ประวัติศาสตร์นครราชสีมา

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย
ประวัติศาสตร์นครราชสีมา

นวลเพ็ญ  ภานุรัตน์
อรุณวรรณ  เหล่าภักดี
เปรมวิทย์  ท่อแก้ว



ประวัติศาสตร์นครราชสีมา
         
บริเวณจังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบันปรากฎร่องรอยและหลักฐานแสดงว่ามีพัฒนาการของชุมชนโบราณมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
  เมื่อราว ๔๐๐๐ - ๓๐๐๐ ปีมาแล้วที่บริเวณเขาจันทน์งาม  อำเภอสีคิ้ว 
ภาพเขียนสีแสดงการดำเนินชีวิตของคนในสังคมล่าสัตว์ 
นอกจากนี้ยังมีการขุดค้นทางโบราณคดีพบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชุมชนเกษตรกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองนครราชสีมา
  เมื่อประมาณ ๓๐๐๐ ปีมาแล้วที่บ้านธารปราสาท  อำเภอโนนสูง 
และยังพบหินตั้งเป็นรูปวงกลมที่บ้านหินตั้ง  อำเภอสูงเนิน ซึ่งศาสตราจารย์ชิน
อยู่ดี 
สันนิษฐานว่าเป็นวัฒนธรรมหินใหญ่รุ่นใหม่เชื่อว่าเป็นศาสนสถานหรือหลักเขตแสดงอาณาเขตของเมือง

          ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑ - ๑๓
อาณาจักรเจนละของขอมได้แผ่ขยายอิทธิพลเข้ามา
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือปรากฎหลักฐานที่ปราสาทภูมิโปน จังหวัดสุรินทร์   
และเมืองศรีเทพจังหวัดเพชรบูรณ์
เป็นโบราณสถานอันเนื่องจากศาสนาพราหมณ์ของอาณาจักรเจนละแสดงว่าบริเวณเมืองนครราชสีมาก็อาจอยู่ใต้อำนาจของขอม
  เพราะมีหลักฐานว่าขอมแผ่ขยายอาณาเขตมาถึงเมืองพิมายด้วย (ดี.จี.อี. ฮอลล์,
๒๕๒๒ : ๑๒๓-๑๒๔)

          ร่วมสมัยกับอาณาจักรเจนละ 
มีหลักฐานหลายประการที่แสดงว่าเมืองนครราชสีมาได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมสมัยทวารวดี
โดยเฉพาะที่เมืองเสมา  อำเภอสูงเนินพบชุมชนที่มีคูน้ำคันดินเป็นรูปวงรี 
มีการพบศิลาธรรมจักร  และพระพุทธไสยาสน์  ปัจจุบันอยู่ที่วัดคลองขวาง  ตำบลเสมา
  อำเภอสูงเนิน แต่ไม่แน่ใจว่าอาณาจักรทวารวดีจะแผ่อำนาจเข้าครอบครองหรือไม่ 
เพราะฝีมือเป็นของช่างพื้นเมือง



          อาณาจักรศรีจนาศะ พุทธศตวรรษที่ ๑๕ - ๑๖ ร่วมสมัยกับอาณาจักรเจนละ
ทวารวดี  ศรีวิชัยและโยนก มีศิลาจารึกบ่ออีกาซึ่งศาสตราจารย์ยอร์ช 
เซเดส์ได้อ่านจารึกนี้ ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล 
ทรงแปลจากภาษาฝรั่งเศสว่าจารึกนี้เกี่ยวกับพุทธศาสนา และกล่าวถึง
พระราชาแห่งอาณาจักรศรีจนาศะทรงอุทิศปศุสัตว์และทาสทั้งหญิงชายถวายแด่พระภิกษุสงฆ์
  และ จารึกอีกหลักหนึ่งกล่าวถึงพระราชาแห่งศรีจนาศะ 
ว่าเป็นกษัตริย์ที่ครองอาณาจักรอยู่นอกเขต อาณาจักรในกัมพูชา 
แต่ศูนย์กลางอาณาจักรศรีจนาศะ   นั้นเราไม่อาจปักใจว่าอยู่บริเวณบ่ออีกา 
ตำบลเสมา  อำเภอสูงเนิน  
แต่น่าจะอยู่บริเวณที่ราบสูงโคราชมากกว่าบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา
นอกจากนี้น่าเชื่อว่าอาณาจักรศรีจนาศะได้รวมตัวเป็นอาณาจักรที่มั่นคง   
ก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๕ เพราะมีการกล่าวชื่อของอังศุเทพ 
ซึ่งคงจะเป็นนามบรรพบุรุษก่อนที่จะสร้างจารึกบ่ออีกา  พุทธศักราช  ๑๔๑๑ 
อาณาจักรนี้คงจะรุ่งเรืองสืบต่อมาในพุทธศตวรรษที่ ๑๕

          และในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ นี้เอง 
ขอมสมัยพระนครหรืออาณาจักรกัมพูชาได้แผ่ ขยายอิทธพลเข้ามาในเมืองนครราชสีมา 
เพราะปรากฎพระนามของพระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ (พุทธศักราช  ๑๔๓๒) 
ที่ปราสาทหินพนมวัน  ตำบลบ้านโพธิ์  อำเภอเมือง  และมีการสร้างปราสาทหินเมือง
แขก  ตำบลโคราช  พบศิลาทับหลังที่สถานพระนารายณ์  วัดพระนารายณ์มหาราช 
อำเภอเมือง  นอกจากนี้ยังมีการสร้างปราสาทหินพิมายสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ 
และสร้างต่อเนื่องมาถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗  
แต่เมื่อสิ้นพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ อาณาจักรขอมสมัยพระนครเสื่อมลง 
ขอมคงไม่ได้ควบคุมดินแดนแถบนี้อย่างเข้มงวดนัก  
เพราะในสมัยอาณาจักรสุโขทัยเขตแดนของไทยยังไม่รวม เมืองนครราชสีมา 
เมืองนครราชสีมารวมกับอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา  สมัยพระรามาธิบดีที่ ๑

         
ชื่อเมืองนครราชสีมาถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกจากเอกสารสมัยพระบรมไตรโลกนาถ   
ในกฎหมายเรื่อง
พระอัยการตำแหน่งนาพลเรือนและนาทหารหัวเมืองที่ประกาศใช้ในปีพุทธศักราช   1998
ระบุว่าเมืองนครราชสีมาเป็นเมืองชั้นโท
เจ้าเมืองมีบรรดาศักดิ์เป็นออกญากำแหงสงคราม   รามภักดีพิรียะภาหะ  ศักดินา
๑๐,๐๐๐ ไร่ (กรมศิลปากร ๒๕๒๑ : ๑๗๕)  แต่ที่น่าสนใจที่สุดอยู่  
ตรงที่ว่านครราชสีมาเป็นเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพียงเมืองเดียวที่ถูกระบุไว้ในรายชื่อ
    เมืองของกฎหมายฉบับนี้

          
ก่อนหน้านี้เมืองนครราชสีมาน่าจะยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรไทย  ยังอยู่
   ภายใต้การปกครองของกัมพูชา  แต่คงจะควบคุมดูแลไม่เข้มงวดมากนัก 
เพราะกัมพูชานั้นเริ่ม   เสื่อมอำนาจลงตั้งแต่สิ้นสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗  
แม้ว่าจะมีคนไทยแถบลุ่มแม่น้ำยมจะสามารถ  
ตั้งตัวเป็นอิสระและสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยได้สำเร็จในปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๘
แต่ยังไม่มีอิทธิพล 
แผ่มาจนถึงนครราชสีมาที่คงเป็นเพียงเมืองชายเขตแดนของอาณาจักรในสมัยนั้น

         
แต่อย่างไรก็ตามมีหลักฐานที่แสดงว่าเมืองนครราชสีมาอาจจะได้ติดต่อกับอาณาจักร  
  ไทยในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนการสถาปานาอยุธยาเป็นราชธานีในปี  พุทธศักราช
๑๘๙๓ (มานิต    วัลลิภดล,๒๕๐๒) 
หรืออย่างน้อยน่าจะเริ่มมีความสัมพันธ์กันในสมัยพระรามาธิบดีที่ ๑  โดยที่  
เมืองนครราชสีมามีฐานะเป็นเมืองพระยามหานครของอยุธยา 
ข้อสันนิษฐานนี้อนุมานจากผลที่กองทัพ ไทยได้ชัยชนะในสงครามกับกัมพูชา
(กรมศิลปากร, ๒๕๐๕:๙๘ - ๙๙) ที่แม้ว่าอยุธยาจะยังไม่ได้  
มีอำนาจเหนือกัมพูชาอย่างเด็ดขาด 
แต่น่าจะเป็นผลให้หัวเมืองปลายอาณาเขตของกัมพูชาเช่น  
นครราชสีมาคงจะหลุดพ้นจากอำนาจของกัมพูชาและตกอยู่ใต้อำนาจอยุธยาแทน 
โดยมีการกล่าว ถึงหลักฐาน เช่น
เสาหลักเมืองไม้ตะเคียนหินซึ่งเป็นศิลปกรรมสมัยต้นอยุธยา 
รวมทั้งข้อสังเกตจากตำนานท้องถิ่นศิลปกรรมแบบอู่ทองและการหล่อทองสำริด 
ที่ไม่ใช่งานช่างแบบกัมพูชา    ในแถบเมืองนครราชสีมา (มานิต  วัลลิโภดม, ๒๕๐๒)

          ข้อจำกัดในการคมนาคม  ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 
ปริมาตรประชากรที่เบาบาง  
เป็นเหตุผลให้ดินแดนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในช่วงนั้น
 
นครราชสีมาเป็นเพียงเมืองชายเขตแดนของอยุธยาและมีขอบเขตอำนาจอยู่ในบริเวณจังหวัดนครราชสีมา
  ชัยภูมิ  บุรีรัมย์ปัจจุบัน  
ในขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือคงเป็น
ดินแดนรกร้างที่ไม่มีเมืองสำคัญใด ๆ
หรือแม้แต่เวียงจันทน์เองอ้างอิงเขตอิทธิพลของตนอยู่แค่ บริเวณลุ่มแม่น้ำโขง
(ประวัติพระธาตุศรีสองรัก) 
ดังนั้นจึงไม่ค่อยปรากฎเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองนครราชสีมาในประวัติศาสตร์ไทยมากนัก
  รวมทั้งข้อสังเกตว่าพลเมืองนครราชสีมามีความใกล้
ชิดทางวัฒนธรรมกับกัมพูชาจึงทำให้ยังไม่ยอมอ่อนน้อมราบคาบทีเดียว   ในรัชกาลต่อ
ๆ มากองทัพ ไทยยังต้องยกออกไปตีกรุงกัมพูชาอีกหลายครั้ง  
การปกครองหัวเมืองตอนแผ่นดินสูงในสมัยนั้น เห็นจะตั้งรักษาเพียงเมืองโคราชเก่า
(อำเภอสูงเนิน) เท่านั้น
ในหนังสือพระราชพงศาวดารจึงไม่มีเรื่องราวกล่างถึงเมืองนครราชสีมาจนถึงแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช



         
สมัยสมเด็จพระนารายณ์น่าจะเป็นสมัยที่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่นครราชสีมา
  
โดยโปรดให้ย้ายเมืองนครราชสีมาจากท้องที่อำเภอสูงเนินมาตั้งอยู่ในที่ตั้งปัจจุบัน
    โดยสร้าง   
เมืองนครราชสีมาเป็นป้อมปราการในฐานะเมืองสำคัญชายพระราชอาณาเขต 
และทรงเลือกสรร 
ข้าราชการที่มีความสามารถออกไปปกครองในสมัยพระเพทราชาเมื่อแรกขึ้นครองราชสมบัติได้มี
     พระราชโองการให้ข้าราชการหัวเมืองมาถวายบังคมถือน้ำพิพัตน์สัตยา 
เพื่อแสดงความจงรักภักดี   แต่เจ้าเมืองนครราชสีมาไม่ยอมมาเข้าเฝ้า  
จึงมีพระบรมราชโองการให้ยกทัพขึ้นมาปราบ พระยายมราช (สังข์) ที่เมืองนครราชสีมา
   สงครามนี้กินเวลากว่า ๒ ปี 
ซึ่งคงทำให้เมืองนครราชสีมาอ่อนแอลงและถูกตัดทอนกำลังของเมืองไปมาก 
เห็นได้จากเหตุการณ์กบฎบุญกว้าง     ในปีพุทธศักราช ๒๒๓๕  ที่มีกำลังเพียง  ๒๘
คน  เจ้าเมืองและกรมการเมืองนครราชสีมายังต้อง  
ยอมอ่อนน้อมและขอให้กองทัพอยุธยาเข้าช่วยยุติเหตุการณ์ (กรมศิลปากร,
๒๕๐๕:๑๕๐-๑๕๑)    
หลังเหตุการณ์นี้คงต้องมีการฟื้นฟูกำลังให้กับเมืองนครราชสีมาอีกครั้งเห็นได้จากเหตุการณ์
         เจ้าเมืองหลวงพระบางยกทัพมาตีเมืองเวียงจันทน์ 
พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต(เวียงจันทน์)      ขอให้กองทัพอยุธยาเข้าช่วย
ปรากฎว่ากองทัพไทยมีกำลังจากนครราชสีมาเป็นกำลังหลัก         (กรมศิลปากร,
๒๕๐๕:๑๕๖-๑๖๐) แต่อย่างไรก็ตามการฟื้นฟูกำลังให้กับเมืองนครราชสีมา     
ได้กระทำพร้อม ๆ กับการเพิ่มบทบาทให้กับเมืองสำคัญอื่น ๆ เช่น พิมาย
เห็นได้จากการขยาย    
อิทธิพลของอยุธยามาถึงหัวเมืองเขมรป่าดงในสมัยพระที่นั่งสุริยามรินทร์ในช่วงปลายอยุธยา
       
ทรงโปรดเกล้าให้หัวเมืองนี้ขึ้นต่อเมืองพิมายแทนที่จะเป็นเมืองนครราชสีมา 
การเพิ่มอำนาจให้  
กับพิมายน่าเป็นการป้องกันเพื่อไม่ให้เมืองนครราชสีมาเป็นเมืองใหญ่เพียงเมืองเดียวเช่นเดิม
      ซึ่งทำให้สามารถท้าทายอำนาจของอยุธยาเช่นที่เคยทำมา
เมื่ออยุธยายุติความเป็นราชธานีลงในปี   พุทธศักราช ๒๓๑๐
กลุ่มผู้ปกครองในพิมายก็สามารถกุมอำนาจการปกครองในเขตอิทธิพลของเมือง  
นครราชสีมาได้สำเร็จและเห็นได้ว่ากลุ่มผู้นำในสองเมืองนี้ได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเป็นผู้ปกครองเมือง
   นครราชสีมา เช่น 
ขุนชนะกรมการเมืองนครราชสีมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นพระยากำแหงสงครามครองเมืองนครราชสีมาหลังจากจับกุมกรมหมื่นเทพพิพิธ
  หรือกรณีเจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น)
เจ้าเมืองนครราชสีมาอีกท่านหนึ่งในสมัยธนบุรีเคยรับราชการเป็นยกบัตรเมืองพิมาย



          ในสมัยธนบุรี 
ปัญหาทางการเมืองภายในของเวียงจันทน์และจำปาศักดิ์เปิดโอกาส  
ให้อิทธิพลของไทยขยายเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเริ่มเข้าไปจัดการปกครองดินแดนแถบนี้
   อย่างจริงจัง โดยเริ่มต้นจาก
สถานการณ์ทางการเมืองของลาวในช่วงนั้นที่เกิดความแตกแยกภายใน 
จากกรณีกลุ่มขุนนางที่เป็นศัตรูกับกรุงศรีสัตนาคนหุตหนีภัยทางการเมืองมาขออ่อนน้อมต่อไทยในสมัยธนบุรี
   
รัฐบาลไทยประกาศให้การคุ้มครองพร้อมทั้งให้สถานภาพทางการเมืองแก่ขุนนางเหล่านั้น
  
ในสมัยรัชกาลต่อมายังสถาปนาให้เมืองภายใต้การปกครองของอดีตกลุ่มขุนนางจากเวียงจันทน์นี้มี
    ฐานะเทียบเท่าเมืองเวียงจันทน์เมืองจำปาศักดิ์ที่มีฐานะเป็นเมืองประเทศราช 
หลักจากการทำ สงครามกับเวียงจันทน์ในปีพุทธศักราช ๒๓๒๑ 
เวียงจันทน์ถูกลดฐานะลงเป็นเพียงเมืองพระยามหานคร  
แม้ว่าต่อมาเวียงจันทน์จะได้ยกฐานะเป็นเมืองประเทศราชขึ้นต่อกรุงเทพฯ   
แต่เมืองที่เคยขึ้นต่อเวียงจันทน์โดยเฉพาะในฝั่งขวาของแม่น้ำโขงกลายเป็นเมืองชั้นนอกของอยุธยาหลังเหตุการณ์นี้
   
รัฐไทยจึงไม่เพียงได้กำลังคนเข้ามาเพิ่มเติมเท่านั้นยังเกิดเมืองใหม่ตั้งขึ้นเป็นจำนวนมากในภาคตะวันออก
    เฉียงเหนือ (สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ,๒๔๙๕:๓๕๖-๓๕๗) 
และอาณาจักรไทยยังสามารถเข้ามามีอิทธิพลในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ได้เป็นครั้งแรกแม้
ว่าในสมัยนี้  
ยังไม่สามารถจัดระเบียบการปกครองเมืองใหม่เหล่านี้ให้เรียบร้อยลง 
แต่เมืองนครราชสีมาใน  
ฐานะที่เป็นเมืองใหญ่และใกล้ชิดกับอาณาจักรไทยในที่ราบภาคกลางมานาน 
จึงสามารถที่จะดูแล  
ผลประโยชน์และเชื่อมโยงอำนาจของส่วนกลางที่มีอยู่เหนือเมืองต่าง ๆ
นี้ได้เป็นอย่างดี   
โดยเฉพาะการเดินทางติดต่อระหว่างเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับส่วนกลางต้องผ่านเมืองนครราชสีมา
     จึงเป็นแหล่งจ่ายเสบียง  ที่พักระหว่างทาง  
รวบรวมและเร่งรัดการจัดส่งส่วยสาอากรต่าง ๆ   
ดังนั้นนครราชสีมาจึงมีบทบาทเป็นเสมือนตัวแทนของส่วนกลางในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  การ  
ที่พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงพระราชทานพระสนมที่เชื่อว่าทรงพระครรภ์กับพระองค์ให้กับเจ้าพระยานครราชสีมา
(ปิ่น) เป็นการสะท้อนถึงความใกล้ชิดและความไว้วางพระทัยที่มีต่อผู้ปกครองเมือง 
  นครราชสีมาอย่างสูง

         
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงแต่ตั้งพระพิมายขึ้นเป็นพระยา     
นครราชสีมา  เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น)
เจ้าเมืองคนเดิมนั้นกล่าวว่าท่านชราภาพและจักษุ   มืดมัวลง
(จดหมายเหตุเมืองนครราชสีมา,๒๔๙๗:๕๖)  ดังนั้นเมืองนครราชสีมายังคงความสำคัญ  
เป็นเมืองหลักของไทยอยู่ระหว่างเมืองเวียงจันทน์ 
เมืองจำปาศักดิ์กับกรุงเทพฯทำหน้าที่ในการดูแล รักษาความสงบชายพระราชอาณาเขต 
เป็นหูเป็นตาแทนรัฐบาลใหม่ที่กรุงเทพฯ เพื่อช่วยงาน     
การขยายอำนาจของไทยเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  และฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง    
ในขณะที่นครราชสีมามีลักษณะเป็นตัวแทนของกลุ่มวัฒนธรรมไทย  มีเมืองเวียงจันทน์ 
เมืองจำปาศักดิ์       และเมืองอุบลราชธานีเป็นตัวแทนของกลุ่มวัฒนธรรมลาว 
แต่เมืองเหล่านี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดพอที่จะรวมกลุ่มท้าทายอำนาจของกรุงเทพฯ
ได้   ในทางตรงข้ามรัฐบาลที่กรุงเทพฯ
ประสบความสำเร็จในการจัดการให้บรรดาผู้นำของเมืองเหล่านี้คานอำนาจซึ่งกันและกัน
   เห็นได้จากกรณีกบฎข่าหลายครั้งในเขตจำปาศักดิ์ 
ทำให้กลุ่มอำนาจเดิมของเมืองจำปาศักดิ์ต้องสิ้นอำนาจลง  
กลุ่มเมืองเวียงจันทน์กล่าวโทษนครราชสีมาว่าเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายเหล่านั้น
 
ในขณะที่นครราชสีมาเองก็ปฏิเสธที่จะช่วยเหลืออุบลราชธานีในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการชาวข่า

          การที่สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวไว้ว่า 
ในสมัยนี้ได้มีการตั้งหัว  
เมืองชั้นนอกให้เป็นกำลังของเมืองนครราชสีมาและยกเมืองนครราชสีมาเป็นเมืองเอก
(สมเด็จฯ   กรมพระยาดำรงราชานุภาพ,๒๕๑๑:๑๘)
น่าที่จะสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองในภาค  
ตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกลุ่มการเมือง ๔ กลุ่ม  ในขณะที่เมืองเวียงจันทน์ 
เมืองจำปาศักดิ์และเมืองอุบลราชธานีมีฐานะเป็นประเทศราช  
เมืองนครราชสีมาเป็นตัวแทนของกลุ่มวัฒนธรรมไทยจึงควรจะเลื่อนสถานะขึ้นเป็นเมืองชั้นเอกและเพิ่มเติมกำลังคนเพื่อที่จะได้ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาแทนรัฐบาล
    พร้อมทั้งคานอำนาจกับเมืองเวียงจันทน์  เมืองจำปาศักดิ์ 
และเมืองอุบลราชธานี

          ในปี พุทธศักราช
๒๓๖๙เกิดสถานการณ์ที่มีแนวโน้มจะเป็นวิกฤติการณ์ทางการ    
เมืองขึ้นที่กรุงเทพฯ
เมืองเวียงจันทน์และเมืองจำปาศักดิ์ได้ใช้โอกาสนั้นดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจาก  
อำนาจของไทย 
แต่นับเป็นโชคดีที่ประชากรเชื้อสายลาวและเขมรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนหนึ่งเป็นอริกับเวียงจันทน์ทำให้เวียงจันทน์ไม่ได้รับความสนับสนุนจากกลุ่มประชากรเหล่านี้
   
กองทัพเจ้าอนุวงศ์ถูกประวิงเวลาในการเดินทางรวมทั้งต้องกระจายกำลังออกเพื่อชักจูงกลุ่มที่สนับสนุน
     และกวาดต้อนกลุ่มที่ไม่สมัครใจ 
จนทำให้ฝ่ายไทยสามารถปราบปรามเหตุการณ์นี้จนกระทั่งทำลายเมืองเวียงจันทน์ลง  
หลังสิ้นเหตุการณ์กบฎอนุวงศ์เมืองนครราชสีมากลายเป็นกำลังสำคัญของไทยใน  
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  โดยตอนเหนือมีอาณาเขตถึงจังหวัดขอนแก่นในปัจจุบัน 
และทาง      ตะวันออกถึงจังหวัดสุรินทร์ในปัจจุบัน  
และแม้ว่าปัญหากับหัวเมืองลาวจะสิ้นสุดลงแต่การขยายอำนาจ
ของไทยมาทางด้านตะวันออกนี้ทำให้ไทยต้องเผชิญหน้าคู่ต่อสู้ประเทศใหม่ คือ
เวียดนาม  ในขณะ  
ที่คู่ต่อสู้รายเดิมทางฝั่งตะวันตกของไทยกำลังต่อสู้กับคู่ต่อสู้ใหม่ที่เป็นต่อหลายเท่าตัว
    ความตึงเครียด
ทางการเมืองจึงยังคงอยู่ในทางฝั่งตะวันออกของไทยทำให้นครราชสีมาทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

          ในสมัยรัชกาลที่ ๔  ประเทศไทยได้ทำสัญญาเบาว์ริงกับอังกฤษ 
และสัญญาลักษณะเดียวกันกับชาติตะวันตกอื่น ๆ เช่น ฝรั่งเศส 
ซึ่งเป็นการยกเลิกการค้าแบบผูกขาด  เป็นการค้าที่ให้เอกชนเข้ามาทำการค้าขายได้ 
   เมืองนครราชสีมาได้รับความสนใจในฐานะที่มีสินค้าออกที่ สำคัญ เช่น หนังสัตว์
  เขาสัตว์  และงา  นอกจากนี้รัชกาลที่ ๔
ยังทรงมีพระราชดำริที่จะตั้งให้เป็นเมืองราชธานีแห่งที่ ๒ 
แต่เนื่องจากขาดแคลนน้ำและการคมนาคมไม่สะดวก 
จึงโปรดให้สร้างที่ประทับที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์  มีเมืองลพบุรี
ซึ่งสร้างสมัยสมเด็จระนารายณ์มหาราชแทน

          ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ 
พระองค์ได้ทรงทำนุบำรุงเมืองนครราชสีมาให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนในทุก
ๆ ด้าน ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นคงของชาติต่อต้านการแผ่ขยายอิทธิพลของฝรั่งเศส
  ที่เห็นเด่นชัดที่สุด คือ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้กรมหมื่นสรรพสิทธิ์ประสงค์จัดเตรียมการปกครองเมืองนครราชสีมาเพื่อเตรียมการตั้งเป็นมณฑลเทศาภิบาล
นอกจากนี้ยังโปรดให้สร้างทางรถไฟสายแรกจากกรุงเทพฯ - นครราชสีมา เมื่อปี
พุทธศักราช  ๒๔๓๓ ทำให้เมืองนครราชสีมา และเมืองอื่น ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  เดินทางติดต่อกับภาคกลางและภาคอื่น ๆ ได้สะดวก
ทำให้ชาวเมืองเกิดความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย

          สมัยรัชกาลที่ ๖  ได้โปรดให้รวมมณฑลเทศาภิบาลเข้าเป็นภาค 
มีอุปราชปกครอง  ยกเว้นมณฑลนครราชสีมา 
ยังคงปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๗  ปี พุทธศักราช 
๒๔๗๖  ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  และกบฎบวรเดช 
รัฐบาลจึงได้ตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 
๒๔๗๖  ยุบมณฑลเทศาภิบาล  และจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค 
โดยแบ่งการปกครองออกเป็นจังหวัด  และอำเภอมาจนถึงปัจจุบัน
 
   
คัดสรรมาฝากโดย ez002 (นงนุช สมิทธิ์เมธีรักษ์) บทความทั้งหมดของคุณ ez002
วันที่ 09/07/2550 เวลา 21:30:19
เข้าชมบทความนี้แล้ว 5615 ครั้ง ได้รับการโหวต 4 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 5615 คน ตอบ 9 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 9
วันที่ 5/8/2551 16:28:15
โดย คุณ มหัศจรรย์กำไรวันละ 1,700.- บาท
IP : 61.7.185.***
 

มหัศจรรย์กำไรวันละ 1,700.- บาท
ธุรกิจอะไรไม่รู้ เหลือเชื่อ ทำงานตามระบบงานที่กำหนดเพียงวันละ 2 ชั่วโมง มีกำไรวันละ 1,700.- บาท
แม้จะแตกต่างด้านการศึกษา อายุ หรือแม้แต่ประสบการณ์ เพราะเรามีระบบงาน “มหัศจรรย์กำไรวันละ 1,700.- บาท” สนับสนุนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูง
คุณจะเลือกอะไร ระหว่างการ ได้ร

โพสต์เมื่อ : 5/8/2551 16:28:15
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 8
วันที่ 10/11/2550 16:08:07
โดย คุณ ดปด้าปดปดัปดดะดป
IP : 125.26.87.***
 



โพสต์เมื่อ : 10/11/2550 16:08:07
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 7
วันที่ 8/9/2550 15:41:08
โดย คุณ .........และ............
IP : 125.27.253.***
 

เรื่องราวเยอะดีนะค่ะจังหวัดนี้

โพสต์เมื่อ : 8/9/2550 15:41:08
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 6
วันที่ 15/8/2550 16:26:51
โดย คุณ ppair
IP : 203.172.188.***
 



โพสต์เมื่อ : 15/8/2550 16:26:51
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 5
วันที่ 8/8/2550 15:37:26
โดย คุณ จาก แก้ว
IP : 58.10.21.***
 



โพสต์เมื่อ : 8/8/2550 15:37:26
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 4
วันที่ 8/8/2550 15:33:42
โดย คุณ ดกสาด
IP : 58.10.21.***
 



โพสต์เมื่อ : 8/8/2550 15:33:42
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 3
วันที่ 8/8/2550 15:31:54
โดย คุณ ไม่บอก
IP : 58.10.21.***
 

ประวัติสนุกมาก

โพสต์เมื่อ : 8/8/2550 15:31:54
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 7/8/2550 2:54:27
โดย คุณ เด็กโคราช ส.ร.น.
IP : 202.28.27.***
 

กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ร๊ากโคราชที่สู๊ดดดดดดดดดดดดด อิอิ

โพสต์เมื่อ : 7/8/2550 2:54:27
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 4/8/2550 17:14:06
โดย คุณ mam
IP : 202.139.203.***
 

สุดยอด!!เลย ใครที่กำลังเคลียด !กับงาน มีงานง่ายทำวันละ 2-3 ชม. รายได้วันละ 500-1000 ไม่กระทบงานประจำ ถ้าสนใจลองเข้าไปอ่านดูนะที่ fonjob.sg.tf

โพสต์เมื่อ : 4/8/2550 17:14:06
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 5615 คน ตอบ 9 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด