerogen ซึ่งมีลักษณะคล้ายยางที่อมน้ำมันไว้จนชุ่ม ยืดหยุ่นได้ มีสีน้ำตาล และนำไปสกัดน้ำมันออกได้ที่อุณหภูมิสูง
         
เกิดหินน้ำมัน
คล้ายกับถ่านหินและปิโตรเลียม คือ เกิดจากการทับถมของซากพืช ซากสัตว์ในแหล่งน้ำใหญ่ ๆ ทะเล จนกลายเป็นน้ำมันแล้วจะซึมเข้าไปในหิน หรือดินเหนียว ดินตะกอน ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
         
การเผาไหม้หินน้ำมัน
อาจก่อมลพิษแก่สิ่งแวดล้อมได้ เนื่องจากในหินมีธาตุซัลเฟอร์เมื่อเผาแล้วจะเกิดก๊าซซัลเฟอร์ไตรออกไซด์ (SO3) ซึ่งเป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจและอาจกัดกร่อนโลหะได้
         
ถ่านไม้และฟืน
ได้จากการเผาไหม้ในที่ซึ่งอากาศเข้าไม่ได้ ถ้าอากาศเข้าไปได้จะได้ขี้เถ้าแทนที่จะได้ถ่าน
         
ถ่านโค้ก (Coke)
ได้จากการกลั่นสลายลิกไนต์ ทำให้ได้ลิกไนต์ค่อนข้างบริสุทธิ์ติดไฟและไม่ค่อยเกิดควัน มีเถ้าเล็กน้อย ให้พลังงานสูง
         
เมธิลแอลกอฮอล์ หรือเมธานอล (CH3OH)
ได้จากการกลั่นสลายไม้ ใช้เป็นเชื้อเพลิงตะเกียงแอลกอฮอล์ มักใส่สีไว้ในสารละลาย รับประทานไม่ได้
         
เอธิลแอลกอฮอล์ หรือเอธานอล (C2H5OH) ได้จากการหมักคาร์โบไฮเดรทโดยมียีสต์เป็นคะตะลิสต์ ดังสมการ

            C6H12O6 ยีสต์ 2C2H5OH + 2CO2

          เอธานอลรับประทานได้ มักใช้เป็นส่วนผสมในเหล้า, ข้าวหมัก, อาหารต่าง ๆ ฯลฯ

     6. พลังงานนิวเคลียร
          โครงสร้างของอะตอม
          1. โปรตอน (P) คือประจุบวก อยู่ในนิวเคลียส มีมวลใกล้เคียงนิวตรอน
          2. นิวตรอน (N) คือประจุเป็นกลาง อยู่ในนิวเคลียสร่วมกับโปรตอน
          3. อิเล็คตรอน (e) คือประจุลบ มีมวลน้อยที่สุด วิ่งวนรอบ ๆ นิวเคลียส มีประจุจำนวนเท่ากับของโปรตรอน จึงทำให้อะตอมมีสภาวะเป็นกลาง อิเล็คตรอนเป็นตัวทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ อาทิ ไฟฟ้าสถิต, ไฟฟ้ากระแส, การดูดกลืนและคายรังสี ฯลฯ
          - เลขมวล (Mass number) คือตัวเลขแสดงจำนวนโปรตอนรวมกับนิวตรอน ( P+N )
          - เลขอะตอม (Atomic Number) คือตัวเลขแสดงจำนวนโปรตอนในนิวเคลียส (ซึ่งจะเท่ากับจำนวนอิเล็กตรอนด้วย)
          - ไอโซโทป (Isotope) คือธาตุชนิดเดียวกัน ที่มีจำนวน P เท่ากัน แต่มีจำนวนนิวตรอน (N) ต่างกัน หรือธาตุชนิดเดียวกันที่มีเลขอะตอมเท่ากัน แต่มีเลขมวลต่างกัน

    
*สารกัมมันตรังสี
          หมายถึง ธาตุที่สามารถปล่อยรังสีออกมา เนื่องจากธาตุนั้นไม่อยู่ตัว (ไม่เสถียร) จึงมีการเปลี่ยนแปลงภายในนิวเคลียส เพื่อให้ธาตุอยู่ตัว (เสถียร) โดยการปล่อยรังสีออกไป เช่น เรเดียม, ยูเรเนียม, ทอเรียม ฯลฯ
          ชนิดของรังสี

ชนิดของรังสี

สัญลักษณ์

ประจุ

ชนิดของอนุภาค

วัสดุที่กั้นรังสีได้

อัลฟา



เบตา
แกมมา
a



b
g
บวก



ลบ
ไม่มีประจุ

นิวเคลียสของฮีเลียม


อิเล็คตรอน
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

กระดาษหนา 0.02 mm.



ไม้หนา 0.5 c.m.
คอนกรีตหนา,ตะกั่วหนา

          ก. รังสีแอลฟา ( a-Ray) เบี่ยงเบนเข้าหาขั้วลบ เพราะตัวมันมีประจุบวก มีน้ำหนักมาก เพราะประกอบด้วยโปรตอน และนิวตรอนอย่างละ 2 อนุภาค มักเรียกรังสีนี้ว่า อนุภาคอัลฟา เพราะเป็นนิวเคลียสของฮีเลียม (ธาตุฮีเลียม สูญเสียอิเล็คตรอนไป 2 ตัว จึงเหลือแต่นิวเคลียส) เนื่องจากมวลมากทำให้เบี่ยงเบนได้น้อย และอำนาจในการทะลุทะลวงต่ำ
         
ข. รังสีเบตา (b - Ray)
เบี่ยงเบนเข้าหาขั้วบวกเพราะตัวมันเป็นลบ เป็นการเคลื่อนที่ของอิเล็คตรอนพลังงานสูงพุ่งออกจากนิวเคลียส มีน้ำหนักน้อยมาก จึงมีแรงทะลุหนัก
         
ค. รังสีแกมมา (g - Ray)
เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่มีประจุ จึงมีแรงทะลุทะลวงสูงมาก และไม่เกิดการเบี่ยงเบนเข้าหาขั้วใด ๆ เนื่องจากรังสีนี้มิใช่อนุภาค จึงไม่มีน้ำหนัก
การตรวจสอบรังสี
         
เครื่องตรวจสอบรังสีมีหลายชนิด ได้แก่

    
ก. ชนิดแผ่นฟิล์ม ภายในมีฟิล์มบรรจุอยู่ เมื่อถูกกระทบด้วยรังสี จะมีลายขาวดำปรากฎขึ้น มักใช้ติดไว้ที่เสื้อผ้า, เครื่องแต่งกาย
    
ข. ชนิดไกเกอร์เคาน์เตอร์
ใช้หลักการให้รังสีผ่านเข้าไปในก๊าซที่มีความดันต่ำ ทำให้ก๊าซนำไฟฟ้าได้มากหรือน้อยต่างกันแล้วแต่ปริมาณรังสี
    
ค. ชนิดโดซิมิเตอร์
มีขนาดเล็ก ใช้เสียบติดกระเป๋าเสื้อคล้ายปากกา แต่ไม่เหมาะสำหรับประเทศที่มีความชื้นสูง เช่น ประเทศไทย

แก้ไขล่าสุดโดย test001 เมื่อ 3/2/2549 10:00:13
   
โพสต์โดย Guest   เมื่อวันที่ 26/12/2548 13:34:48
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า ( ชม 10420 คน ตอบ 32 คน ) 1 2 >>
ความคิดเห็นที่ 31
วันที่ 21/10/2550 11:11:54
โดย คุณ งวสายน
IP : 125.26.174.***
 

{{0

โพสต์เมื่อ : 21/10/2550 11:11:54
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 30
วันที่ 25/9/2550 17:41:03
โดย คุณ แนน
IP : 125.27.199.***
 

อยากรู้การทำนาเกลือจากนำทะเลทมากกว่านี้ {{009}

โพสต์เมื่อ : 25/9/2550 17:41:03
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 29
วันที่ 25/9/2550 17:38:10
โดย คุณ นู
IP : 125.27.199.***
 



โพสต์เมื่อ : 25/9/2550 17:38:10
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 28
วันที่ 23/9/2550 11:02:27
โดย คุณ 23656565
IP : 203.113.71.***
 

{{0

โพสต์เมื่อ : 23/9/2550 11:02:27
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 27
วันที่ 23/9/2550 11:00:59
โดย คุณ 2363565
IP : 203.113.71.***
 



โพสต์เมื่อ : 23/9/2550 11:00:59
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 26
วันที่ 22/9/2550 11:02:59
โดย คุณ wiwat kiatchalearmporn
IP : 125.24.149.***
 

255555

โพสต์เมื่อ : 22/9/2550 11:02:59
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 25
วันที่ 11/9/2550 12:37:41
โดย คุณ กุ้งนาง
IP : 125.26.240.***
 

ดีมากๆๆเลย5555555555555555

โพสต์เมื่อ : 11/9/2550 12:37:41
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 24
วันที่ 5/9/2550 18:45:50
โดย คุณ flower
IP : 203.113.51.***
 

รายละเอียดการทำนาเกลือไม่ค่อยเยอะ

โพสต์เมื่อ : 5/9/2550 18:45:50
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 23
วันที่ 19/8/2550 11:00:11
โดย คุณ คนคี
IP : 203.146.63.***
 

กรอบเอาข้อมูลก็ไม่ได้มีแต่ปิ้นอย่างเดียวไม่ใหว

โพสต์เมื่อ : 19/8/2550 11:00:11
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 22
วันที่ 16/8/2550 10:54:50
โดย คุณ อัศุมาลิน
IP : 202.5.90.***
 

อะไรเนี่ยไม่เห็นรู้เรื่อง

โพสต์เมื่อ : 16/8/2550 10:54:50
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 21
วันที่ 5/8/2550 13:59:46
โดย คุณ คนรัก
IP : 58.9.82.***
 

สุดยอด

โพสต์เมื่อ : 5/8/2550 13:59:46
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 20
วันที่ 5/8/2550 13:59:42
โดย คุณ คนรัก
IP : 58.9.82.***
 

สุดยอด

โพสต์เมื่อ : 5/8/2550 13:59:42
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 19
วันที่ 28/7/2550 11:08:49
โดย คุณ ด.ต.ประสิทธิ์
IP : 125.25.208.***
 

เยี่ยมมากครับ

โพสต์เมื่อ : 28/7/2550 11:08:49
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 18
วันที่ 25/7/2550 8:53:22
โดย คุณ นานะ
IP : 61.19.114.***
 

น่าจะมีภาพการทำด้วยนะ

โพสต์เมื่อ : 25/7/2550 8:53:22
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 17
วันที่ 13/2/2550 8:47:38
โดย คุณ นิรนาม
IP : 210.86.142.***
 

ไม่ได้เรื่อง

โพสต์เมื่อ : 13/2/2550 8:47:38
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 16
วันที่ 9/2/2550 12:20:10
โดย คุณ ถา
IP : 125.24.192.***
 

ดีมาก

โพสต์เมื่อ : 9/2/2550 12:20:10
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 15
วันที่ 7/2/2550 10:07:17
โดย คุณ กวาง
IP : 203.172.165.***
 

มีวิธีการทำนาเกลือ

โพสต์เมื่อ : 7/2/2550 10:07:17
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 14
วันที่ 7/2/2550 10:07:06
โดย คุณ สุเชาว์ นุชนุ่ม
IP : 203.172.165.***
 

เระนส่

โพสต์เมื่อ : 7/2/2550 10:07:06
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 13
วันที่ 7/2/2550 10:03:53
โดย คุณ เจน
IP : 203.172.165.***
 

สวัสดีค่ะ

โพสต์เมื่อ : 7/2/2550 10:03:53
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 12
วันที่ 7/2/2550 10:03:37
โดย คุณ สุเชาว์ นุ่มนุช
IP : 203.172.165.***
 

อยากทำนาเกลือแต่ทำไม่เป็น

โพสต์เมื่อ : 7/2/2550 10:03:37
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 11
วันที่ 5/2/2550 13:55:15
โดย คุณ ซุโม่คิด
IP : 125.24.133.***
 

เรารักทุกคนเลยนะจ๊ะ

โพสต์เมื่อ : 5/2/2550 13:55:15
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 10
วันที่ 5/2/2550 13:52:35
โดย คุณ รักนะจ๊ะ
IP : 125.24.133.***
 

อยากเห็นคนน่ารักในอิเทอร์เน็ต

โพสต์เมื่อ : 5/2/2550 13:52:35
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 9
วันที่ 30/1/2550 18:21:16
โดย คุณ น้ำใสจัง
IP : 61.7.158.***
 

รักทุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆคนเลย

โพสต์เมื่อ : 30/1/2550 18:21:16
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 8
วันที่ 9/1/2550 18:43:36
โดย คุณ O
IP : 210.86.220.***
 

เยี่ยมมากๆ

โพสต์เมื่อ : 9/1/2550 18:43:36
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 7
วันที่ 25/11/2549 15:48:12
โดย คุณ จส่บ
IP : 61.19.231.***
 

รรคัพ้สาขต่ำพรรตถสสรสกงยทิ่กีวสพา
ดนยะพาเส

โพสต์เมื่อ : 25/11/2549 15:48:12
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 6
วันที่ 10/11/2549 18:29:10
โดย คุณ เกด
IP : 202.142.195.***
 

ก็ดี

โพสต์เมื่อ : 10/11/2549 18:29:10
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 5
วันที่ 4/11/2549 16:30:11
โดย คุณ ท
IP : 222.123.70.***
 



โพสต์เมื่อ : 4/11/2549 16:30:11
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 4
วันที่ 3/11/2549 11:36:01
โดย คุณ นุ้ย 15210
IP : 61.7.162.***
 



โพสต์เมื่อ : 3/11/2549 11:36:01
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 3
วันที่ 12/9/2549 9:00:42
โดย คุณ นพ
IP : 61.19.32.***
 

ควรจะมีรายละเอียดมากกว่านี้

โพสต์เมื่อ : 12/9/2549 9:00:42
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 12/9/2549 9:00:41
โดย คุณ นพ
IP : 61.19.32.***
 

ควรจะมีรายละเอียดมากกว่านี้

โพสต์เมื่อ : 12/9/2549 9:00:41
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า ( ชม 10420 คน ตอบ 32 คน ) 1 2 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด
คำค้นหา : สอบตรง , รับตรง 53 , มหาวิทยาลัย , ศึกษาต่อ , แนะแนว , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ , หนังสือพิมพ์ , ข่าวบันเทิง, คำราชาศัพท์, สพฐ, กยศ, ความรู้ ประถมศึกษา , ความรู้ มัธยมต้น วิชาการ, portfolio แฟ้มผลงาน , ความรู้ มัธยมปลาย , โครงงานวิทย์ , โครงงาน , ความรู้ , วิชาการ , อาจารย์วิริยะ , สาขาแห่งอนาคต , ดูหนัง หนังใหม่ ดูหนังออนไลน์ movie , ฟังเพลง เพลงใหม่ ฟังเพลงออนไลน์ เพลงฮิต , สกินhi5 hi5 โค้ดแต่งhi5 , ดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวี ดูทีวีออนไลน์ , ดูดวง ดวง ทำนายฝัน ดูดวงรายวัน , รถยนต์มือสอง เครื่องเสียงรถยนต์ รถยนต์ , การ์ตูน รูปการ์ตูน ภาพการ์ตูน คลิปการ์ตูน , ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวไทยรัฐ , ทวิสเตอร์ twitter วิธีเล่น twitter , เฟสบุ๊ค facebook คือ facebook วิธีเล่น facebook , ร้านอาหาร ร้านอาหารในกรุงเทพ ร้านอาหารแนะนำ ร้านอาหารเกาหลี , การ์ตูน , ซุปซิป ดารา , ผลบอล, ข่าว IT, หาเพื่อน , ข่าว, hi5, รถ, แบบทดสอบ, รูปภาพ , เกมส์รถแข่ง, เกมส์แต่งตัว หนังสือพิมพ์ , ข่าวบันเทิง, วาเลนไทน์ , wallpaper , wallpaper น่ารัก , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , แม่เหล็ก , เกมส์, สถานที่ท่องเที่ยว , สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย , Thailand Travel โหลดเพลง , งานราชการ , งาน , เกมส์จับคู่ , เกมส์จับคู่ผลไม้ , เกมส์ปลูกผัก , เกมส์ขุดทอง , เกมส์แข่งรถ , เกมส์ทำอาหาร , ดูหนัง , โรงแรม , ฉีดผิวขาว , Moha
พันธมิตร : Kapook.com / Narak.com / เกมส์.com / การประปานครหลวง / เว็บไซต์แนะนำ อื่นๆ
ติดต่อ : เกี่ยวกับ Eduzones / ติดต่อ Eduzones / โทร 0-2561-5455-7 Email : webmaster@eduzones.com
Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005 , 2009
Top 50 most visited web sites in Thailand : Truehit.net Web Award 2009
Contact Email : webmaster@eduzones.com Tel/Fax : 0-2561-5455-7