คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว.วัฒนธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีการจัดทำรายงานประเมินผลมรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งองค์การ สหประชาชาติ (ยูเนสโก) โดยพบว่าขาดความสง่างาม การควบคุมผังเมืองมีปัญหา อาจจะนำไปสู่การถูกถอดถอนจากการเป็นมรดกโลกว่า เท่าที่ทราบอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นมรดกโลกที่มีปัญหามากที่สุดในเรื่องของการรุกล้ำเข้าพื้นที่อุทยาน เกินอำนาจของกรมศิลปากรที่จะดูแลทั้งหมด แนวทางที่จะเข้าไปดูแลเรื่องนี้คงจะต้องขอความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยดูแล เพราะหากไม่มีการดูแลให้อยู่ในสภาพ ที่ควรจะเป็นแล้วก็น่าเสียดาย และจะน่าอายมากหากต้องถูกถอดออกจากการเป็นมรดกโลก เพราะอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยามีความสำคัญมาก ทั้งยังเคยเป็นเมืองหลวงของไทยมานานกว่า 400 ปี นายเอนก สีหมาตย์ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 3 อยุธยา กล่าวว่า พื้นที่ที่มีปัญหาคือเขตพื้นที่ตั้งโบราณ สถานสำคัญ เช่น วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดราษฎร์บูรณะ มีปัญหาเรื่องการรุกล้ำพื้นที่และมีการสร้างอาคารทับที่ซากโบราณสถาน จนเกิดปัญหาการฟ้องร้อง ระหว่างสำนักศิลปากรที่ 3 กับประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทางกรมศิลปากรจึงใช้อำนาจจาก พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุและพิพิธภัณฑ์ สถานแห่งชาติ คุ้มครองมรดกโลกแห่งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นยังไม่น่ากังวลจนถึงขั้นถูกถอดถอนจากการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพราะจากการเข้าไปตรวจสอบพบปัญหาเป็นบางจุดเท่านั้น และหากมองในภาพรวมจะมีปัญหาประมาณ 10% ถือว่าไม่มาก ผอ.สำนักศิลปากรที่ 3 กล่าว ด้านนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ขณะนี้ยูเนสโกได้นำอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา มรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทย มาพิจารณาว่าอยู่ในระดับใด จะมี 3 ระดับคือ สีเขียว สีเหลือง และสีแดง ถ้าสีเขียวอยู่ในสภาพที่ดี สีเหลืองอยู่ในกึ่งสภาพดีแต่ต้องปรับปรุง สีแดงอยู่ในสภาวะอันตรายที่มีสิทธิ์ถูกถอดถอนมรดกโลกได้.
|