โรคไข้สมองอักเสบ จากเชื้อไวรัสนิปาห์

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

 

บทความฉบับที่ 5 ขอนำเสนอเรื่อง "โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส" ตอน โรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสนิปาห์

กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับกับพี่อาชิ ขอบคุณสำหรับการต้อนรับที่ดีของสมาชิก eduzones ทุกท่าน นี่ก้อเป็นบทความฉบับที่ 5 แล้วครับที่ผมได้มีโอกาสนำเสนอเรื่องราวใกล้ตัวที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อน้องๆ และผู้ที่สนใจ น้องๆคงจะได้ทำความรู้จักกับ  ไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคซึ่งได้บอกไว้ในตอนที่ 1,2 กันไปแล้ว สำหรับในตอนนี้พี่ขอพูดถึงโรคที่เกิดที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดต่างๆกันบ้างนะครับ....  ถ้าพูดว่า โรคนิปาห์ ทุกคนคงจะต้องสงสัยในที่มาของมันอย่างแน่นอน แต่ถ้าพี่พูดว่า มันก้อคือ โรคไข้สมองอักเสบ นั่นเอง เชื่อว่าน้องๆก้อคงจะเคยได้ยินมามากกว่า ซึ่งมันจะเกี่ยวข้องกับ สุกร ที่เรารับประทานกันอย่างไรนั้น พี่ว่าเราไปดูกันดีกว่าครับ.......

 

รู้จัก…โรคนิปาห์

 

 

“นิปาห์ไวรัส” (Nipah virus)

 

คนไทยเรียกโรคนี้ว่า โรคนิภา ซึ่งเป็นโรคสัตว์ที่เกิดขึ้นใหม่

โรคนิปาห์ (Nipah Disease) คือ โรคสมองอักเสบ ที่เกิดในต่างประเทศที่ใกล้ไทยมากที่สุด นั่นคือ มาเลเซีย ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.2541 ถึงปี 2542 มีรายงานว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคนิปาห์นี้ 256 ราย และเสียชีวิตถึง 105 ราย คิดเป็นอัตราสูงถึงร้อยละ 41 โรคนี้แพร่ระบาดไปยังประเทศสิงคโปร์ มีผู้ป่วย 11 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

เดิมมาเลเซียคิดว่าเป็นโรคไข้สมองอักเสบ เกิดจาก JEV และ Japanese Encephalitis Virus ซึ่งเป็นโรคประจำของภูมิภาคนี้ หลังจากมีหลักฐานแน่ชัดว่า โรคนี้เป็นโรคระบาดหมูมาสู่คน ทางการมาเลเซียจึงได้สั่งทำลายหมู 1.2 ล้านตัว ประมาณร้อยละ 50 ของหมูทั่วประเทศ และปิดฟาร์มหมูอย่างถาวรถึง 896 แห่ง จากจำนวนฟาร์มทั้งหมด 1,786 แห่ง รวมทั้งไม่อนุญาตให้ทำฟาร์มหมูอีกเลยในเขตอีโปร์และเนกริซิลปิลัน ความสูญเสียนี้เป็นเงินประมาณ 5,400 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วย การอพยพประชาชร เงินชดเชยแก่เกษตรกร และการขาดรายได้จากการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ยังไม่สามารถส่งหมูออกไปยังต่างประเทศ และต้องนำเข้าหมูจากต่างประเทศเข้ามาบริโภค การสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ คือ การสูญเสียชีวิตของประชาชน ความพิการของผู้ป่วยที่รอดชีวิต รวมทั้งสภาพทางจิตใจของประชาชนที่ต้องสูญเสียครอบครัว เชื้อไวรัสนิปาห์นี้เป็นเชื้อไวรัสที่ไม่เคยพบมาก่อน
 

โรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Viral Encephalitis)


โรคไข้สมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดใหม่ที่ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศมาเลเซียโดยนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทางไวรัสวิทยาชื่อ นายชู การ์ บิงค์ (Dr.Chau Kaw Bing) แห่งมหาวิทยาลัยมาลายา ประเทศมาเลเซีย โดยค้นพบเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2542 พบว่า สาเหตุที่ทำให้คนที่ทำงานในฟาร์มสุกร คนงานที่ทำหน้าที่ขนส่งสุกรมีชีวิตไปยังโรงฆ่าสัตว์ และคนงานที่ทำงานในโรงงานฆ่าสัตว์ หรือผู้ที่สัมผัสสุกรที่ป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสนิปาห์ โดยเฉพาะในฟาร์มที่มีการระบาดของโรค โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้จะทำให้คนและสุกรป่วย แสดงอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมกับอาการทางระบบประสาท


สาเหตุของโรค
ในระยะแรกที่มีการระบาดของโรคไข้สมองอักเสบเข้าใจว่าเกิดจากเชื้อไวรัสไข้สมองอักเสบ ชนิด เจ. อี. หรือ (Viral Japanese Encephalitis) แต่ต่อมาสามารถแยกเชื้อไวรัสชนิดใหม่ได้จากสมองของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นไวรัสชนิดที่อยู่ในวงศ์พารามิกโซไวริดี้ (Paramyxoviridae) ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายไวรัสเฮนดรา (Hendra viirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่พบครั้งแรกในประเทศออสเตรเลีย ปี พ.ศ.2537 เป็นสาเหตุทำให้ม้าแข่งป่วยมีอาการมีไข้และตามด้วยอาการทางระบบทางเดินหายใจ และสามารถติดต่อมายังคนที่ฝึกม้าหรือขี่ม้า โดยในตอนแรกเรียกว่าโรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสคล้ายไวรัสเฮนดร้า (Hendra-like virus) แต่หลังจากนั้นต่อมาแยกความแตกต่างจำเพาะของเชื้อไวรัสจึงตั้งชื่อใหม่ว่า “นิปาห์ไวรัส” (Nipah virus) โดยตั้งชื่อตามชื่อของหมู่บ้านที่เป็นแหล่งเกิดโรคมีผู้ป่วยมากที่สุดในรัฐเนกริ เซมบิลัน (Negri Sembilan) เป็นไวรัสที่สามารถติดต่อได้ในคน ม้า แมวและสุนัข สุกร พบว่าสุกรที่มีอายุน้อยจะไวต่อการติดโรคและเป็นตัวแพร่เชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี

 
อาการของโรค
  • อาการของโรคนิปาห์ในคน
    ส่วนมากจะพบอาการทางระบบประสาท ระยะฟักตัว 1-2 สัปดาห์ อาการส่วนใหญ่ที่พบคือ มีไข้สูง วิงเวียน ปวดศีรษะมาก อาเจียน มากกว่าร้อยละ 50 ของคนไข้จะไม่รู้สึกตัว และมีอาการทางระบบประสาทของก้านสมอง ประสาทส่วนคอ และไขสันหลัง เมื่อแพทย์เจาะไขสันหลัง จะพบความผิดปกติของน้ำไขสันหลัง และทดสอบหาเชื้อจะได้ผลบวก
    ผลการรักษาโดยแพทย์ ร้อยละ 53 จะหาย ร้อยละ 32 เสียชีวิต และร้อยละ 15 พิการ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่หายแล้ว อาจจะมีอาการทางประสาทได้อีกในช่วงประมาณ 5-6 เดือน

  • อาการของโรคในหมู
    อาการของโรคในหมูจะมีระยะฟักตัวเท่ากัน โดยหมูจะมีอาการไข้สูง หายใจลำบาก ไอดัง มีน้ำมูกปนเลือด หมูตัวเล็กๆ จะมีอาการสั่นกระตุก ชัก กล้ามเนื้อเกร็ง ขาอ่อนแรงยืนไม่ได้ ร้อยละ 40 ของลูกหมูที่กินนมแม่จะตาย และแม่หมูมักจะตายภายใน 24 ชั่วโมง โดยมีอาการวิ่งหัวชนฝาก ชักเกร็ง ถ้าแม่หมูกำลังท้องมักจะแท้งลูก
การค้นพบไวรัสนิปาห์

ครั้งแรกแพทย์มาเลเซียเชื่อว่า โรคไวรัสของหมูนี้ คือไข้สมองอักเสบ (JE) แต่พบว่า JE เป็นโรคของเด็ก แต่โรคนิปาห์นี้เป็นกับผู้ชายอายุมากที่เลี้ยงหมู และเกี่ยวข้องกับการดูแลหมูเท่านั้น คนไข้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน JE แล้วก็ยังตายด้วยโรคนี้ เมื่อเจาะเลือดคนไข้มาตรวจ JE ก็จะได้ผลเป็นลบ หมายถึงไม่พบเชื้อ จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์คิดว่าน่าจะมาจากไวรัสตัวอื่น
วันที่ 1 มีนาคม 2542 จึงค้นพบไวรัสตัวใหม่ มีลักษณะคล้าย Hendra virus ของออสเตรเลีย จึงตั้งชื่อว่า NIV หรือ นิปาห์ไวรัส แปลว่า "ต้นจาก" ตามชื่อหมู่บ้านที่แยกเชื้อนี้ได้

 
การติดต่อของโรค

จากเอกสาร วารสารรายงานเฝ้าระวังโรค ประจำเดือนกรกฎาคม 2545 และจากการประชุมวิชาการของแพทย์ ในโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทพบว่า การติดต่อจากหมูสู่คนนั้น พบที่ประเทศมาเลเซียมากที่สุด โดยพบโรคนิปาห์ในผู้ดูแลฟาร์มหมู บางส่วนทำงานในโรงฆ่าหมู ผู้ป่วยทุกรายมีประวัติสัมผัสโดยตรงกับหมูมีชีวิต แต่ยังไม่พบรายงานผู้ป่วย จากผู้ขายหมู ผู้บริโภคหมู หรือแพทย์พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโรคนี้โดยตรง ไม่พบรายงานการติดต่อจากคนสู่คน สำหรับการติดต่อจากหมูสู่หมู เชื่อว่าเกิดจากการสัมผัสโดยตรงจากหมูป่วยไปยังหมูดี เป็นการสัมผัสกับเลือด อุจจาระ ปัสสาวะโดยตรง

การวินิจฉัยโรค

ทำได้โดยการตรวจหาไวรัส NIV แอนติเจนจากเลือด น้ำไขสันหลัง น้ำลาย เสมหะ ปัสสาวะของผู้ป่วย ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งในเมืองไทยยังไม่มีห้องปฏิบัติการที่สามารถทำการตรวจสอบนี้ จำเป็นต้องส่งไปทำการทดสอบที่อเมริกา และประเทศออสเตรเลีย และนอกจากการตรวจหา NIV แอนติเจนแล้ว ยังสามารถตรวจหา RNA ของไวรัส หรือตรวจหาแอนติบอดี้ โดยวิธี ELISA

การศึกษาพยาธิสภาพ

พยาธิสภาพในคนจะพบมากที่ระบบประสาทส่วนกลาง หลอดเลือด ส่วนในหมูนั้นมักจะพบในระบบทางเดินหายใจเป็นส่วนใหญ่

การดำเนินการของประเทศมาเลเซีย
  • หลังโรคระบาด การเฝ้าระวังโรคในหมู หลังจากได้มีการทำลายหมู ปิดฟาร์มหมู และทำลายหมูที่มีผลการตรวจโดยวิธี ELISA เป็นผลบวก ทำให้โรคสงบลงได้

  • การเฝ้าระวังในคน โดยเฝ้าสังเกตผู้ที่รอดชีวิตจากโรคนี้ และตรวจหาเชื้ออย่างน้อย 7 ครั้งในช่วงปีแรก และทำการตรวจทุก 6 เดือนในปีต่อๆ มา พบว่ามีบางรายกลับเป็นซ้ำอีกใน 5-6 เดือน ด้วยอาการของโรคสมองอักเสบ

  • โครงการที่กำลังเนินการ มีการเฝ้าระวังทั้งเชิงรุกและเชิงรับในสัตว์ โดยการจัดแบ่งเขตการเลี้ยงหมู โดยกำหนดเป็นเขตสำหรับฟาร์มหมูโดยเฉพาะเรียกว่า PFA (Pig Farm Area) มีการศึกษาสัตว์ที่นำโรคนิปาห์ตลอดเวลา และพัฒนาการตรวจสอบโดยวิธี ELISA ให้มีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น และมีโครงการพัฒนาแอนติเจนของโรคนิปาห์ โดยเทคนิคพิเศษ เพื่อใช้เป็นแอนติเจนในอนาคต
จากความพยายามของประเทศมาเลเซีย และการดำเนินการอย่างเข้มแข็ง จึงสามารถควบคุมโรคระบาดนิปาห์ในหมูได้ตั้งแต่กลางปี 2544 เป็นต้นมา
 

[ ที่มา....จากหนังสือ นิตยสารใกล้หมอ  ]

และขอขอบพระคุณ E-LIB ดีๆจาก นพ. สันติภาพ ไชยวงศ์เกียรติ

ป.ล. ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นที่เข้ามาติชมและทุกๆบทความจาก อจ.และพี่ๆที่ส่งกันมาทางเมล์นะครับ แล้วคอยติดตามกับบทความ โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ได้ในตอนต่อๆไป น้องๆสามารถเมล์มาคุยกับพี่อาชิได้ที่....    Arshi_Microbism@hotmail.com   เหมือนเดิมนะจร้า แล้วพบกันฉบับหน้าครับ

   
คัดสรรมาฝากโดย Mouzashi (ธนาธิป ปินทรายมูล) บทความทั้งหมดของคุณ Mouzashi
วันที่ 10/09/2550 เวลา 20:39:19
เข้าชมบทความนี้แล้ว 5075 ครั้ง ได้รับการโหวต 21 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 5075 คน ตอบ 2 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 1/11/2551 17:37:08
โดย คุณ Amm
IP : 118.174.121.***
 

ขอบคุณ สำหรับ ความรู้ดีดี นะคะ
..............................................
.............^^..............................

โพสต์เมื่อ : 1/11/2551 17:37:08
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 18/10/2550 10:02:15
โดย คุณ น้องสาวพี่อาชิ
IP : 61.19.67.***
 

น่าสงสารจัง ว่างป่าวซะจิงๆ

โพสต์เมื่อ : 18/10/2550 10:02:15
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 5075 คน ตอบ 2 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด