บรมราชสถิตยมโหฬาร พระที่นั่งองค์ใหม่ รัชกาลที่ 9

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

บรมราชสถิตยมโหฬาร พระที่นั่งองค์ใหม่ รัชกาลที่ 9



วันที่ 13 มิถุนายน 2549 พระที่นั่งองค์ใหม่ในรัชกาลที่ 9 จะเปิดโฉมอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรกในงานถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ แด่สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีต่างประเทศ

คือ *พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร*

พระที่นั่งองค์นี้แม้มิได้สร้างขึ้นใหม่โดดๆ เพราะเป็นส่วนต่อเติมพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทเข้าไปในเขตพระราชฐานชั้นใน ต่อเติมจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ถึงกระนั้นความงดงามของพระที่นั่งองค์ใหม่นี้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชน และพระราชอาคันตุกะจากต่างแดน

"คุณเกรียงไกร" กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง เล่าถึงความเป็นมาของพระที่นั่งองค์ใหม่นี้ว่า เป็นพระที่นั่งกว้างใหญ่มาก เพราะกั้นห้องใหญ่ 3 ห้องไว้ด้วยกัน ซึ่งแต่ก่อนห้องทั้งสามมีชื่อเรียก ตรงกลางคือ ห้องเหลือง ฝั่งตะวันออกเป็นห้องน้ำเงิน ส่วนฝั่งตะวันตกคือ ห้องเขียว

แต่เมื่อมารวมเป็นพระที่นั่งองค์ใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อ "พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร" ถือเป็นชื่อทางราชการ

"พูดถึงพระที่นั่งที่ประกอบใช้ พระที่นั่งองค์ใหม่เป็นส่วนหนึ่งที่เขาต่อลึกเข้าไป ซึ่งแต่เดิมเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเจ้าเกล้าอยู่หัว มีพระที่นั่งหลายองค์เรียงกัน คือ พระที่นั่งอมรพิมานมณี ที่ประทับบรรทมอยู่บนนี้ พระที่นั่งสุทธาศรีอภิรมย์ ที่สมเด็จพระพันปีหลวงประทับ พระที่นั่งบรรณาคมสรณีย์ พระที่นั่งปรีดีวโรทัย เป็นต้น ของเดิมเป็นอย่างนี้"

คุณเกรียงไกรอธิบายว่า ต่อจากพระที่นั่งอมรพิมานมณีไปแล้ว ทางด้านทิศตะวันตกจะเป็นสวน เรียก "สวนสวรรค์" ซึ่งไม่ใช่สวนอยู่กับพื้นดิน แต่เป็นสวนบนดาดฟ้า สวยงามมาก มีพรรณไม้ น้ำตก มีภูเขา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชพระองค์แรก ทรงประสูติที่นี่
เกรียงไกร วิสวามิตร

"พระที่นั่งองค์ใหม่กับองค์เก่าสถานที่ไม่ใช่ของเดิม ปัจจุบันนี้ที่เป็นพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ชื่อนี้เคยเป็นชื่อพระที่นั่งอยู่ข้างในด้านใต้ เป็นพระที่นั่งบรมราชสถิตยของรัชกาลที่ 5 แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เขาทำเป็นห้องใหญ่โล่งไปเลย และมีอัฒจันทร์บันไดขึ้น

คือ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทอยู่ข้างหน้า ด้านตะวันออกเป็นมุขกระสัน ตรงเข้าไปเป็นท้องพระโรงกลาง ขวามือเป็นพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ตอนนี้ก็ยังอยู่ ไม่รื้อ ทีนี้พูดถึงพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ หน้าพระที่นั่งเขามีอ่างแก้ว น้ำพุ ด้านตะวันออกเป็นอัฒจันทร์ขึ้นสู่ท้องพระโรงกลาง เมื่อก่อนเสด็จพระราชดำเนินขึ้น ตอนหลังถึงมาเปลี่ยนเป็นลิฟต์.."

สำหรับการออกแบบพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทนั้น คุณเกรียงไกรเล่าว่า คนออกแบบเป็นฝรั่ง ส่วนพระที่นั่งองค์ใหม่ ผู้ที่ออกแบบสร้างใหม่เป็นสถาปนิกสำนักพระราชวัง เป็นหม่อมราชวงศ์ กับท้าวเทวา

พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร เริ่มสร้างเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่หยุดไป เนื่องจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่

"พระที่นั่งองค์ใหม่นี้เริ่มสร้างหลายปีแล้วหยุดไป ตอนแรกฝังเสาเข็มแล้วก็หยุดสร้าง มาสร้างใหม่อีกครั้งสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ทำเร็วมากไม่ถึง 2 ปี ประมาณปี 2547"

มูลเหตุที่ต่อเติมพระที่นั่งองค์ใหม่เป็นที่พระราชทานเลี้ยง คือสมัยก่อนการเลี้ยงประมุขต่างประเทศใช้ห้องทั้งสองห้อง คือท้องพระโรงกลางกับพระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์

ท้องพระโรงกลาง จะเป็นโต๊ะที่พระเจ้าอยู่หัวทรงประทับ เป็นโต๊ะใหญ่ ส่วนทางด้านพระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ เป็นโต๊ะทั่วไป

"ทีนี้การแยกกันนั่ง พระเจ้าอยู่หัวว่ามันไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้อง ผู้ที่มารับพระราชทานเลี้ยงที่จะต้องแยกออกไป แต่ทีนี้ทำยังไงได้ เพราะว่าคนมากตั้ง 140 คน แต่จุได้ 80 ต้องจัดแยก เลยต้องสร้างพระที่นั่งองค์ใหม่ขึ้นมา"

1 มีนาคม 2547 เป็นการเริ่มสร้างรอบที่ 2 คุณเกรียงไกรเล่าว่า เดิมที่สร้างครั้งแรกเป็นห้องใต้ดิน ข้างบนปิดเอาไว้ มีแต่เสาเข็มโผล่ขึ้นมา พอเริ่มเปิดทำใหม่ต่อมาเรื่อยๆ

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ เล่าไว้ว่า พระที่นั่งองค์ใหม่นี้เคยโดนวิกฤตบ้านเมือง ต้องหยุดสร้างถึง 4 ครั้ง 4 หน แต่ในที่สุดก็สร้างจนสำเร็จ โดยงบประมาณทั้งหมดนั้นเป็นเงินส่วนพระองค์ ที่เก็บจากค่าเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่โปรดฯนัก แต่บรรดาข้าราชบริพารทั้งหลายเห็นว่าน่าจะสร้าง และอยากสร้างเพราะเป็น 60 ปีแห่งการครองราชย์ จึงถือว่าพระที่นั่งองค์ใหม่นี้ เป็นพระที่นั่งที่สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 9

พระที่นั่งพระองค์ใหม่จะใช้เป็นสถานที่พระราชทานเลี้ยงพระราชอาคันตุกะเพียงวันเดียวคือ วันที่ 13 มิถุนายน

ความสำคัญของพระที่นั่งองค์ใหม่นี้ มีต่อเนื่องกับเหตุการณ์สำคัญในอดีตที่น่าสนใจยิ่ง คุณเกรียงไกรเล่าว่า

ถ้าพูดถึงพระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์กับพระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระที่นั่งสององค์นี้แต่เดิมสมัยก่อนไม่ได้เป็นแบบนี้

"สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเรือนชั้นเดียว พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ สมัยรัชกาลที่ 5 กรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ ทรงประทับร่วมกับท่านผู้หญิงละม่อม ซึ่งเป็นองค์อุปัฏฐากของกรมสมเด็จพระเทพฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ ท่านเป็นพระราชินีของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เพราะฉะนั้นที่ตรงนี้ กรมสมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงประสูติเจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ เจ้าฟ้าหญิงจันทรมณฑล เจ้าฟ้าชายจาตุรนต์รัศมี เจ้าฟ้าชายภาณุรังษีสว่างวงศ์ ทั้ง 4 พระองค์ประสูติที่นี้"

"ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ท่านทรงมีพระราชดำริ ว่าเป็นสถานที่ดั้งเดิมชัยภูมิที่ท่านประสูติ ไม่มีผู้ใดมาเจือปน ท่านก็เลยโปรดเกล้าฯให้รื้อลง แล้วสร้างให้เสมอกับพระที่นั่งจักรีแล้วพระราชทานนามว่า พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ คำว่า "สมมติเทวราชอุปบัติ" คือองค์สมมติเทพมาเกิด คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯทรงประสูติที่นี่ และที่ท้องพระโรงพระที่นั่งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ท่านทรงมีประกาศเกี่ยวกับการเลิกทาส เป็นที่ให้ประกาศพระราชโองการการเลิกทาส ออกไปจากตรงนี้"

ปัจจุบันพระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ใช้เป็นที่เลี้ยงกาแฟหลังจากการเลี้ยงพระกระยาหารประมุขต่างประเทศ

"ข้างในตรงเหนือประตูจะเป็นช่องๆ มีอักษรพระนามาภิไธย "จปร." กับ "ภปร." ตัวอักษร จปร.พื้นสีทาสีชมภู ส่วนอักษร ภปร.พื้นทาสีเหลือง ซึ่งคือวันจันทร์ สีวันประสูติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน" คุณเกรียงไกรอธิบาย

สำหรับชื่อ "พระบรมราชสถิตยมโหฬาร" ชื่อไม่มีการันต์ คำว่า"สถิตย์" แปลว่า อยู่ ในทำเนียบนามของกรมสมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพ ท่านชำระไว้ก็เป็นแบบนี้ ชื่อพระที่นั่งไม่มีการันต์ เช่น อมรินทรวินิจฉัย ไม่มีการันต์ ฉะนั้น พระบรมราชสถิตยมโหฬาร ก็ไม่มีการันต์

ความงดงามของพระที่นั่งองค์ใหม่ สวยงามเพียงใด ติดตามได้จากงานวันพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำแด่พระราชอาคันตุกะ ทั้ง 25 ประเทศ

ขอขอบคุณ รักบ้านเกิด.คอม
   
คัดสรรมาฝากโดย mutu11 (อนุชา เจซาคาล) บทความทั้งหมดของคุณ mutu11
วันที่ 28/11/2549 เวลา 13:07:03
เข้าชมบทความนี้แล้ว 2453 ครั้ง ได้รับการโหวต 2 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 2453 คน ตอบ 4 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 4
วันที่ 20/8/2550 17:24:54
โดย คุณ ดีค่ะ
IP : 203.172.54.***
 



โพสต์เมื่อ : 20/8/2550 17:24:54
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 3
วันที่ 19/12/2549 10:17:57
โดย คุณ 007
IP : 58.10.146.***
 



โพสต์เมื่อ : 19/12/2549 10:17:57
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 12/12/2549 3:33:20
โดย คุณ โฟรแมน
IP : 221.128.96.***
 

เห็นว่าผู้ที่ทำการออกแบบภายในคืออาจารย์จากจุฬาและมัณฑนากรจากรั้วศิลปากรไม่ใช่หรือ

โพสต์เมื่อ : 12/12/2549 3:33:20
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 1/12/2549 21:39:56
โดย คุณ hkjh;
IP : 203.209.126.***
 

{039}

โพสต์เมื่อ : 1/12/2549 21:39:56
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 2453 คน ตอบ 4 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด