อยากทราบว่า ชื่อ อาณาจักรนี้
อ่านว่า ตาม-พร-ลิง
หรือว่า ตาม-พะ-ระ-ลิง คะ?
มีคนเคยบอกว่าอ่านว่า ตาม-พะ-ระ-ลิง
เลยงงนิดหน่อย ว่าจริงๆอ่านยังไง
ถ้าใครทราบช่วยตอบด้วยนะคะ
มาช่วยให้ข้อมูลครับ ข้อมูลอาณาจักรตามพรลิงค์ ก่อนเป็นอาณาจักรนครศรีธรรมราช มีข้อมูลหลายผู้เขียนประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ดี ผู้อ่านควรอ่านและทำความเข้าใจเพิ่มเติมครับ
อาณาจักรตามพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) Kingdom of Tambralinga (Nakhon Si Thammarat)
ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๗ ๑๙ อาณาจักรตามพรลิงค์ ถือเป็นแคว้นที่เก่าที่สุดแคว้นหนึ่งบนแหลมมลายู ก่อตั้งและมีความเจริญติดต่อกันมาหลายสมัยตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๗ ครั้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เมืองตามพรลิงค์ได้เปลี่ยนชื่อเป็น นครศรีธรรมราช และราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ มีอิทธิพลครอบคลุมบรรดาหัวเมืองและแว่นแคว้นอื่น ๆ ทั่วแหลมมลายู แต่ภายหลังได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรสุโขทัย และต่อมาถูกรวมเข้ากับอาณาจักรอยุธยาตั้งแต่ พ.ศ. ๑๘๙๓
ในช่วงที่อาณาจักรนครศรีธรรมราชมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่นั้น ได้กลายเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พระพุทธศาสนาบนคาบสมุทรมลายู ทั้งนี้โดยมีการติดต่อสัมพันธ์กับลังกาและยอมรับนับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทลัทธิลังกาวงศ์ ภายหลังพระภิกษุสงฆ์จากนครศรี -ธรรมราชก็ได้พระพุทธศาสนานิกายนึ้ขึ้นไปเผยแพร่ยังกรุงสุโขทัยด้วยเมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๘๐๐ อันเป็นผลให้พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทได้ฝังรากลึกลงในสังคมไทยนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ขอบเขตอาณาจักรตามพรลิงค์แต่ละยุคสมัยไม่เท่ากัน แต่พอจะเห็นภาพคร่าว ๆ ของอาณาเขตได้
ในยุคแรก ๆ อาณาจักรตามพรลิงค์มีอาณาเขตตั้งแต่อำเภอสิชล อำเภอท่าศาลา อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ลงไปถึงอำเภอเชียรใหญ่ และลึกเข้าไปภายในแผ่นดินถึงอำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอลานสะกา อำเภอทุ่งสง ทั้งหมดอยู่ในท้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และขยายอาณาเขตออกไปเรื่อยๆ ในคาบสมุทรมลายูในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ อาณาจักรตามพรลิงค์ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอาณาจักรนครศรีธรรมราช สามารถรวบรวมบรรดาแว่นแคว้นน้อยใหญ่ในภาคใต้และคาบสมุทรมลายูได้ทั้งหมดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ จนราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ก็เสื่อมลง และถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาในที่สุด (ข้อน่าคิด : ในประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราช ไม่เคยยอมรับอำนาจของอาณาจักรสุโขทัยแม้แต่น้อย เป็นเพียงความสัมพันธไมตรีอันดีทางด้านพระพุทธศาสนาที่อาณาจักรนครศรีธรรมราช เผยแพร่ไปให้อาณาจักสุโขทัยเท่านั้น ในศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่ระบุขอบเขตอาณาจักรสุโขทัยเสียจนใหญ่โตเกินความจริง ซึ่งมีผลกระทบต่อประวัติศาสตร์ของอาณาจักรอื่นๆ ไปทั้งคาบสมุทรอินโดจีนที่มีความขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากอาณาจักรใหญ่ที่อยู่รายรอบสุโขทัย ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นหรือประเทศราชของสุโขทัยทั้งสิ้น)
ที่ตั้งของเมืองหลวงในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชปรากฏว่ามีร่องรอยเมืองโบราณ ตลอดจนชุมชนโบราณอยู่หลายแห่งด้วยกัน จากหลักฐานทางด้านโบราณคดี (จากการสำรวจและขุดค้น) ในเมืองโบราณเหล่านี้ สันนิษฐานว่าเมืองหลวงของอาณาจักรคงมีการโยกย้ายหลายครั้งตามลำดับดังนี้๑. เมืองบ้านท่าเรือ (ติดเขตตำบลท่าเรือ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช) เป็นที่ตั้งเมืองยุคแรก เมืองบ้านท่าเรือ ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมในการติดต่อค้าขายทางทะเลมาก มีลำน้ำออกสู่ทะเลได้โดยสะดวก เรือเดินทะเลสามารถเข้าถึงแต่เป็นเมืองขนาดเล็ก มีพื้นที่ทำนาเพาะปลูกได้น้อย โบราณวัตถุและโบราณสถานที่พบ เช่น เครื่องมือหินขัดในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เทวสถานในศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พระพุทธรูป ลูกปัด เป็นต้น๒. เมืองพระเวียง (ติดเขตตำบลศาลามีชัย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช) เป็นที่ตั้งเมืองหลวงในยุคที่สองเป็นเมืองขนาดใหญ่ขึ้น อยู่ในทำเลที่มีพื้นที่ทำนาและเพาะปลูกมากขึ้น สามารถเลี้ยงพลเมืองจำนวนมากที่เพิ่มขึ้นได้ โบราณวัตถุและโบราณสถานที่พบในเขตเมืองพระเวียงมีอายุเก่าถัดมาจากเมืองบ้านท่าเรือ๓. เมืองนครศรีธรรมราช (บริเวณที่ตั้งศาลากลางจังหวัดในปัจจุบัน) เป็นที่ตั้งเมืองยุคที่สาม เป็นเมืองขนาดใหญ่ สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาตอนต้น โบราณวัตถุและโบราณสถานที่พบส่วนใหญ่มีอายุในสมัยอยุธยาส่วนที่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยสุโขทัยพบไม่มากนักส่วนสถานที่ตั้งชุมชนโบราณพบหลายแห่ง กระจายอยู่ในท้องถิ่นที่อำเภอขนอม อำเภอสิชล อำเภอท่าศาลา และอำเภอทุ่งสงเมืองรอง ได้แก่๑. เมืองไชยา ตั้งอยู่ถัดลงไปทางด้านใต้ ศูนย์กลางอยู่ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี กำเนิดขึ้นพร้อม ๆ กับเมืองตามพรลิงค์ ในระยะแรกต่างเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกัน แต่บางสมัยเมืองไชยา (ในช่วงที่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรศรีวิชัย) ก็สามารถผนวกตามพรลิงค์อยู่ใต้อำนาจ ต่อมาในยุคหลังเมืองไชยากลับขึ้นกับอาณาจักรตามพรลิงค์ในฐานะเมืองอุปราช และคงจะอยู่ในฐานะดังกล่าวเรื่อยมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์๒. เมืองสทิงพระ คือ บริเวณโดยรอบทะเลสาบสงขลา ในท้องที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเมืองนครศรีธรรมราชในสมัยอยุธยา
เมืองบริวาร ได้แก่ เมืองสิบสองนักกษัตร ที่ปรากฎในตำนานเมืองนครศรีธรรมราช เช่น เมืองกระบุรี ชุมพร บางสะพาน เวียงสระ ตะกั่วป่า ถลาง ตรัง คลองท่อม ปะเหลียน สายบุรี สงขลา บันทายสมอ เป็นต้นเมืองขึ้น ได้แก่ หัวเมืองมลายู เช่น เมืองไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู ปะลิส ปัตตานี เป็นต้น อาจกล่าวได้ว่าอาณาจักรนครศรีธรรมราชในยุครุ่งเรืองสามารถแผ่อาณาเขตครอบครองแหลมมลายูได้เกือบทั้งหมด
คำว่า ตามพรลิงค์ และ นครศรีธรรมราช เป็นคำเก่ามีมาแต่เดิม ปรากฎในเอกสารหลายฉบับทั้งของไทยและของต่างชาติ แต่ละคำต่างมีเรียกเพี้ยนแตกต่างกันออกไปตามสำเนียงภาษาของแต่ละชนชาติที่เข้ามาในระยะเวลาแตกต่างกัน ได้แก่๑. ตามพลิงคม หรือ ตมพลิงคม (Tambalingam) เป็นคำเรียกเก่าสุดโดยชาวอินเดีย เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๗ ๘ (มีอยู่ในคัมภีร์ภาษาบาลี ชื่อ มหานิเทศ ที่กล่าวถึงการเดินทางของนักเผชิญโชคว่าหากต้องการความร่ำรวยก็ให้ไปยังดินแดนเหล่านี้)๒. ตามพรลิงค (Tambralinga) เป็นคำเรียกเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑๓. มัทธมาลิงคัม (Madamalingam) เป็นคำเรียกในศิลาจารึกของกษัตริย์องค์สำคัญของอินเดียภาคใต้ คือ พระเจ้าราเชนทรโจฬัะที่ ๑ (ศิลาจารึกมีอายุระหว่าง พ.ศ. ๑๕๗๓ ๑๕๗๔) กล่าวถึงชื่อเมืองที่พระองค์ทรงส่งกองทัพเรือไปโจมตีได้ แต่เรียกชื่อเพี้ยนไป)๔. ตัน-มา-ลิง (Tan ma ling) เป็นชื่อที่นักจดหมายเหตุจีนได้เขียนไว้๕.ตมลิงคาม (Tamalingama) เป็นชื่อที่ชาวลังกาเรียก (อยู่ในคัมภีร์อักษรสิงหล ชื่อ Sanne) ๖. ศรีธรรมราช เป็นชื่อในศิลาจารึกหลักที่ ๒๔ สลักขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๗๗๓ พบที่วัดเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อมาชื่อนี้ปรากฎในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย พ.ศ. ๑๘๓๕๗. สิริธรรมนคร ปรากฎในหนังสือบาลีเรื่อง จามเทวีวงศ์ ที่พระโพธิรังสี พระเถระชาวเชียงใหม่ แต่งขึ้นเมื่อราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๑ (หมายถึงชื่อเมืองหรือนคร ถ้าชื่อพระมหากษัตริย์ก็จะเรียกว่าพระเจ้าสิริธรรมนคร หรือพระเจ้าสิริธรรมราช และยังปรากฎในหนังสือ ชินกาลมาลีปกรณ์ และในหนังสือ นิทานพระพุทธสิงห์ เรียกว่า พระเจ้าศรีธรรมาราช)๘. ลิกอร์ (Ligor) เป็นชื่อที่พ่อค้าชาวโปรตุเกสที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับไทยในสมัยอยุธยาตอนต้นเป็นชาติแรกเรียก บางครั้งก็เรียกว่า ละกอร์ (Lagor) เพี้ยนมาจากคำว่า นคร ซึ่งเป็นชื่อย่อของเมืองนครศรีธรรมราช๙. นครศรีธรรมราช เป็นชื่อที่คนไทยฝ่ายเหนือเรียก (ศรีธรรมราช เป็นคำเรียกตำแหน่งเจ้าเมือง แต่ใช้เรียกเป็นชื่อเมืองด้วย) และเรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน
ศาสนาในอาณาจักรตามพรลิงค์จากหลักฐานด้านเอกสารและหลักฐานทางด้านโบราณคดี พบว่าอาณาจักรตามพรลิงค์หรืออาณาจักรนครศรีธรรมราช มีผู้นับถือศาสนาด้วยกัน ๒ ศาสนา คือ๑. ศาสนาพราหมณ์ ฮินดู โดยเฉพาะลัทธิไศวนิกาย (นับถือพระศิวะหรือพระอิศวรเป็นเทพเจ้าสูงสุด) ดังได้พบร่องรอยเทวสถาน แท่งศิวลึงค์ และแท่นฐานรองรับเป็นจำนวนมาก กำหนดอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ถึงประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๓ ศาสนาพราหมณ์ ฮินดูลัทธิไศวนิกายได้รับการนับถือในอาณาจักรตามพรลิงค์ในระยะแรก ๆ นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนพระนารายณ์ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาพราหมณ์ ฮินดูลัทธิไวษณพนิกายด้วย๒. พระพุทธศาสนา นับถือทั้งนิกายหินยานหรือเถรวาท นิกายมหายาน และลัทธิลังกาวงศ์ ในแต่ละช่วงเวลา คือ พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทนับถือกันมากประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ถึงประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔ พระพุทธศาสนานิกายมหายานหรืออาจริยวาทนับถือประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ส่วนนิกายเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ์นับถือหลังจากติดต่อกับลังกาประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
จดหมายเหตุจีน
ระบุว่า อาณาจักรตามพรลิงค์ ส่งทูตไปเฝ้าพระเจ้ากรุงจีนใน พ.ศ.1291,1310,1311,1356,1358 และพ.ศ.1361 ต่อมาได้มีการเรียกชื่ออาณาจักรตามพรลิงค์ใหม่ว่า อาณาจักรนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสร้อยพระนามของพระเจ้าศรีธรรมโศกราช กษัตริย์ผู้มีฐานันดรสูงศักดิ์ยิ่ง ในจดหมายจีนได้ระบุว่า กาลเวลาต่อมาต่ออาณาจักรตามพรลิงค์ดังกล่าว ได้พัฒนามาเป็นอาณาจักรสยามต่อมา