สาหร่ายสีเขียว

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

บทที่ 3
Division Chlorophyta
สาหร่ายสีเขียว (Chlorophytes)

3.1 ลักษณะทั่วไป
    ลัดดา (2544) กล่าวถึงลักษณะของสาหร่ายสีเขียวไว้ดังนี้คือ คลอโรพลาสต์ประกอบด้วยคลอโรฟิลล์ a และ b สารสีประกอบได้แก่ carotene (เบต้า-แคโรธีน) ส่วน xanthophyll ได้แก่ lutein, diatoxanthin และ neoxanthin สารสีรวมอยู่ใน คลอโรพลาสต์ที่มีรูปร่างไม่แน่นอน และมีมากกว่า 1 อัน สาหร่ายสีเขียวมีหรือไม่มีผนังเซลล์ ถ้าไม่มีก็จะมีเยื่อหุ้มเซลล์ pellicle, periplast หรือเป็นแบบ scale หนวด (flagella) มีจำนวน 1, 2, 4, 8, 16 เส้น ลักษณะของหนวดมีหลายแบบเช่นแบบ acronematic, pantonematic หรือแบบมีเกล็ดอยู่บนหนวด จุดตั้งต้นของหนวดอยู่ที่ apical cell หรือ subapical cell ความยาวอาจเท่ากันหรือไม่เท่ากันก็ได้ อาหารสะสม (starch) ได้แก่ true starch หรือ paramylon (แป้งที่พบในพืชชั้นสูง) อยู่ในไซโตพลาส์ซึมหรือคลอโรพลาสต์ รูปร่าง (form) ของเซลล์มีหลายแบบ เช่น กลม รี กระสวย อยู่เป็นเซลล์เดี่ยวๆ โคโลนี บาง ชนิดเป็นเส้นสาย filament บางกลุ่มมี gullet อยู่ที่ด้านบนสุดของเซลล์ เช่น Euglenoids

3.2 การจำแนกหมวดหมู่
    Christensen (1962, 1966) จำแนกหมวดหมู่ของสาหร่ายสีเขียว ตามรูปร่างลักษณะของเซลล์ ได้ 3 Class ได้แก่ Class Chlorophyceae, Class Prasinophyceae และ Class Euglenophyceae

   3.2.1 Class Chlorophyceae สาหร่ายสีเขียว (green algae)

  • ลักษณะสำคัญประจำคลาส (ลัดดา, 2544)
        สารสีสำหรับการสังเคราะห์แสงประกอบด้วยคลอโรฟิลล์ a และ b ส่วน carotene ได้แก่ แอลฟา-แคโรธีน, เบต้า-แคโรธีน และ แกรมม่า-แคโรธีน ส่วน xanthophyll ได้แก่ lutein, violaxanthin และ neoxanthin สารสีจะอยู่ในคลอโรพลาสต์ซึ่งมีหลายแบบเช่น cup-shape (รูปถ้วย) girdle-shape (รูปเกือกม้า) reticulate (เป็นตาข่าย) spiral (ขดเป็นเกลียว) stellate (แฉกรูปดาว) และ band-shape (เป็นแถบ) ผนังเซลล์ ส่วนใหญ่มี 2 ชั้น ชั้นในเป็นพวกเซลลูโลส ชั้นนอกเป็นพวกเพคติน บางชนิดเช่น Volvox เป็นโคโลนี ไม่มีเซลลูโลส มีแต่เพคติน Desmids สามารถผลิตสารเมือก (mucilaginous substances) มาห่อหุ้มเซลล์ หนวดพบเฉพาะพวกที่เคลื่อนไหวได้มีจำนวน 1, 2, 4, 8 เส้น หรือเป็นวงรอบเซลล์ มีลักษณะคล้ายแส้ (acronematic) ถ้ามีหนวดมากกว่า 2 เส้น ความยาวหนวดจะเท่ากัน ตำแหน่งของหนวดมี 2 ตำแหน่งคือ apical และ subapical cell อาหารสะสม ส่วนใหญ่คือแป้ง amylose และ amylopectin สะสมอยู่ใน pyrenoid ซึ่งอยู่บนคลอโรพลาสต์ ที่เหลือจะสะสมอาหารอยู่ในรูปน้ำมันและกลีเซอรอล

  • รูปร่างลักษณะ
        สาหร่ายสีเขียวมีรูปร่างหลายแบบ มีทั้งเซลล์เดี่ยว (unicell) โคโลนี (colony) และเส้นสาย (filament) พวกที่เป็นเซลล์เดี่ยวหรือโคโลนีมีทั้งที่เคลื่อนไหวได้และไม่ได้ พวกที่เป็นเส้นสายมีทั้งที่แตกแขนงและไม่แตกแขนง สาหร่ายสีเขียวมีนิวเคลียส 1 อันหรือบางชนิดมีมากกว่า 1 พวกที่มีหนวดจะมีออร์กาเนลล์ที่มีสีเรียกว่าตา (eye spot or stigma) ทำหน้าที่รับแสงแล้วส่งไปยังหนวด

  • วัฏจักรชีวิต (Life cycle)
       
    วัฎจักรชีวิตมี 2 แบบคือ แบบ แฮพลอนติก (heplontic type) การลดจำนวนโครโมโซมเกิดในระยะไซโกตแบ่งตัวเพื่อสร้างสปอร์ พบใน Order Volvocales และแบบ ดิบพลอนติก (diplontic type) การลดจำนวนโครโมโซมเกิดในระยะสร้างแกมีตพบในบางสกุลของ Order Chlorococcales

  • การสืบพันธุ์
        การสืบพันธุ์ของสาหร่ายสีเขียวมีทั้งอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศกล่าวคือแบบอาศัยเพศ โดยการรวมกันของแกมีต ซึ่งมีทั้งแบบ isogamy, anisogamy และ oogamy ส่วนแบบไม่อาศัยเพศ มีทั้งการแบ่งเซลล์, สร้างสปอร์ และสร้าง akinete

  • การจำแนกหมวดหมู่ Prescott (1962) แบ่งออกเป็น 6 Order ดังนี้
        1. Order Volvocales
        2. Order Tetrasporales
        3. Order Chlorococcales
        4. Order Ulotrichales
        5. Order Oedogoniales
        6. Order Zygnematales

 1. Order Volvocales
    สาหร่ายสีเขียวในอันดับนี้มีทั้งที่เป็นเซลล์เดี่ยวและเป็นโคโลนี (coenobium) มีหนวด 1, 2, 4 และ 8 เส้น การเคลื่อนไหวเป็นแบบเคลื่อนเข้าหาแสง (positive phototaxis) มีระยะ palmella stage ที่ไม่มีการเคลื่อนไหว การสืบพันธุ์มีทั้งแบบอาศัยเพศโดยการรวมตัวของแกมีต และแบบไม่อาศัยเพศ โดยการสร้างสปอร์และโกนีเดีย วัฏจักรชีวิตเป็นแบบ heplontic ประกอบด้วย 3 Family ได้แก่ Family Chlamydomonadaceae, Family Volvocaceae และ Family Spondylomoraceae

    1.1 Family Chlamydomonadaceae (รูปที่ 1)
        Genus Chlamydomonas ลักษณะเป็นเซลล์เดี่ยวๆ รูปร่างกลม รี หรือทรงกระบอก เคลื่อนไหวได้โดยการใช้หนวด 2 เส้น โคนหนวดมี contractile vacuole 2 วง คลอโรพลาสต์เป็นรูปถ้วย หรือ รูปตัว H มี pyrenoid 1 เม็ดหรือมากกว่าอยู่บนคลอโรพลาสต์ มี eye spot หรือ stigma อยู่บนคลอโรพลาสต์ด้านบนสุด (apical cell)
        Genus Carteria เป็นเซลล์เดี่ยวๆ เป็นรูปไข่ หรือรูปหัวใจ มีหนวด 4 เส้น อยู่ด้านบนสุดของเซลล์ chloroplast เป็นรูปถ้วย อาจไม่มี pyrenoid หรือไม่มี eye spot
        Genus Dunaliella ลักษณะเป็นเซลล์เดี่ยวๆ มีหลายแบบ เช่น รี รูปไข่ กระสวย กระบอก หรือเกือบกลม มีหนวด 2 เส้นอยู่ด้านบนสุดของเซลล์ การเคลื่อนไหวของหนวดทั้ง 2 เหมือนกัน (homodynamic) chloroplast เป็นรูปถ้วย รูปจาน หรือระฆัง มีช่องว่าง (vacuole) กระจายอยู่ทั่วไป มี pyrenoid 1 เม็ด มี eye spot อยู่ที่ขอบเซลล์ คลอโรพลาสต์อยู่ชิดกับด้านบน

(A)

(B)(C)

รูปที่ 1 สาหร่ายสีเขียว (A) Chlamydomonas sp. (B) Carteria sp. (C) Dunaliella sp.
ที่มา: http://www.google.com

    1.2 Family Volvocaceae (รูปที่ 2)
        Genus Gonium เป็นโคโลนีแบบซีโนเบียม ประกอบด้วยเซลล์ 4 8 16 หรือ 32 เซลล์ แต่ละเซลล์มีหนวด 2 เส้น คลอโรพลาสต์เป็นรูปถ้วย มีสารเมือกหุ้มเซลล์และกลุ่มเซลล์ มี pyrenoid 1 เม็ด eye spot อยู่ใกล้โคนหนวด
        Genus Pandorina ลักษณะเป็นโคโลนีแบบซีโนเบียม รูปร่างกลมหรือรี จำนวน 16-32 เซลล์ คล้ายลูกแพร์ มีสารเมือกหุ้มเซลล์และกลุ่มเซลล์ แต่ละเซลล์มีหนวด 2 เส้น อยู่ด้านบนและด้านข้างของเซลล์ คลอโรพลาสต์เป็นรูปถ้วย 1 อัน มี pyrenoid 1 เม็ดอยู่ใน chloroplast eye spot อยู่ด้านบนและด้านข้างของเซลล์ การเคลื่อนไหวของกลุ่มเซลล์เป็นแบบกลิ้งไปกลิ้งมา
        Genus Volvox ลักษณะเป็นโคโลนีรูปกลมแบบซีโนเบียม มีขนาดใหญ่ มองด้วยตาเปล่าได้ จำนวนเซลล์ 500-50,000 เซลล์ เรียงอยู่ตามขอบของกลุ่มเซลล์ แต่ละเซลล์มีหนวด 2 เส้น อยู่ด้านบนสุด เซลล์รูปกลมหรือรี คลอโรพลาสต์เป็นรูปถ้วยขนาดใหญ่ มีสารเมือกหุ้มเซลล์และกลุ่มเซลล์ มักพบกลุ่มเซลล์ลูก (daughter colony) อยู่ภายในเซลล์พ่อแม่ มาจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
Genus Eudorina ลักษณะป็นโคโลนีแบบซีโนเบียมลักษณะทรงกลมหรือรี มีจำนวนเซลล์ 16-32 เซลล์รูปร่างกลมหรือค่อนข้างกลม มีหนวด 2 เส้นอยู่ด้านบนสุด คลอโรพลาสต์เป็นรูปถ้วย และ eye spot อยู่ด้านบน contractile vacuole มี 2 ช่อง อยู่ที่โคนหนวด

    1.3 Family Spondylomoraceae
        Genus Spondylomorum ลักษณะเป็นโคโลนี ประกอบด้วยเซลล์ 8-16 เซลล์ เรียงตัวกันแบบขนาน ใช้ด้านบนสุดของเซลล์ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน เซลล์รูปร่างรีหรือรูปหัวใจ มีหนวด 4 เส้น อยู่ด้านบนสุดของเซลล์ ที่โคนหนวดมี contractile vacuole มี 2 อัน คลอโรพลาสต์เป็นรูปถ้วย ไม่มีไพรีนอยด์ eye spot อยู่ด้านล่าง (posterior) และอยู่ด้านข้างของเซลล์

2. Order Tetrasporales
   
    เป็นแพลงก์ตอนที่อยู่รวมกันเป็นโคโลนี ลักษณะทั่วไปคล้ายกับ Order Volvocales คือสกุล Chlamydomonas แต่เซลล์ปรกติไม่มีการเคลื่อนที่ สืบพันธ์แบบไม่อาศัยเพศและแบบอาศัยเพศ ประกอบด้วย 2 Family คือ Family Palmellaceae และ Family Coccomyxaceae

    2.1 Family Palmellaceae (รูปที่ 3)
        Genus Sphaerocystis ลักษณะเป็นโคโลนีรูปกลม มีสารเมือกหุ้ม ประกอบด้วย เซลล์รูปร่างกลม จำนวน 4-32 เซลล์ แต่ละเซลล์มีสารเมือกหุ้มและอยู่ห่างกันในระยะที่เท่าๆ กัน คลอโรพลาสต์เป็นรูปถ้วยมีขนาดใหญ่เกือบเต็มเซลล์ มี pyrenoid 1 เม็ดอยู่ในคลอโรพลาสต์
        Genus Gloeocytis ลักษณะเซลล์รูปกลมอาจอยู่เดี่ยวๆ หรือเป็นโคโลนี จำนวน 4-8 เซลล์ มีสารเมือกหุ้มกลุ่มเซลล์ เซลล์กลมหรือรูปร่างไม่แน่นอน คลอโรพลาสต์เป็นรูปถ้วย อยู่ด้านข้างของเซลล์ มีขนาดใหญ่เกือบเต็มเซลล์ มี pyrenoid 1 เม็ด
        Genus Asterococcus เซลล์รูปกลมอาจอยู่เดี่ยวๆ หรือเป็นโคโลนี จำนวน 4-16 เซลล์ มีสารเมือกหุ้มกลุ่มเซลล์คลอโรพลาสต์เป็นรูปดาว เซลล์และมี pyrenoid 1 เม็ด

    2.2 Family Coccomyxaceae
Genus Elakatothrix ลักษณะเป็นโคโลนีเป็นรูปกระสวยหรือรูปร่างไม่แน่นอน มีสารเมือกหุ้มกลุ่มเซลล์ ปลายด้านใดด้านหนึ่งเซลล์แหลมหรือทั้ง 2 ด้าน คลอโรพลาสต์เป็นแผ่น อยู่ด้านข้างของเซลล์ มี pyrenoid 1–2 เม็ด

(A)(B)
(C)(D)

รูปที่ 2 สาหร่ายสีเขียว (A) Gonium sp. (B) Pandorina sp. (C) Volvox sp. (D) Eudorina sp.
ที่มา: http://www.google.com

(A)(B)(C)

รูปที่ 3 สาหร่ายสีเขียว (A) Sphaerocystis sp. (B) Gloeocytis sp. (C) Asterococcus sp.
ที่มา: http://www.google.com

3. Order Chlorococcales

    แพลงก์ตอนในอันดับนี้มีหลายสกุลและหลายชนิด มีความหลากหลายของเซลล์และกลุ่มเซลล์ ดั้งนั้นจึงใช้รูปร่างของเซลล์เป็นเกณฑ์ในการจำแนกสกุลได้ เซลล์ปรกติจะไม่มีหนวด แต่เซลล์สืบพันธุ์มีหนวด มีจุดตา (eye spot) และ contractile vacuole สืบพันธุ์โดยการสร้าง zoospore ประกอบด้วย 6 ครอบครัวได้แก่

    1. Family Chlorococcaceae
    2. Family Hydrodictyaceae
    3. Family Coelastraceae
    4. Family Botryococcaceae
    5. Family Ooscystaceae
    6. Family Scenedesmaceae

    3.1 Family Chlorococcaceae
        Genus Acanthosphaera เซลล์รูปกลมอยู่เดี่ยวๆ บนผนังเซลล์มี setae 24 อัน เรียงเป็นแถว 6 แถวๆ 4 เส้น คลอโรพลาสต์เป็นพูขนาดใหญ่เกือบเต็มเซลล์และมีไพรีนอยด์ 1 เม็ด Genus Golenkinia เซลล์รูปร่างคล้าย Acanthosphaera แต่มี setae บางๆ และยาวกว่า

    3.2 Family Hydrodictyaceae (รูปที่ 4)
        Genus Pediastrum ลักษณะ เป็นโคโลนีแบบซีโนเบียม แบน รูปดาว หรือจาน การเรียงของเซลล์อาจเป็นแบบ continuous หรือแบบ perforate เซลล์แถวนอกสุดมีก้านหรือพูยื่นยาวออกมา เซลล์ละ 1-2 ก้าน คลอโรพลาสต์แบบร่างแห แต่ละเซลล์มีไพรีนอยด์ 1 เม็ด มีนิวเคลียสมากกว่าหนึ่ง สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ
        Genus Sorastrum ลักษณะ เป็นโคโลนี ประกอบด้วย เซลล์เรียงตัวแบบหลวมๆ หรืออยู่ชิดกัน โดยใช้สารเมือกที่เป็นเส้นเป็นจุดศูนย์กลาง รูปแบบกลุ่มเซลล์เป็นรูปไต รูปถั่ว รูปสามเหลี่ยมหรือแบบรัศมี ผนังเซลล์ด้านบนสุดมีหนามทู่ๆ 1-4 อัน คลอโรพลาสต์มีขนาดใหญ่ และมีไพรีนอยด์ 1 เม็ด

(A)(B)

รูปที่ 4 สาหร่ายสีเขียว (A) Pediastrum sp. (B) Sorastrum sp.
ที่มา: http://www.google.com

    3.3 Family Coelastraceae
        Genus Coerastrum ลักษณะ เป็นโคโลนีทรงกลม และกลวงแบบซีโนเบียม ประกอบด้วย เซลล์รูปร่างกลมสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม จำนวน 4-128 เซลล์ เรียงตัวกันหลายรูปแบบ ใช้เส้นใยบางๆ ยึดเซลล์ให้ต่อกัน อาจพบโคโลนีลูก (daughter colony) อยู่ในโคโลนีพ่อแม่ (parent colony)

    3.4 Family Botryococcaceae Genus Botryococcus ลักษณะเป็นโคโลนีทรงกลมหรือรี ประกอบด้วย เซลล์รูปรีหรือทรงกลม อยู่เรียงกันในแนวรัศมี โดยมีสารเมือกเหนียวๆ สีดำหุ้ม คลอโรพลาสต์มีขนาดเล็กคล้ายร่างแห มีไพรีนอยด์ 1 เม็ด สืบพันธุ์โดยการขาดท่อนหรือสร้าง autospore

    3.5 Family Oocystaceae (รูปที่ 5)
        Genus Chlorella เซลล์อยู่เดี่ยวๆ หรืออยู่รวมกันเป็นกระจุก รูปร่างกลมหรือรี คลอโรพลาสต์เป็นรูปถ้วยหรือเป็นแผ่นอยู่ริมเซลล์ อาจมีหรือไม่มีไพรีนอยด์ สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (แบ่งเซลล์)

(A) (B)
(C) (D)

รูปที่ 5 สาหร่ายสีเขียว (A) Chlorella sp. (B) Dictyosphaerium sp. (C) Oocystis sp. (D) Ankistrodesmus sp.
ที่มา: http://www.google.com

        Genus Dictyosphaerium เป็นโคโลนีรูปกลมหรือรี มีเมือกใสๆ หุ้ม ประกอบด้วยเซลล์รูปร่างกลมหรือรี จำนวน 8-32 เซลล์อยู่ติดกับสายใสๆ ซึ่งแผ่เป็นรูปรัศมี มีจุดศูนย์กลางร่วมกัน ก้านใสๆ แยกออกเป็น 2 แฉก (dichotomous branch) แต่ละแฉกแยกเป็น 2 แขนง คลอโรพลาสต์เป็นรูปถ้วย มีไพรีนอยด์ 1 เม็ด
        Genus Planktospaeria เป็นโคโลนีรูปกลมอัดกันแน่น มีเมือกใสๆ หุ้มรอบเซลล์ รูปร่างกลม มีคลอโรพลาสต์หลายอัน คล้ายจานอยู่ริมเซลล์ คลอโรพลาสต์แต่ละอันมีไพรีนอยด์ 1 เม็ด คล้ายกับ Sphaerocystis sp. แต่ต่างกันที่รูปร่างคลอโรพลาสต์และความห่างของเซลล์
        Genus Oocystis เซลล์อยู่เดี่ยวๆ หรือเป็นโคโลนี จำนวน 2-16 เซลล์ รูปร่างกลมหรือรี คลอโรพลาสต์มีรูปร่างหลายแบบ รูปกลมหรือเป็นแผ่นคล้ายรูปดาว หรือเป็นร่างแห มีไพรีนอยด์
        Genus Ankistrodesmus ลักษณะเซลล์อยู่เดี่ยวๆ หรือเป็นโคโลนี รูปร่างแบบกระสวย รูปวงเดือน เซลล์อาจโค้งงอหรือบิด ไม่มีสารเมือกหุ้มเซลล์ คลอโรพลาสต์เป็นแผ่นรูปรีและอยู่ริมเซลล์ 1 แผ่น อาจมีหรือไม่มีไพรีนอยด์ มักพบในบ่อน้ำขนาดเล็ก หรือสระน้ำที่มีบัวชนิดต่างๆ

    3.6 Family Scenedesmaceae (รูปที่ 6)
        Genus Scenedesmus ลักษณะเป็นโคโลนีประกอบด้วยเซลล์จำนวน 2, 4, 8 และ 32 เซลล์ รูปร่างเซลล์มีหลายแบบเช่นรูปกระสวย รูปไข่ รูปวงเดือน หรือรูปรี เซลล์เรียงกันโดยใช้ด้านข้างแตะกัน อาจจัดเป็นแถวเดียวหรือ 2 แถว ผนังเซลล์อาจเรียบหรือมีหนาม ฟัน และสัน มีคลอโรพลาสต์หนึ่งแผ่นและมีขนาดใหญ่อยู่ที่ขอบเซลล์ มีไพรีนอยด์ 1 เม็ด เป็นแพลงก์ตอนในน้ำจืดและเป็นสกุลที่ทำให้เกิดการบลูมของน้ำได้
        Genus Actinastrum ลักษณะเป็นโคโลนีประกอบด้วยเซลล์รูปร่างแบบกระสวย และปลายตัด หรือรูปซิการ์ จำนวน 4-16 เซลล์ จัดเรียงกันโดยใช้ปลายเซลล์ด้านหนึ่งแตะกัน ปลายอีกข้างหนึ่งชี้ออกจากกันในแนวรัศมี คลอโรพลาสต์เป็นแผ่นอยู่รอบเซลล์ มีไพรีนอยด์ 1 เม็ด

(A)(B)

รูปที่ 6 สาหร่ายสีเขียว (A) Scenedesmus sp. (B) Actinastrum sp.
ที่มา: http://www.google.com

4 Order Ulotrichales มีเพียง Family เดียวได้แก่ Family Ulotrichaceae (รูปที่ 7)

        Genus Ulothrix เป็นเส้นสายไม่แตกแขนง เซลล์ล่างสุดทำหน้าที่ในการยึดเกาะ เซลล์รูปทรงกระบอก มี 1 นิวเคลียส คลอโรพลาสต์เป็นแถบอยู่ข้างเซลล์ มีไพรีนอยด์ 1 เม็ด
        Genus Geminella เป็นเส้นสายที่ไม่แตกแขนง ประกอบด้วยเซลล์รูปกลม รูปไข่ หรือรูปทรงกระบอกสั้นๆ มีสารเมือกใสๆ หุ้มเซลล์ คลอโรพลาสต์เป็นแผ่นและม้วนงออยู่ที่ขอบเซลล์ มีไพรีนอยด์ 1 เม็ด

(A)(B)

รูปที่ 7 สาหร่ายสีเขียว (A) Ulothrix sp.(B) Geminella sp.
ที่มา: http://www.google.com 

5 Order Oedogoniales

    เป็นเส้นสายที่แตกแขนงและไม่แตกแขนง คลอโรพลาสต์อยู่ติดกับผนังเซลล์ มีรูปร่างเป็นตาข่าย (reticulate) มีไพรีนอยด์หลายอัน มีลักษณะพิเศษคือการสร้างวงแหวนบนเซลล์เรียกว่า apical cap การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ โดยการขาดท่อนหรือสร้าง zoospore หรือ akenete การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็นแบบ oogamy ซึ่ง gamete ของเพศผู้มีหนวดยาวอยู่ด้านบนสุด พบเฉพาะอันดับนี้เท่านั้น มีเพียงครอบครัวเดียวคือ

Family Oedogoniaceae

     Genus Oedogonium เป็นเส้นสายที่ไม่แตกแขนง ประกอบด้วยเซลล์รูปทรงกระบอก เซลล์ล่างสุดทำหน้าที่ในการยึดเกาะ คลอโรพลาสต์มีรูปร่างตาข่าย อยู่ข้างผนังเซลล์ มีไพรีนอยด์หลายเม็ด กระจายอยู่บนคลอโรพลาสต์ ลักษณะที่ใช้ในการจำแนก ประกอบด้วยขนาดของเซลล์ปรกติ รูปร่างและขนาดของ oogonium รูปร่างและลวดลายของ oospore และตำแหน่งของ antheridium

6 Order Zygnematales

    ลักษณะเป็นเซลล์เดี่ยวๆ หรือเป็นเส้นสายไม่แตกแขนง คลอโรพลาสต์ขนาดใหญ่ หลายรูปแบบ เช่นขดเป็นเกลียว (spiral), เป็นแถบหรือเป็นแผ่น (plate) อยู่กลางเซลล์หรือขอบเซลล์ และเป็นแฉกรูปดาว (stellate) มีไพรีนอยด์ 1 เม็ดหรือหลายเม็ด สามารถผลิต pectin ออกมารอบเซลล์ และไม่มีหนวดทั้งเซลล์ปรกติและเซลล์สืบพันธุ์ การสืบพันธุ์เป็นแบบไม่อาศัยเพศ โดยการขาดท่อนหรือสร้าง akenete แบบอาศัยเพศโดยการสร้าง gamete ที่ไม่มีหนวดและมีผนังเซลล์ เคลื่อนที่แบบอะมีบา (amoeboid gamete) และอาจไปรวมกันที่ conjugation tube มีวัฎจักรชีวิตแบบ haplontic การจัดจำแนกได้ 3 Family ได้แก่

    6.1 Family Zygnemataceae (รูปที่ 8)
        Genus Spirogyra (เทาน้ำ) เป็นเส้นสายที่ไม่แตกแขนง มีเมือกหุ้มเซลล์ เซลล์รูปทรงกระบอกคลอโรพลาสต์เป็นแถบและขดเป็นเกลียว ตรงกลางเซลล์มีแวคิวโอลขนาดใหญ่ มีผนังกั้นเซลล์ 3 ชั้น พบอยู่ในน้ำจืด โดยเฉพาะในแหล่งน้ำนิ่ง มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “เทาน้ำ” ใช้รับประทานได้
        Genus Zygnema คล้าย spirogyra แต่ต่างกันที่คลอโรพลาสต์เป็นแฉกรูปดาว 2 ดวง แต่ละดวงมีไพรีนอยด์ 1 เม็ด
        Genus Mougeotia เป็นเส้นสายไม่แตกแขนงประกอบด้วยเซลล์รูปทรงกระบอก มีความยาวมากกว่าความกว้างประมาณ 4 เท่า คลอโรพลาสต์เป็นแผ่นยาว 1 แผ่นอยู่กลางเซลล์ มีไพรีนอยด์ 2-3 เม็ดเรียงอยู่บนคลอโรพลาสต์

(A)(B)(C)

รูปที่ 8 สาหร่ายสีเขียว (A) Spirogyra sp. (B) Zygnema sp. (C) Mougeotia sp.
ที่มา: http://www.google.com

    6.2 Family Mesotaniaceae หรือเรียกว่า “saccoderm desmis” เดสหมิดที่ชอบอยู่ในน้ำอ่อน หรือมี pH น้อยกว่า 7 เช่น สกุล Mesotaenium, Gonatozygon, Netrium, Spirotaenia (รูปที่ 9)
        Genus Mesotaenium ลักษณะเป็นเซลล์เดี่ยวๆ หรือหลายเซลล์ รูปร่างแบบทรงกระบอก ปลายทั้งสองกลมมน มีคลอโรพลาสต์เป็นแผ่นอยู่กลางเซลล์ 1 แผ่น มีไพรีนอยด์ 1 เม็ดหรือมากกว่า มักพบหยดน้ำอยู่ในเซลล์

(A) (B)
(C)(D)

รูปที่ 9 saccoderm desmid (A) Mesotaenium sp. (B) Gonatozygon sp. (C) Netrium sp. (D) Spirotaenia sp.
ที่มา: http://www.google.com

    6.3 Family Desmidiaceae หรือเรียกว่า “placoderm desmid”

        ลักษณะคล้ายกับ saccoderm desmis แต่มีลักษณะที่แตกต่างกันคือผนังเซลล์ชั้นในสุดประกอบด้วยเซลลูโลสล้วนๆ ชั้นกลาง ประกอบด้วยเซลลูโลส เพคติน และเหล็ก และชั้นนอกสุดมีลักษณะใสคล้ายวุ้น ทุกสกุล ยกเว้น Closterium, Penium Spinoclosterium เซลล์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน แต่ละส่วนเรียกว่า semicell รอยต่อระหว่าง semicell เรียกว่า isthmus และรอยคอดระหว่างเซลล์ที่แบ่งเซลล์ออกเป็น 2 ส่วนเรียกว่า sinus (รูปที่ 10)

(A)(B)

รูปที่ 10 saccoderm desmid (A) Netrium sp. และ placoderm desmid (B) Cosmarium sp.
ที่มา: http://www.google.com

การสืบพันธุ์ของ placoderm desmid

    เซลล์ลูกจะได้เซลล์ของพ่อแม่มาครึ่งหนึ่งและจะสร้างใหม่ (regenerate) อีกครึ่งหนึ่งซึ่งเหมือนเซลล์พ่อแม่ทุกประการ ส่วน Closterium, Penium และ Spinoclosterium สืบพันธุ์โดยการแบ่งเซลล์ตามขวาง และแบบ conjugation ซึ่ง gamete อาจรวมกันตรงที่ใดที่หนึ่งนอกเซลล์ หรือสร้าง conjugation tube ก็ได้ ตัวอย่างเดสหมิดใน Family Desmidiaceae ได้แก่ Genus Closterium, Penium, Pleurotaenium, Erastrum, Cosmarium, Micrasterias, Xanthidium, Staurastrum, o­nychonema, Spondylosium, Hyalotheca และ Genus Desmidium (รูปที่ 11)

3.2.2. Class Prasinophyceae หรือเรียกว่า “Prasinophytes”

    เป็นสาหร่ายที่มีหนวดมีขนาดเล็กมาก 1-50 ไมโครเมตร เดิมรวมอยู่ใน Order Volvocales, Class Chlorophyceae แต่มีผู้ศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอน จึงพบความแตกต่างจึงแยกออกมาจัดตั้งเป็นคลาสใหม่คือ Class Prasinophyceae ซึ่งมีความแตกต่างคือ เซลล์และหนวดมีเกล็ดหุ้ม แต่มีขนาดเล็กมากและอัดกันแน่น (Dodge, 1973)

  • ลักษณะที่สำคัญของคลาส
            เซลล์มีรูปร่างเป็นรูปสีเหลี่ยมหรือแบนข้าง compressed หรือแบนเล็กน้อยจากบนลงล่าง ผนังเซลล์ส่วนใหญ่เซลล์มีเกล็ดหุ้มซึ่ง ประกอบด้วย สารอินทรีย์ บางชนิดก็ไม่มี หนวด มีหนวด 1, 2, 4, 6 และ 8 เส้น บนหนวดมีขนแข็งและหนา นอกจากนี้หนวดยังมีเกล็ดขนาดเล็กปกคลุม คลอโรพลาสต์มีรูปร่างเป็นแผ่นจำนวน 1-2 แผ่น หรือเป็นเม็ดกลมๆจำนวนมาก จุดตา ส่วนใหญ่มีจุดตาและอยู่บน chloroplast มี ejectosome เป็นโครงสร้างที่ทำหน้าที่ป้องกันตัวพบในสกุล Pyramimonas
    อาหารสะสมได้แก่แป้ง

(A)(B)(C)
(D)(E)(F)
(G)(H)(I)
(J)(K)(L)

รูปที่ 11 สาหร่ายสีเขียว (A) Closterium sp., (B) Penium sp., (C) Pleurotaenium sp., (D) Erastrum sp., (E) Cosmarium sp., (F) Micrasterias sp., (G) Xanthidium sp., (H) Staurastrum sp., (I) Onychonema sp., (J) Spondylosium sp. (K) Hyalotheca sp., (L) Desmidium sp.,
ที่มา: http://www.google.com

  • การจำแนกหมวดหมู่ (classification) ลัดดา, (2544) จำแนกตาม Throndsen (1993) ได้ดังนี้
            Class Prasinophyceae  Order Chlorodendrales บนหนวดมีชั้นของเกล็ดขนาดเล็กรูปร่างเป็นแท่งคลุมอยู่ด้านบนและเรียงเป็นแถวคู่จำนวน 24 แถวประกอบด้วย 2 Family คือ Family Chlorodendraceae (รูปที่ 12) และ Family Halosphaeraceae (รูปที่ 13) ตัวอย่างได้แก่
            Genus Nephroselmis ลักษณะเซลล์แบนมีหนวด 2 เส้น เส้นหนึ่งชี้ขึ้นด้านบน อีกเส้นหนึ่งชี้ลงด้านล่าง Genus Tetraselmis ลักษณะเซลล์แบนข้างมีเกล็ดหุ้มและมีหนวด 4 เส้น
            Genus Pyramimonas เซลล์รูปปิรามิดซึ่งมีสมมาตรกัน 4 ด้านและมีหนวด 4-8 เส้น Genus Halosphaera มีทั้งที่เคลื่อนที่ได้มีหนวด 4 เส้นและเคลื่อนที่ไม่ได้ chloroplast มีรูปร่างไม่แน่นอน มี pyrenoid 2-4 เม็ด Genus Micromonas เป็นเซลล์เดี่ยวไม่มีผนังหุ้มเซลล์ มีหนวดสั้น 1 เส้น

(A)(B)

รูปที่ 12 Prasinophytes (A) Nephroselmis sp. (B) Tetraselmis sp.
ที่มา: http://www.google.com

(A) (B)

รูปที่ 13 Prasinophytes (A) Pyramimonas sp. (B) Micromonas sp. (SEM.)
ที่มา: http://www.google.com

3.2.3.  Class Euglenophyceae ยูกลีนอย์ (euglenoids)

    ยูกลีนอย์มีลักษณะเป็นเซลล์เดี่ยวๆ ว่ายน้ำเป็นอิสระมีชื่อสามัญคือ euglenoids เซลล์มีสีเขียวสดบางชนิดไม่มีสีจัดเป็นพวก saprophytic และ holozoic form (กินสิ่งเน่าเปื่อยหรือตะกอนเป็นอาหาร) พบทั่วไปในน้ำจืด ทำให้เกิดการบลูมของน้ำได้

  • ลักษณะที่สำคัญของคลาส
        ชนิดที่มีสี (colored form) พวกที่มีสารสีประกอบด้วยคลอโรฟิลล์ a และ b แคโรธินได้แก่ เบต้า แคโรธีน ส่วน xanthophylls ได้แก่ lutein, neoxanthin และ astaxanthin ไม่มีผนังเซลล์แต่มีเยื่อหุ้มเซลล์ (plasmalemma) ซึ่งมี pellicle ประกอบด้วย แผ่นโปรตีนแบนๆ จำนวนหลายแผ่นต่อกันเป็นแถว บางชนิดมี lorica หุ้ม พวกที่ว่ายน้ำเป็นอิสระมีหนวด 2 เส้นหรือมากกว่าหนวดเป็นแบบ pantonematic ความยาวไม่เท่ากันและอยู่ที่ apical cell เคลื่อนที่แบบ euglenoid movement อาหารสะสมเป็นพวกแป้ง (paramylon) colored form แป้งจะไม่ทำให้เกิดสีดำเมื่อทดสอบกับหมึกอินเดียน colorless form เป็นเม็ดแป้งลอยอยู่ใน cytoplasm
     

  • ลักษณะที่สำคัญของ euglenoid (รูปที่ 14)
            1. โครงสร้างของเซลล์ในช่วงชีวิต (life cycle) คือถ้าไม่ได้สร้างชีสต์หรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่มแล้วจะมีหนวด 2 เส้นเส้นสั้นเรียกว่า nonemergent flagellum ซึ่งยาวไม่เกิน gullet และเส้นยาวเรียกว่า emergent flagellum บางชนิดบริเวณข้างโคนหนวดจะหนาเรียกบริเวณนี้ว่า flagella swelling
            2. eye spot หรือ stigma มีหน้าที่ในการรับแสงอยู่ด้านบนของ gullet ส่วน contractile
    vacuole ทำหน้าที่รับของเสียจากเซลล์
            3. การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ โดยการแบ่งเซลล์ทั้งในระยะที่เคลื่อนที่และ
    ในระยะที่เรียกว่า palmella (ระยะที่เซลล์ไม่มีหนวดและอยู่รวมกันเป็นกลุ่มที่มีเมือกหุ้ม)
            4. การดำรงชีวิตของยูกลีนอย์มี 2 แบบคือแบบ photoautotrophic คือมีคลอโรพลาสต์สามารถสังเคราะห์แสงได้ มีหนวดจึงเคลื่อนที่ได้ และต้องการวิตามินบี 1 ชนิด ตัวอย่างเช่น Euglena sp. และ Phacus sp. และแบบ heterotrophic ไม่มีคลอโรพลาสต์จึงสังเคราะห์แสงไม่ได้และเจริญเติบโตในที่มืดเช่น Astasia sp. และ Hyalophacus sp.

รูปที่ 14 แสดงลักษณะโครงสร้างของเซลล์ euglenoid
ที่มา: http://www.google.com

(A)(B)(C)

รูปที่ 15 ยูกลีนอย์ (A) Eutreptia sp. (B) Eutreptiella sp., (C) Distigma sp. (SEM.)
ที่มา: http://www.google.com

  • การจำแนกหมวดหมู่

        ชนิดที่มีคลอโรพลาสต์และดำรงชีวิตแบบ autotropic ถูกจัดให้เป็นพืช ดังนั้นการตั้งชื่อจึงใช้ ระบบ ICBN (International Code of Botanical Numenclature) และชนิดที่มีหนวดเคลื่อนที่ได้แต่ไม่มีคลอโรพลาสต์และดำรงชีวิตแบบ phagotrophic หรือ saprobic ถูกจัดให้เป็นสัตว์ ดังนั้นการตั้งชื่อจึงใช้ระบบ ICZN (International Code of Zoological Numenclature) Class Euglenophyceae ประกอบด้วย 5 Order ได้แก่

        1. Order Eutreptiales
        2. Order Euglenales 
        3. Order Rhabdomonadales
        4. Order Sphenomonadales
        5. Order Hetronematales

    1. Order Eutreptiales (รูปที่ 15)

        ลักษณะมีหนวดยื่นพ้นเซลล์ 2 เส้น หนวดยาวเท่ากัน เซลล์มีการเคลื่อนที่แบบ euglenoid movement คือมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างตลอดการเคลื่อนที่มีครอบครัว (family) เดียวคือ Family Eutreptiaceae ตัวอย่างสกุลที่สำคัญได้แก่ Genus Eutreptia, Eutreptiella, Distigma ลักษณะมีหนวด 2 เส้นยาวเท่ากัน มีคลอโรพลาสต์ ไม่มีพรีนอยด์ paramylon อยู่กลางเซลล์ มีตา มีช่องเปิดของเซลล์แบบ subspical มี contractile vacuole พบในน้ำกร่อยและในทะเล

    2. Order Euglenales

        ลักษณะมีหนวด 2 เส้น แต่ยื่นพ้นกัลเลต (gullet) 1 เส้น อีกเส้นหนึ่งสั้นมากอยู่ใน reservoir เป็นพวกมีสีและไม่มีสี (colored form และ colorless form) ประกอบด้วย 2 ดรอบครัวคือ

    2.1 Family Euglenaceae (รูปที่ 16)
        เซลล์มีคลอโรพลาสต์ ส่วนใหญ่มีสีเขียว บางชนิดสร้าง heamatochorm ทำให้เซลล์มีสีแดง บางชนิดอาจเปลี่ยนจากเซลล์มีสีเป็นเซลล์ที่ไม่มีสีได้ สกุลที่สำคัญได้แก่ Euglena, Lepocinclis Colacium และ Phacus สำหรับ Phacus แบ่งย่อยได้ 3 section ได้แก่ section ที่ 1 proterophacus บนเซลล์มีเส้นบางๆ เซลล์แบนจากบนลงล่าง section ที่ 2 pleuraspis บนเซลล์มีเส้นหนา เมื่อตัดเซลล์ตามขวางเซลล์มีความหนา และ section ที่ 3 acanthopeltis บนเซลล์มีเส้นพาดตามยาวหรือเป็นเส้นเกลียวมีตุ่มหรือตะขออยู่บนเส้น

(A)(B)
(C)(D)

รูปที่ 16 ยูกลีนอย์ (A) Euglena sp. (B) Lepocinclis sp., (C) Colacium sp., (D) Phacus sp.
ที่มา: http://www.google.com

        2.2 Family Cyclidiopsidaceae (รูปที่ 17)
    เซลล์ไม่มีสี ไม่มีคลอโรพลาสต์ รูปร่างยาว ส่วนหัวท้ายแหลมคล้ายเข็ม หนวดยาวค่อนข้างแข็งแรง มี canal opening แบบ apical ส่วน recervoir มีรูปร่างค่อนข้างรีคล้ายรูปไข่ มี contractile vacuole, eye spot และมี paramylon เป็นแท่งยาวคล้ายเข็ม ตัวอย่างได้แก่สกุล Cyclidiopsis และ Astasia

(A)(B)

รูปที่ 17 ยูกลีนอย์ (A) Cyclidiopsis sp. (B) Astasia sp.
ที่มา: http://www.google.com

3. Order Rhabdomonadaceae

    ลักษณะเซลล์มีหนวด 1 เส้นยื่นพ้นกัลเลตและชี้ขึ้นไปด้านบน เซลล์ไม่มีสี ไม่มีคลอโรพลาสต์แต่มีตา ไม่มีการเคลื่อนที่แบบ euglenoid movement มี pellicle แข็งจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง มีครอบครัวเดียวได้แก่ Rhabdomonadaceae สกุลที่มีความสำคัญได้แก่ Rhabdomonas และ Menodium (รูปที่ 18)

(A)(B)

รูปที่ 18 ยูกลีนอย์ (A) Rhabdomonas sp. (B) Menodium sp.
ที่มา: http://www.google.com

4. Order Sphenomonadales

    มีหนวด 1-2 เส้นหนึ่งชี้ขึ้นไปด้านบน เซลล์ไม่มีสี (ไม่มีคลอโรพลาสต์) ไม่มีตา ไม่มีการเคลื่อนที่ มี pellicle แข็งจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง มี 1 Family คือ Sphenomonadaceae สกุลที่สำคัญได้แก่ Petalomonas, Notosolenus และ Anisonema (รูปที่ 19)

(A)(B)(C)

รูปที่ 19 ยูกลีนอย์ Class Euglenophyceae Order Sphenomonadales Family Sphenomonadaceae (A) Petalomonas sp. (B) Notosolenus sp. (C) Anisonema sp.
ที่มา: http://www.google.com

5. Order Hetronematales

    เซลล์แบนจากบนลงล่าง มีหนวด 1-2 เส้นหนึ่งชี้ขึ้นไปด้านบน อีกเส้นชี้ลงด้านล่าง เซลล์ไม่มีสี ไม่มีตา มีการเคลื่อนที่แบบลื่นไหล (gliding movement) มีออร์กาเนลล์ที่ใช้ย่อยอาหารแบบแท่ง 2 แท่งพาดตามยาวในเซลล์ มี Family เดียวคือ
Family Peranemaceae
ตัวอย่างได้แก่ Genus Hetronema, Genus Peranema และ Genus Entosiphon (รูปที่ 20)

(A)(B)(C)
   
คัดสรรมาฝากโดย bank003 (ภาสกร สกุลศิลปกร) บทความทั้งหมดของคุณ bank003
วันที่ 14/07/2549 เวลา 10:05:24
เข้าชมบทความนี้แล้ว 11487 ครั้ง ได้รับการโหวต 27 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 11487 คน ตอบ 1 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 28/8/2550 21:28:25
โดย คุณ หนอน
IP : 61.7.174.***
 

บทความดีมากเลยค่ะ

โพสต์เมื่อ : 28/8/2550 21:28:25
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 11487 คน ตอบ 1 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด