สภาวิศวกร

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

สภาวิศวกร

 

                        สภาวิศวกรได้รับการจัดตั้งตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542 ให้สภาวิศวกรเป็นนิติบุคคล เพื่อทำหน้าที่ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอประกอบอาชีพวิศวกรรมควบคุม พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต รับรองปริญญา ประกาศนียบัตรหรือวุฒิบัตรในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม รับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม รวมทั้งเสนอแนะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการกำหนดและการเลิกสาขาวิศวกรรมควบคุมและออกข้อบังคับสภาวิศวกรตามมาตรา 8(6) โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษและเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

            วิชาชีพวิศวกรรม เป็นวิชาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี สร้างสรรค์วามเจริญและรายได้ให้แก่ประเทศ เกี่ยวเนื่องต่อการดูแลความปลอดภัยในชีวิตทั้งของบุคคล สาธารณะชน ทรัพย์สินสาธารณะ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ดังนั้นเพื่อรักษาทั้งเกียรติ ศักดิ์ศรี และความไว้วางใจที่บุคคลทั่วไปมอบให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม วิศวกรจึงต้องถึงพร้อมในเรื่องของความรู้ คุณภาพ คุณธรรม และจรรยาบรรณ

 

            ที่ผ่านมาเพื่อป้องกันการผิดพลาดในการประกอบวิชาชีพ ประเทศไทยได้เคยมีการควบคุมกันเองภายใต้สถาบันวิชาชีพ คือ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว.ส.ท.) ซึ่งตั้งขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ.2486 แต่ในสมัยปฏิวัติ รัฐบาลได้เร่งรัดการพัฒนาจึงตรา พ.ร.บ. ควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมขึ้นในปี พ.ศ. 2505 มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ. การประกอบวิชาชีพ (ก.ว.) ที่ยาวนานกว่า 37 ปี ซึ่งต่อมาสภาพเศรษฐกิจ สังคมมีการเปลี่ยนแปลง ความต้องการวิศวกรมีมากขึ้น จึงต้องมีการเร่งผลิตวิศวกร เป็นผลให้คุณภาพด้อยลง ขาดการปลูกฝังจิตสำนึกทางด้านจรรยาบรรณและขาดการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง มีวิกฤติการณ์มาก ๆ ในช่วง 10 - 15 ปีหลังที่รุนแรงจนต้องมาเป็นหัวข้อในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเช่น เหตุการณ์จากแก็สระเบิดที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เมื่อปี พ.ศ.2532 ไฟไหม้โรงงาน อาคารถล่มที่จังหวัดโคราช ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตเป็นร้อย ๆ คน ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงค่าความเสียหายทางทรัพย์สินอีกนับพันล้านบาท

 

            ทบวงมหาวิทยาลัย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดสัมมนาหลังเหตุการณ์ตึกถล่มที่โคราชไม่กี่วัน จึงได้แนวคิดในการจัดตั้งสภาวิศวกรรวม 4 ประการคือ

            1. ให้มีสภาวิชาชีพที่สามารถปกครอง ควบคุมและกำกับดูแลกันเอง สภาวิศวกรจึงต้องมาจากการเลือกตั้งของสมาชิก

            2. ให้มีความคล่องตัวในการบริหารงานโดยอิสระ จึงต้องมีสถานะภาพเป็นนิติบุคคลแทนการเป็นราชการที่สามารถตัดสินใจและดำเนินการได้โดยปราศจากกฎระเบียบที่อืดอาดล่าช้า

            3. จะต้องมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลควบคุม ส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาการประกอบวิชาชีพอย่างต่อเนื่องทันต่อวิทยาการและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

            4. จะต้องมีการประกอบวิชาชีพด้วยมาตรฐานหนึ่งเดียวไม่ว่าจะเป็นราชการหรือเอกชน และจะไม่มีการยกเว้นสำหรับคนต่างชาติ

 

            ได้มีการร่าง พ.ร.บ. สภาวิศวกรซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 โดยคณะบุคคลผู้มีคุณูปการให้วงการวิชาชีพหลายท่าน จนในที่สุด พ.ร.บ. สภาวิศวกรจึงได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 โดยมีสภาวิศวกรเป็นองค์กรนิติบุคคลเพื่อกำกับดูแลให้บรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ

 

องค์ประกอบของสภาวิศวกร

ประกอบด้วยสมาชิกและคณะกรรมการ

            1. สมาชิกสภาวิศวกรแบ่งออกเป็น 3ประเภทคือ สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญและสมาชิกกิตติมศักดิ์ซึ่งสมาชิกเหล่านี้จะเป็นผู้อนุมัตินโยบายการบริหารงานของกรรมการสภาวิศวกรในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี

            2. คณะกรรมการสภาวิศวกร จำนวน 20 คน มาจากการเลือกตั้งโดยสมาชิกสภาวิศวกร15 คน (เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ 10 คน เป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษา 5 คน) กรรมการสภาวิศวกรอีก 5 คน มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรีจากการเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรรมการสภาวิศวกรมีหน้าที่ออกใบอนุญาตฯ รับรองปริญญาฯ รับรองความรู้ความชำนาญพิเศษ และออกข้อบังคับ ระเบียบต่างๆ

            3. คณะกรรมการจรรยาบรรณ มาจากการแต่งตั้งตามมติของที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรมีหน้าที่พิจารณาวินิจฉัย กรณีที่มีการกล่าวหา ว่าผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ

            4. คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และผู้ชำนาญพิเศษมาจากการแต่งตั้งของที่ประชุมกรรมการสภาวิศวกรมีหน้าที่ตามที่กรรมการสภาวิศวกรกำหนด

            5. ผู้ตรวจสภาวิศวกร ที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรแต่งตั้งจากสมาชิกหรือบุคคลภายนอกวิศวกร มีหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการแล้วทำรายงานเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกร

            6. สำนักงานสภาวิศวกร ประกอบไปด้วยงาน 5 ฝ่ายงานคือ

                        6.1. ฝ่ายทะเบียนและใบอนุญาต

                        6.2. ฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพวิศวกรรม

                        6.3. ฝ่ายบริหาร แผนงานและสารสนเทศ

                        6.4. ฝ่ายบัญชี การเงินและการพัสดุ

                        6.5. ฝ่ายกฎหมายและจรรยาบรรณ

 

สำนักงานสภาวิศวกรมีหัวหน้าสำนักงานสภาวิศวกรบริหารงานภายใต้การกำกับดูแลโดยเลขาธิการสภาวิศวกร

 

นโยบายคณะกรรมการสภาวิศวกร ปี 2546 - 2549

ด้านการศึกษา

            1.   ส่งเสริมและสนับสนุนสถาบันการศึกษาเพื่อผลิตวิศวกรที่มีคุณภาพและคุณธรรม

            2.   เตรียมการให้มีการสอบวิศวกรระดับภาคีเพื่อออกใบอนุญาต

3. สนับสนุนให้มีการวิจัยระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา

 

ด้านการประกอบวิชาชีพ

            1.  จัดให้มีมาตรฐานวิชาชีพวิศวกรรม

             2. ส่งเสริมและดำเนินการให้วิศวกรทั้งภาครัฐและเอกชนมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

            3. ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรมอย่างต่อเนื่องและในระดับสากล

 

ด้านสมาชิก

            1. คุ้มครองผลประโยชน์ของสมาชิก

            2. ให้การบริการสมาชิกให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็วทั่วถึง

            3. ประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อมูลและความรู้แก่สมาชิก

 

ด้านการให้คำปรึกษางานวิศวกรรมกับรัฐบาล

1. ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในนโยบายและปัญหาด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี

2. ผลักดันแผนแม่บทว่าด้วยการพัฒนาด้านวิศวกรรมให้บรรจุเป็นส่วนสำคัญหลักในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

Reference:  http://www.coe.or.th/

   
คัดสรรมาฝากโดย aekcivil@hotmail.com
วันที่ 05/07/2548 เวลา 14:49:00
เข้าชมบทความนี้แล้ว 1376 ครั้ง ได้รับการโหวต 50 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 1376 คน ตอบ 1 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 13/7/2549 10:32:58
โดย คุณ เกษตรศักดิ์ ศิริไปล์ ภย.35025
IP : 203.113.61.***
 

บัตรสมาชิกหมดอายุ จะทำให้ใบประกอบวิชาชีพขาดดัวยหรือไม่

โพสต์เมื่อ : 13/7/2549 10:32:58
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 1376 คน ตอบ 1 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด