หลักคำสอนศาสนา แก้วิกฤติปัญหาครอบครัวไทย

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

แต่เมื่อโลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน คนเริ่มถอยออกห่างจากศาสนา จากที่เคยนำหลักศาสนามาใช้ในครอบครัว ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติ ใช้ในการดำเนินชีวิต มาวันนี้หลายคน หลายครอบครัว ไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว สาเหตุเกิดจากอะไร แล้วเราจะมีทางแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้หรือไม่

            ดังนั้นทาง ศูนย์จัดการความรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็ง สถาบันรักลูก  โดยกาสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับ สนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จึงได้จัดเวทีเสวนาวิชาการ Family Forum ครั้งที่ 3 ในประเด็นเรื่อง “หลักคำสอนศาสนาคริสต์ อิสลาม กับการแก้วิกฤตครอบครัวไทย” ณ ห้องประชุม 2D บริษัท รักลูกแฟมิลี่กรุ๊ป จำกัด

            บาทหลวงวิชัย โภคทวี กล่าวถึงวิกฤติครอบครัวไทยในปัจจุบันว่า วิกฤตของครอบครัวไทยเป็นอาการวิกฤตทางสังคมไทย ไม่สามารถมองเฉพาะที่ครอบครัวได้ และวิฤตทางสังคมจะต้องมองให้ตรงประเด็นจึงจะแก้ไขได้ ซึ่งวิกฤติดังกล่าวเป็นเพราะสังคมไทยขาดศีลธรรม ละเลย-ละทิ้งศีลธรรม ไม่ศรัทธาในธรรม โดยเอาผลประโยชน์เข้ามาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต และอาการของสังคมจะไปปรากฏในส่วนที่อ่อนแอของสังคม ก็คือ “ครอบครัว” และจะลงไปยังส่วนที่อ่อนแอในครอบครัว เช่น ในเด็ก ในผู้หญิง ซึ่งเป็นเหยื่อความรุนแรงของปัญหาในครอบครัว

            สำหรับวิกฤตของสังคมที่เกิดขึ้น มี 2 สถาบันที่น่าเป็นห่วง คือ สถาบันการศึกษา เพราะปัจจุบันสถาบันการ ศึกษาให้ความรู้ที่มุ่งเน้นไปในเรื่องการประกอบอาชีพ การศึกษาไม่ได้ทำให้คนเป็นคนที่สมบูรณ์ ไม่ได้เน้นที่คุณค่าของวิชาที่เรียน ไม่ได้เน้นที่จรรยาบรรณวิชาชีพต่างๆ และสถาบันศาสนา ระบบทุนนิยมนำศาสนาเข้ามาหาผลประโยชน์ให้กับทุนนิยม ศาสนาก็ลืมที่จะทำหน้าที่ ลืมสร้างจิตสำนึกให้สังคม ลืมที่จะเตือนสติให้กับคนในสังคม ดังนั้นศาสนาต้องทำหน้าที่ในการเตือนสติให้กับคนในสังคม ต้องนำศีลธรรมกลับสู่ครอบครัวและสังคมให้ได้

            มนุษย์กำลังเดินหลงเข้าไปในกระแสสังคม บริโภคนิยม ความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว เมื่อหลงเข้าไปแล้วก็จะส่งกระทบต่อครอบครัว มนุษย์ไม่เคยได้ทบทวนเลยว่ามนุษย์เราเกิดมาเพื่ออะไร ดังนั้นเราจะต้องตั้งเป้าให้ได้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร แถบทุกศาสนาจะสอนว่าอย่าเห็นแก่ตัว ศาสนาคริสต์บอกว่าให้เราเป็นผู้รับใช้ ให้เราเป็นคนเพื่อผู้อื่น ดังนั้นสาเหตุของวิกฤตเหล่านี้ ก็คือ เรากำลังพลาดเป้า

            การแก้วิกฤตทางครอบครัว จึงต้องมองให้เห็นถึงต้นตอของปัญหา และเข้าไปแก้ให้ตรงจุด โดยให้เราจะต้องดึงศีลธรรมกลับคืนสู่สังคม และมองสังคมเป็นเรื่องใหญ่ มองที่ครอบครัว มองที่ตัวของเราเอง แล้วตั้งใจที่จะนำศีลธรรมกลับคืนมาให้ได้ วิธีการก็คือการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายและพอเพียง บนพื้นฐานของธรรมะ ศีลธรรม เพราะหลักศาสนาทุกศาสนาสอนให้เราดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง และต้องดำเนินชีวิตพอเพียงอย่างมีความสุขด้วย การดำเนินชีวิตด้วยการพิจารณาไตร่ตรอง

            พระเจ้าในแง่คริสตชนของเราคือหลักการสำคัญ ได้แก่ ความถูกต้อง สัจจะ ความรัก อาจจะเปรียบกับพุทธ คือ ธรรมะ เป็นหลักการในการดำเนินชีวิต แต่ปัจจุบันเรากำลังทิ้งหลักการ ไม่มีใครสนใจว่าอะไรถูกอะไรผิด จึงทำให้เกิดการกระทำที่ผิดพลาดในชีวิต

            อาจารย์ธงชัย  ประดับขนานุรัตน์ กล่าวเสริมว่า ครอบครัวไทยอยู่ในขั้นล่อแหลมต่ออันตราย เรื่องที่ครอบครัวในสังคม ไทยยุคปัจจุบันกำลังประสบวิกฤตคือ ความคาดหวังในชีวิตสมรส ความเข้าใจในชีวิตคู่ที่ลดลง ความตั้งใจที่ลดลง ความเต็มใจที่จะร่วม กันแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นลดน้อยลง และความหวังใจที่จะให้เรื่องที่เกิดขึ้นผ่านไปด้วยดีก็ไม่เกิด เมื่อหมดหวังการให้อภัยก็จะไม่มีขึ้นในครอบครัว ต่างฝ่ายต่างสิ้นหวัง ก็จะเป็นเรื่องตัวใครตัวมัน

            สภาพวิกฤตของสังคมไทยในปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่เรื่อง การสื่อสารที่ลดลง การสื่อสารไม่เป็นและไม่เพียงพอ สิ่งที่ตามมาคือเกิดความขัดแย้งในเรื่องต่างๆ เช่น การเงิน หนี้สิน ญาติผู้ใหญ่  อาชีพ นำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัว ความขมขื่นใจ  เราพบว่านิสัยใจคอของชายและหญิงที่ต่างกันสร้างความขมขื่นให้กันและกันมาก เกิดความเฉยชา นำไปสู่การหย่าร้าง การติดสื่ออินเตอร์เน็ต ความป่วยไข้ มีทั้งป่วยทางกาย ป่วยทางจิตและวิญญาณ(เกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล) การผิดศีลธรรม ความไม่ซื่อสัตย์ ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และ ความผิด(ปรกติ)ทางเพศ

            ศาสนามี 2 มิติ คือ ศาสนาที่เป็นตัวหนังสือ และศาสนาในใจ ซึ่งศาสนาในใจถือเป็นกลไกแรกที่คนได้นับถือและปฏิบัติสืบต่อกันมา แต่กาลเวลาทำให้คนเปลี่ยน คนเข้ามาทำลายระบบ กลายเป็นศาสนาทำหน้าที่อัยการ ทำหน้าที่เป็นตัวฟ้องว่าเราไม่ได้ทำตามศาสนาที่อยู่ในใจของเรา เมื่อมนุษย์เราไม่ทำตามศาสนาในใจ จึงต้องมีศาสนาที่เป็นตัวหนังสือขึ้นมา  

            สำหรับทางออกของหลักศาสนากับการทำให้ครอบครัวเข้มแข็ง บาทหลวงวิชัย และ อ.ธงชัย เสนอว่า ครอบครัวจะต้องตั้งใจ ตั้งมั่น เชื่อมั่นและมีเป้าหมายร่วมกัน ในการที่จะดำเนินตามหลักศาสนาที่เรานับถือ ต้องเห็นคุณค่าในหลักคำสอน เมื่อมองชีวิตครอบครัวก็ต้องมองอีกชีวิตหนึ่งด้วย คือพ่อแม่จะอุทิศชีวิตทั้งหมดเพื่อลูก เมื่อเห็นครอบครัวเป็นชีวิต หน้าที่ของสามี-ภรรยาคือการทำให้เป็นชีวิตใหม่ให้ได้ เป็นหนึ่งเดียวกันให้ได้ แม้จะมีความแตกต่างกันก็ตาม คุณต้องทำชีวิตครอบครัวนี้มีชีวิตที่เจริญเติบโตและเป็นชีวิตที่สมบูรณ์ให้ได้ ทั้งสองจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่จะนำพาให้ครอบครัวเดินไปถึงเป้าหมายร่วมกัน

            สิ่งที่ตรงกันข้ามกับความรักคือความเห็นแก่ตัว เพราะถ้าเราเห็นแก่ตัวแล้วเรารักไม่ได้ เมื่อเราแต่งงานกันแล้วให้หลักศาสนาเข้ามาเป็นหลัก ทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะเราสามารถเอาชนะความเกลียด ความแตกต่างเพราะความรัก เราเห็นอกเห็นใจเขา เคารพซึ่งกันและกัน เป็นการสาน 2 ชีวิตให้เข้าหากัน และกลายเป็นความรักที่แท้จริง เป็นความรักที่เราสามารถอุทิศชีวิตเราเพื่อกับคนอื่น และกลายเป็นพลังความรักที่ยิ่งใหญ่

          นอกจากนั้นในส่วนของภาครัฐ อ.ธงชัย เสนอว่า การที่จะทำให้คนเข้าใจ เข้าถึง เรื่องคุณค่าของหลักศาสนา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของตัวศาสนา ส่วนขององค์กรรัฐ และส่วนของภาคเอกชน เช่น ภาครัฐที่เกี่ยวข้องขอความร่วมมือกับองค์กรศาสนาทุกระดับ ทุกศาสนา ในการส่งเสริมหลักคำสอนศาสนาที่ช่วยให้ครอบครัวเข้มแข็งให้กับศาสนิกของตนและประชาชนทั่วไป ภาค รัฐช่วยเผยแพร่หลักคำสอนและโครงการต่างๆ หรือกิจกรรมของเครือข่ายองค์กรศาสนา ผ่านหน่วยงานราชการทุกแห่ง และให้ภาครัฐของกรมประชาสัมพันธ์ หรือ อ.ส.ม.ท. จัดสรรช่วงเวลาให้มีการเผยแพร่หลักคำสอนที่มีประโยชน์ต่อครอบครัว ทางสื่อของภาครัฐ ในส่วนขององค์การศาสนาของทุกศาสนาก็ต้องเข้ามาดูแลระบบ หาช่องทางที่จะให้หลักศาสนาเข้าไปทำให้ครอบครัวเข้มแข็ง ปัญหาครอบครัวจะแก้ไขไม่ได้ถ้าครอบครัวไม่มีหลักธรรม ยังขาดคุณธรรม

            ด้านศาสนาอิสลาม คุณฉ่าฝ้าหรี ไหมหมาด ครูสอนศาสนาอิสลาม จ.พัทลุง กล่าวว่า ความดีของคนอยู่ที่คุณธรรม วิกฤตของครอบครัวไทยถือว่าเป็นวิกฤตระดับประเทศ ไปจนถึงระดับโลก ทุกประเทศขณะนี้ก็กำลังเผชิญกับวิกฤตครอบครัว ซึ่งตัวปัญหารากเหง้าของวิกฤตจริงๆ นั้นคือวิกฤตทางด้านศรัทธา ด้านคุณธรรมและจริยธรรม คนขากหลักธรรม การที่เราไม่มีหลักศาสนาก็จะตกเป็นทาสของอารมณ์ ทำอะไรตามอารมณ์ สุดท้ายก็จะตกเป็นทาสของวัตถุนิยม บริโภคนิยม ณ วันนี้ ผู้คนหันหลังให้ศาสนา และหันหน้าเข้าหากระแสสังคม กระแสบริโภคนิยม สังคมจึงเกิดปัญหาเช่นที่ทุกวันนี้

            สาเหตุที่ทำให้คนไม่นำหลักศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นเพราะการขาดความตระหนัก ไม่สุกงอมในความเชื่อ ในการเรียนรู้ และในการทำความเข้าใจ คือมองว่าเราไม่ยึดหลักศาสนาก็ไม่เห็นเป็นไร หลักเดิมคือมุสลิมต้องสร้างความเชื่อเหล่านี้ตั้งแต่เด็ก แต่ครอบครัวขาดการติดตามพฤติกรรม ละเลย แม้หลักการจะดี แต่ถ้าไม่เห็นความสำคัญ และไม่ได้รับการฝึกฝน อบรมมาตั้งแต่เล็ก  ก็ทำให้คนหลุดออกไปจากคำสอน     

            จากที่เราเห็นว่าแม้แต่พ่อแม่เองก็ยังไม่ปฏิบัติตามหลักศาสนาเลย ไม่ว่าจะเป็นการละหมาด หรือการแต่งกายที่ไม่เป็นอิสลาม หรือการประพฤติปฏิบัติก็ยังไม่เป็นไปตามวิถีของชาวมุสลิม แต่เขายังมีความรู้สึกว่าถ้าเป็นมุสลิมจะต้องเรียนศาสนา ความรู้สึกยังมีแม้ว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะปฏิบัติ ซึ่งบุคคลประเภทนี้มีจำนวนมาก ก็จะส่งลูกเข้าเรียนในสถาบันที่มีการสอนหลักศาสนาอิสลาม เพื่อไม่ให้ลูกเป็นเหมือนกับพ่อแม่ แต่บางครอบครัวก็ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ก็มี ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับพื้นฐานของแต่ละครอบครัว

            ข้อห้าม หรือพฤติกรรมที่ผิดหลักศาสนา ที่ชาวมุสลิมไม่ควรทำ ได้แก่ ห้ามดื่มเหล้า ห้ามละเมิดเกียรติยศ หมายถึงห้ามนินทา ห้ามวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น ห้ามโกหก ห้ามขาดการทำละหมาด ตื่นสายไม่ได้ เพราะเราเชื่อว่าการละหมาดคือการเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้า แต่จริงๆ แล้ว การละหมาดเพื่อทำให้จิตใจมีความสุข เกิดสมาธิ ขจัดความวิตกกังวลและความกังวลใจ ซึ่งการละหมาดจะทำที่ไหนก็ได้

           

 

            ถ้าครอบครัวไหนที่ไม่นำหลักศาสนาอิสลามเข้าไปใช้ ครอบครัวนั้นก็จะเกิดปัญหาขึ้นทันที พ่อแม่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องศาสนาตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ ต้องให้ลูกเข้าโรงเรียนสอนศาสนาตั้งแต่อายุ 6-7 ปี เด็กจะต้องได้รับการเรียนการสอนในด้านศาสนาตั้งแต่ ป.1-ป.6 เมื่อเข้ามัธยม ก็สามารถเลือกเรียนด้านสามัญควบคู่กับศาสนาอิสลาม เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยก็สามารถเลือกเรียนได้ตามใจเด็ก ที่เป็นเช่นนั้นเพื่อเป็นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมตามหลักคำสอนของศาสนา เพราะถ้าลูกไม่เรียนศาสนาในช่วงวัยนี้ โตขึ้นเขาก็จะไม่เข้าใจ ไม่รับศาสนา สุดท้ายเด็กก็จะมีปัญหาเพราะไม่มีหลักยึด  ทำอะไรก็จะไม่กลัวบาป

            ถ้าชาวมุสลิมยึดมั่น เชื่อมั่นในหลักศาสนา วิถีชีวิตของชาวมุสลิมก็จะไม่เปลี่ยน เพราะหลักศาสนามีหลักที่สำคัญคือหลักศรัทธา เชื่อในเรื่องของบาป-บุญ เชื่อว่า พระผู้เป็นเจ้าติดตามเราทุกขณะ ซึ่งความเชื่อนี้เกิดขึ้นแล้วลบล้างไม่ได้ ถ้าสถาบันครอบครัว ไม่มีหลักความเชื่อในศาสนาแล้วยากที่จะควบคุมครอบครัวให้อยู่ในหลักศาสนาได้ แต่เมื่อมามองในสังคมมุสลิม ศาสนายังสามารถที่จะเข้ามาควบคุมดูแลครอบครัวได้ ถ้าชาวมุสลิมเข้าใจ ตระหนักรู้ และนำมาปรับใช้อย่างจริงจัง

          ในชุมชนเอง บทบาทของมัสยิดก็จะต้องตื่นตัวขึ้น ให้ผู้นำศาสนาเข้ามามีบทบาทหน้าที่มากขึ้น มีอำนาจในการตัดเตือน ให้ชาวบ้านเห็นว่าผู้นำศาสนาก็มีบทบาทหน้าที่ มีความสำคัญในการตักเตือน ลงโทษกับคนที่กระทำผิดหลักศาสนา

            รองศาสตราจารย์.ดร.จรัญ  มะลูลีม อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมในเรื่องวิกฤตศาสนากับครอบครัวว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นในมุสลิมนั้นไม่แตกต่างจากศาสนาอื่น ทุกวันนี้ชาวมุสลิมมีวิกฤตในเรื่องความรู้สึกที่ไม่มั่นคงในชีวิต ชาวมุสลิมจะต้องเรียนศาสนาตั้งแต่เล็กๆ ได้รับการสอนตั้งแต่เรื่องศาสนบัญญัติ ซึ่งเป็นภาคบังคับ เพื่อให้รู้จักพระเจ้า คุณความดี บุญคุณคน และกตัญญูต่อประเทศชาติ

            สิ่งที่อิสลามไม่เปลี่ยนก็คือ หลักการศาสนา การถือศีลอด การไปประกอบพิธีฮัจจ์ การบริจาคทาน ซึ่งเป็นหลักการ  แต่ที่วิกฤตก็คือ ลูกหลานมุสลิมส่วนใหญ่มีปัญหาครอบครัวเนื่องมาจากพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูก ครอบครัวไม่สามารถนำเอาหลักธรรมของศาสนามาใช้ในครอบครัวได้ เห็นแก่สังคม กระแสนิยม และความฟุ้งเฟ้อ ดังนั้นวิกฤตในครอบครัวเป็นวิกฤตที่มาจากขาดความศรัทธา การไม่เห็นคุณค่าของหลักคำสอน และการละเลย พ่อแม่ไม่สอนและฝากความหวังไว้ที่ครูฝ่ายเดียว

            ทางออกหรือการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น คือ การให้มัสยิดเข้ามาทำหน้าที่ได้เต็มที่ ชุมชนให้การสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมด้านศาสนาในชุมชน มีกฎเกณฑ์ ข้อบังคับให้กับชาวมุสลิมในชุมชนในการปฏิศาสนกิจ มีการควบคุมสื่อ เปิดช่องทางให้ศาสนาเข้ามาใช้พื้นที่สื่อ เพื่อเผยแพร่คำสอนตามหลักศาสนา ครอบครัวเข้ามาให้ความสำคัญ ดูแล และสนับสนุน หน่วยงานภาครัฐ เข้ามาสนับสนุนงบประมาณในการส่งเสริมโครงการต่างๆ ที่ชุมชนได้จัดขึ้น ควบคุมสื่อไม่ดี และส่งเสริมสื่อดีให้เกิดขึ้นในสังคม

            ไม่ว่าจะอยู่ในศาสนาใด หลักคำสอนของแต่ละศาสนาก็สอนไม่แตกต่างกัน เราสามารถนำหลักศาสนามาปฏิบัติได้ หากครอบครัว คนทุกคน นำหลักศาสนามาปรับใช้กับการดำเนินชีวิต สังคมไทยก็จะสงบสุข ครอบครัวก็จะเข้มแข็ง

**************************************************************

   
คัดสรรมาฝากโดย somkiat1 ( ) บทความทั้งหมดของคุณ somkiat1
วันที่ 26/07/2550 เวลา 11:28:37
เข้าชมบทความนี้แล้ว 15369 ครั้ง ได้รับการโหวต 22 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 15369 คน ตอบ 3 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 3
วันที่ 10/11/2550 11:31:05
โดย คุณ ติดต่อ คุณอนุรักษ์
IP : 124.120.55.***
 

บริษัท จันทร์มาศกรุ๊ป กฏหมายและนักสืบ จำกัด
นักสืบ สืบทุกเรื่องราวที่คุณต้องการทราบ
รักษาความลับ รับประกันผลงาน
สืบพฤติกรรม สืบจับตามหมายจับ
สืบหาตัวบุคคล สืบเรื่องทุจริตในหน่วยงาน
สืบหาข้อมูลทางการเงิน สืบหาข้อมูลทางการสื่อสาร
ติดตามตัวบุคคลด้วยระบบ GPS
บันทึกหลักฐานเป็นวีซีดี ไฟล์วีดีโอ

โพสต์เมื่อ : 10/11/2550 11:31:05
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 19/8/2550 14:53:31
โดย คุณ งุงิงุงิ
IP : 203.113.76.***
 

กาลครั้งหนึ่งมีผี !!!! ใครที่อ่านข้อความนี้จงคัดลอก ข้อค วา มนี้ไปส่งต่อจำนวน 10ค น มิฉะนั้นมีอันเป็นไป

โพสต์เมื่อ : 19/8/2550 14:53:31
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 4/8/2550 17:04:19
โดย คุณ mam
IP : 202.139.203.***
 

สุดยอด!!เลย ใครที่กำลังเคลียด !กับงาน มีงานง่ายทำวันละ 2-3 ชม. รายได้วันละ 500-1000 ไม่กระทบงานประจำ ถ้าสนใจลองเข้าไปอ่านดูนะที่ fonjob.sg.tf

โพสต์เมื่อ : 4/8/2550 17:04:19
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 15369 คน ตอบ 3 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด