เชียงใหม่: ดินแดนแห่งความงดงามด้านประเพณีและวัฒนธรรม

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

เชียงใหม่: ดินแดนแห่งความงดงามด้านประเพณีและวัฒนธรรม

โดย  พระมหาสุรศักดิ์  สุรเมธี (ชะมารัมย์)

นิสิตคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา

………………………………………..

 

 

“ดอยสุเทพเป็นศรี

ประเพณีเป็นสง่า

บุปผชาติล้วนงามตา

นามล้ำค่านครพิงค์”

 

          คำขวัญนี้เป็นคำขวัญประจำจังหวัดเชียงใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงความงดงาม ความเด่นสง่า ความล้ำค่าและความเลื่องลือในหลายๆด้าน และหนึ่งในนั้นคือ ความงดงามทางด้านประเพณีและวัฒนธรรม  ดอยสุเทพขึ้นชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ถึงกับมีคำพูดที่หลายคนมักพูดกันจนติดปากว่า ใครก็ตามที่เดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ หากไม่ได้แวะขึ้นไปบนดอยสุเทพ ก็เท่ากับว่ายังเดินทางมาไม่ถึงจังหวัดเชียงใหม่  ความงดงามของดอยสุเทพอันเป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุดอยสุเทพนี้  นับว่าเป็นจุดที่ดึงดูดสายตาของผู้คนที่เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ให้ไปเที่ยวชม เพราะหากมองจากบริเวณด้านล่างขึ้นไปบนดอยสุเทพ จะพบเห็นพระธาตุสีทองเด่นสง่าตั้งตระหง่านอยู่บนดอยสุเทพ  ชวนให้เกิดความศรัทธาและน่าเข้าไปกราบนมัสการเป็นอย่างมาก นอกจากนั้น บนดอยสุเทพยังมีความสวยสดงดงามด้านบุปผชาตินานาพันธุ์ให้ชื่นชมอีกมากมาย  ดังนั้นการขึ้นไปบนดอยสุเทพจึงไม่ทำให้ผู้ที่ขึ้นไปเที่ยวชมนั้นผิดหวัง

         

ประวัติความเป็นมาพอสังเขป

 

เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรื่องของอาณาจักรล้านนาซึ่งแผ่อิทธิผลปกคลุมทางตอนเหนือของประเทศไทย  พญามังรายทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา ทรงย้ายเมืองราชธานีจากเดิมคือเมืองเชียงแสนมาที่เมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.1839 เพราะทรงเห็นว่าเมืองเชียงใหม่มีทำเลที่ตั้งเหมาะสม  มีทรัพยากรทางธรรมชาติอันมั่งคั่ง และมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ อันได้แก่ แม่น้ำปิง ซึ่งถือได้ว่าเป็นสายโลหิตของผู้คนในอาณาจักร

                เมื่อทรงย้ายราชธานีมาที่เชียงใหม่ ได้ทรงสถาปนาชื่อเมืองว่า “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” นับแต่นั้น เมืองเชียงใหม่ได้กลายมาเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองแห่งอาณาจักรล้านนาแทนที่เมืองเชียงแสนอันเป็นราชธานีเดิม   พญามังรายได้พัฒนาเมืองเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังได้ทรงก่อสร้างวัดวาอารามขึ้นหลายแห่งมีวัดเชียงมั่น เป็นต้น รวมทั้งได้มีการตรากฎหมายที่เรียกว่า “มังรายศาสตร์”ขึ้นใช้ภายในอาณาจักรอีกด้วย

                เมื่อพระองค์สวรรคต เชื้อพระวงศ์ที่ทรงสืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากพระองค์ได้สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันปกครอง บริหาร พัฒนาบ้านเมืองพระองค์แล้วพระองค์เล่าตามลำดับอยู่เรื่อยๆ ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรื่องอย่างมาก  โดยเฉพาะในด้านพระพุทธศาสนานั้น มีการจัดทำสังคายนาขึ้น ใน พ.ศ.2020  ตรงกับราชสมัยของพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งอาณาจักรล้านนา พระองค์ทรงอุปถัมภ์การจัดทำสังคายนาในครั้งนี้  การทำสังคายนาในครั้งนี้นั้น ถือได้ว่าเป็นการทำสังคายนาครั้งที่ 9 ของโลก และเป็นครั้งแรกที่ทำในดินแดนสยาม ต่อมาไม่นานอาณาจักรล้านนา ก็เข้าสู่ยุคเสื่อม เพราะถูกรุกรานจากอาณาจักรอื่นๆ มี อาณาจักรสุโขทัย เป็นต้น และต่อมาอาณาจักรล้านนาก็สูญเสียเอกราชและถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสุโขทัยในที่สุด

                ตลอดระยะที่เชียงใหม่เป็นราชธานีและเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนานั้น  เมืองเชียงใหม่ได้ถูกพัฒนาจากผู้ปกครองบ้านเมืองให้เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์และเจริญรุ่งเรืองในหลายๆด้าน อาทิ ด้านศาสนา  การเมืองการปกครอง  เศรษฐกิจ ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม เป็นต้น  ความเจริญรุ่งเรืองดังกล่าวได้รับการสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

         

ความงดงามด้านประเพณีและวัฒนธรรม

 

เชียงใหม่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีประเพณีและวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่น งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง รวมทั้งมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะด้วย  ที่เป็นเช่นนี้ สืบเนื่องมาจากการที่เมืองเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซ้ำยังเคยเป็นราชธานีและเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้านของอาณาจักรล้านนา จึงทำให้เชียงใหม่รับเอาวัฒนธรรมจากต่างถิ่นเข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมของตน  รวมทั้งยังได้รับวัฒนธรรมจากพระพุทธศาสนาเข้ามาอีกทอดด้วย  จึงทำให้เชียงใหม่มีการผสมผสานหล่อหลอมวัฒนธรรมขึ้นมาใหม่กลายมาเป็นวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตน

               

ประเพณี

 

ประเพณีที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่  ประเพณีสงกรานต์  ประเพณีเข้าอินทขีล  ประเพณียี่เป็ง จุลกฐิน เป็นต้น 

 

ประเพณีสงกรานต์

 

 

 

 

 

 

 

 เชียงใหม่ได้รับการยอมรับว่า เป็นสถานที่ที่จัดงานประเพณีสงกรานต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมงาน  ซึ่งประเพณีสงกรานต์นี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี  ชาวเชียงใหม่เรียกวันสงกรานต์ว่า “วันปี๋ใหม่”  หรือเรียกว่า “วันสังขารล่อง” กล่าวคือเป็นวันสิ้นสุดศักราชเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ คำว่าสังขารล่อง มีความหมายว่า อายุสังขารของเราได้ล่วงเลยผ่านพ้นไปอีกปีหนึ่ง หรือ แก่ไปอีกหนึ่งปีนั่นเอง ชาวเชียงใหม่มีการจัดขบวนแห่พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเมือง ได้แก่ พระพุทธสิหิงค์ และขบวนแห่นางสงกรานต์ที่ประดับประดาตกแต่งอย่างอลังการแห่รอบเมืองเชียงใหม่  รวมทั้งมีการทรงน้ำพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง  ทรงน้ำพระสงฆ์  การก่อพระเจดีย์ทราย  รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่  การเล่นสาดน้ำกัน รวมทั้งยังมีการละเล่นต่างๆ อย่างสนุกสนานอีกด้วย

ประเพณีเข้าอินทขีล

 

 

 

 

 

ประเพณีเข้าอินทขิลเป็นประเพณีที่ชาวเชียงใหม่ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านานแล้ว เมื่อถึงเดือนพฤษภาคมไปจนถึงต้นเดือนมิถุนายน ตรงกับวันแรม 13 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งเรียกว่า “วันเข้าอินทขิล” ระหว่างนี้ ชาวเชียงใหม่จะร่วมกันประกอบพิธีบูชาอินทขิล อันเป็นเสาหลักเมือง ซึ่งอยู่ที่วัดเจดีย์หลวง ใจกลางเมืองเชียงใหม่ การประกอบพิธีบูชาเสาอินทขิลนี้ก็เพื่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขในบ้านเมือง

ประเพณียี่เป็ง

               

 

 

 

 

เมื่อวันเพ็ญเดือนสิบสอง หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 อันเป็นช่วงเวลาของเดือนหงายและเป็นช่วงที่แม่น้ำ ลำคลองเต็มเปี่ยมด้วยน้ำ  ชาวเชียงใหม่ได้พร้อมใจกันจัดประเพณีที่สำคัญและมีความสวยงามอย่างยิ่งขึ้น เรียกว่า “ประเพณียี่เป็ง หรือ ประเพณีเดือนสิบสอง” (คนไทยทั่วไปรู้จักกันคือ ประเพณีลอยกระทง) ในช่วงเช้าของวันยี่เป็ง ชาวเชียงใหม่จะเข้าวัดทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา   พอตกตอนค่ำก็จะเริ่มประกอบพิธีลอยขโมด อันเป็นความเชื่อเกี่ยวกับการปลดปล่อยทุกข์และสิ่งไม่ดีทั้งหลายให้ล่องลอยออกไปกับโคมลอย หรือเรียกอีกอย่างคือ พิธีปล่อยโคมลอย  นอกจากนั้น ชาวเชียงใหม่ยังประกอบพิธีลอยกระทง ตลอดจนมีการจัดงานการประกวดกระทง และการประกวดนางนพมาศขึ้นอีกด้วย ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ

                จุลกฐิน

 

 

 

 

 

 

 

จุลกฐิน เป็นประเพณีที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลกฐิน ภายหลังจากที่ออกพรรษาแล้ว จุลกฐินหรือเรียกอีกอย่างว่า กฐินแล่น มีลักษณะที่พิเศษคือ  เป็นกฐินที่ต้องอาศัยพลังความสามัคคีคนหมู่มาก และต้องรีบทำให้เสร็จภายในกำหนดหนึ่งวัน  ดังนั้นทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันทำ แบ่งหน้าที่กันทำเพื่อให้เร็วขึ้น เช่น บางคนทำฝ้าย  บางคนกรอ บางคนตัด  บางคนเย็บ บางคนย้อม เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อจะให้เสร็จทันเวลา เมื่อทำเสร็จก็สามารถทอดถวายที่วัดได้เลย ในส่วนชาวเชียงใหม่นั้น เมื่อทำผ้าจุลกฐินเสร็จก็จะร่วมขบวนแห่กันด้วยความร่าเริงสนุกสนาน มีตีกลองสะบัดชัย และมีการฟ้อนเจิงอันเป็นศิลปะพื้นเมืองดั้งเดิมของชาวเชียงใหม่ในช่วงของการแห่ขบวนจุลกฐิน  

                วัฒนธรรม

 

          เชียงใหม่มีวัฒนธรรมที่โดดเด่นและมีความเป็นเอกลักษณะเฉพาะ เพราะเชียงใหม่ได้รับอิทธิผลทางด้านวัฒนธรรมมาจากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น จากลาว ญวน มอญ เป็นต้น บวกกับการที่เคยเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนาในอดีต จึงทำให้มีการหล่อหลอมวัฒนธรรมต่างๆเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับวัฒนธรรมของตน จนทำให้ตนเองมีความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมขึ้นมา อาทิ วัฒนธรรมการแต่งกาย  วัฒนธรรมการสร้างบ้านเรือน  วัฒนธรรมการใช้ภาษา เป็นต้น

               

 

 

 

 

 

 

 

วัฒนธรรมการแต่งกาย 

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชาวเชียงใหม่มีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างหนึ่งคือ เป็นคนที่ชอบรักสวยรักงาม ดังนั้นวัฒนธรรมการแต่งกายจึงดูออกมาสวยงาม  การแต่งกายของชาวเชียงใหม่นี้ที่นิยมแต่งกันคือ การแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นชุดย้อนยุคของผู้คนชาวล้านนาในอดีต  เป็นชุดที่นิยมแต่งกันเวลามีงานหรือกิจกรรมสำคัญๆ เช่น  ไปทำบุญที่วัด  ร่วมประเพณียี่เป็ง  ร่วมกิจกรรมย้อนยุคต่างๆ เป็นต้น  ส่วนใหญ่ชุดพื้นเมืองทำมาจากผ้าฝ้าย อันเป็นพืชที่นิยมปลูกกันในบริเวณภาคเหนือของไทย ในปัจจุบันพบว่า ส่วนใหญ่ผู้คนชาวเชียงใหม่ไม่ค่อยมีใครนิยมแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง เวลาออกไปเรียนหรือทำงาน เพราะเป็นการขัดต่อวัฒนธรรมสมัยใหม่นั่นเอง ดังนั้น เราจะเห็นชาวเชียงใหม่แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองก็เวลาอยู่บ้าน มีงาน ประเพณี หรือกิจกรรมที่สำคัญเท่านั้น

 

วัฒนธรรมการสร้างบ้านเรือน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชาวเชียงใหม่นิยมสร้างบ้านเรือนตามฐานะของตน ผู้ที่มีฐานะดีหน่อยจะสร้างบ้านที่มีการประดับตกแต่งอย่างสวยงามเหมาะสมตามฐานะของตน ขณะที่คนมีฐานะยากจนขัดสนจะสร้างบ้านก็เพียงแค่เป็นที่ซุกหัวนอนพอยังอัตภาพให้เป็นไปเท่านั้น ดังนั้น การสร้างบ้านจึงดูออกมาต่างกัน อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมการสร้างบ้านของชาวเชียงใหม่นั้นอาจแบ่งลักษณะการสร้างตามฐานะได้ 2 แบบ คือ  บ้านของคนมีฐานะร่ำรวย  กับ บ้านของคนยากจน

บ้านของคนมีฐานะร่ำรวยนั้น จะเป็นบ้านที่มีขนาดใหญ่ สร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง ส่วนใหญ่นิยมสร้างด้วยไม้สัก  ส่วนบริเวณจั่วหลังคาบ้าน นิยมประดับประดาตกแต่งด้วยกาแล  อันเป็นไม้ประดับบนยอดจั่วหลังคาของบ้านล้านนาของภาคเหนือ  บ้านประเภทนี้เรียกว่า เรือนกาแล  เหตุผลที่ตกแต่งด้วยกาแลก็เพราะความเชื่อที่ว่า กาแลสามารถช่วยป้องกันอีกาหรือนกไม่ให้มาเกาะบนหลังคาบ้าน อีกอย่างก็เพื่อป้องกันสิ่งอัปมงคลทั้งหลายไม่ให้เข้ามาภายในบ้าน

ส่วนบ้านของคนยากจน จะเป็นบ้านที่มีขนาดเล็ก  ใช้วัสดุที่พอหาได้ตามท้องถิ่นของตน เช่น ไม้ไผ่ ใบตองตึง และไม้ชนิดต่างๆ เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีฐานะดีขึ้นมาหน่อย อาจสร้างบ้านเหมือนผู้มีฐานะดีก็ได้ แต่ก็จะมีขนาดเล็กลดหลั่งตามฐานะของตน ส่วนใหญ่บ้านประเภทนี้มักพบตามชานเมืองที่อยู่นอกเมืองออกไป

                ในปัจจุบัน พบว่า วัฒนธรรมการสร้างบ้านของชาวเชียงใหม่เปลี่ยนไป กล่าวคือ มีการสร้างบ้านทรงยุโรป หรือทรงตะวันตกกันมากขึ้น มีการนำวัสดุที่มีราคาเพียงมาใช้ในการสร้างบ้าน และมีการประดับตกแต่งบ้านด้วยวัสดุเครื่องประดับอย่างหรูหรา 

 

วัฒนธรรมการใช้ภาษา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชาวเชียงใหม่มีภาษาใช้สื่อสารเป็นของตนเองที่นอกเหนือจากภาษาไทย และเรียกภาษาของตนว่า ภาษาล้านนา หรือ คำเมือง  ซึ่งเป็นภาษาที่มีใช้กันมานานตั้งแต่เมื่อครั้งอาณาจักรล้านนาแล้ว และได้สืบทอดต่อๆกันมา มีการดัดแปลงสำเนียงการพูดบ้าง ตัวอักษรบ้าง โครงสร้างทางภาษาบ้าง เพื่อให้มีความเหมาะสมกับบริบทแต่ละท้องถิ่น  ชาวเชียงใหม่นิยมใช้ภาษาล้านนาหรือคำเมือง พูดสื่อสารกันในชีวิตประจำวัน  ตัวอย่างเช่น มืนตา (ลืมตา) ข้าเจ้า (ดิฉัน)เพิ่น (เขา)  บ่อหื้อ (ไม่ให้) เวิยๆ (ไวๆ) ฯลฯ  และมีน้อยนักที่จะพูดภาษาไทยอันเป็นภาษากลางกัน ยกเว้นในกรณีที่พบปะพูดคุยกันอย่างเป็นทางกัน เช่น ในห้องเรียน ในที่ประชุมใหญ่ๆ  พิธีการที่สำคัญๆ เป็นต้น  

ชาวเชียงใหม่ยังนิยมเรียนภาษาล้านนาหรือคำเมืองกันตามโรงเรียนอีกด้วย ซึ่งพบเห็นได้ทั่วๆไปในโรงเรียนในเชียงใหม่และบางแห่งยังได้เอาภาษาล้านนาหรือคำเมืองเป็นวิชาเลือกของโรงเรียนอีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว ชาวเชียงใหม่ยังได้มีการนำภาษาล้านนาหรือคำเมืองมาเขียนเทียบคู่กับภาษาไทยตามป้ายประชาสัมพันธ์หรือชื่อสถานที่ที่สำคัญๆ เช่น โรงเรียน  วิทยาลัย  มหาวิทยาลัย  หน่วยงานราชการอื่นๆ เป็นต้น

ความงดงามและความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะด้านการใช้ภาษา เป็นผลทำให้เชียงใหม่มีความโดดเด่นขึ้นมาและเป็นมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนจากทั่วมุมโลกให้ไปเที่ยวชม ไปศึกษาเรียนรู้ถึงความล้ำค่านี้ ที่นอกเหนือจากความงดงามและความล้ำค่าทางด้านโบราณสถาน โบราณวัตถุและธรรมชาติ  เชียงใหม่จึงเป็นเมืองๆหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก

 

บทสรุป

         

                การที่เชียงใหม่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับ 700 ปี และเคยเป็นราชธานี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนา ทำให้เชียงใหม่ได้หล่อหลอมเอาวัฒนธรรมอันล้ำค่าจากแหล่งอื่นๆมาเป็นวัฒนธรรมอันโดดเด่น มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความงดงามในความเป็นวัฒนธรรมเฉพาะตนอันเป็นมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนจากทุกสารทิศทั่วมุมโลกให้มาเที่ยวชม นอกจากวัฒนธรรมแล้ว เชียงใหม่ยังมีประเพณีที่แสดงถึงความศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อพระพุทธศาสนา ชาวเชียงใหม่พากันจัดประเพณีต่างๆขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีของผู้คนในหมู่คณะและเป็นอุปถัมภ์ค้ำจุน สืบทอดมรดกทางพระพุทธศาสนาเอาไว้ให้ยั่งยืน เพื่อตกทอดมรดกอันล้ำค่านี้ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง และที่สำคัญประเพณีบางอย่างยังเป็นเครื่องแสดงความถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษอีกด้วย

                สิ่งที่บรรพบุรุษชาวเชียงใหม่สืบทอดมรดกมาสู่ลูกหลานในสมัยปัจจุบันนั้น ถือว่าเป็นมรดกอันล้ำค่าอย่างยิ่งที่หาไม่มีในที่แห่งอื่น สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และที่สำคัญมรดกเหล่านี้ ไม่เพียงแต่มีความงดงามด้านรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น หากยังรวมถึงความงดงามอันมีค่ามหาศาลภายในจิตใจของผู้คนที่มาเที่ยวชม อีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่อนุชนรุ่นหลังจะต้องตระหนักเห็นคุณค่า ความสำคัญ และเก็บรักษาสิ่งล้ำค่านี้ไว้ให้ดี 

          ทั้งประเพณีและวัฒนธรรมของเชียงใหม่ เป็นสิ่งที่งดงาม โดดเด่น ล้ำค่าเกินคำบรรยาย ถือว่าเป็นต้นแบบของประเพณีและวัฒนธรรมในท้องถิ่นอื่น ท้องถิ่นอื่น ถือเอาแม่แบบที่ได้จากเชียงใหม่นี้ นำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่นตน  ความงดงามทางด้านประเพณีและวัฒนธรรมนี้เองที่ทำให้เชียงใหม่กลายเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวด้านประเพณีและวัฒนธรรม รวมทั้งด้านธรรมชาติด้วย จึงทำให้เชียงใหม่มีชื่อเลื่องลือขจรขจายไปทั่วโลก....

 

 

................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

แหล่งที่มาของภาพ

 

ภาพที่ 1   : http://www.doisuthep.com/loi12/loi2.html

ภาพที่ 2    : http://www.doisuthep.com/Text/veiw.html

ภาพที่ 3   : http://www.prapayneethai.com/th/tradition/north/view.asp?id=0255#

ภาพที่ 4   : http://www.lannafood.com/chiangmaifestival.php

ภาพที่ 5   : http://www.loikrathong.net/gallery/full/6ab52579522220793a6a784e4efaa5b4_32.jpg

ภาพที่ 6   : http://www.mpshot.com/displayimage.php?album=random&cat=8&pos=-

     109&PHPSESSID=54f0b5013205d64d86418dbce9953b09

ภาพที่ 7   : http://www.payap.ac.th/news/art_culture/art_culture.html

ภาพที่ 8   : http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/0/00/Thainorthernhouse.jpg

ภาพที่ 9   : http://www.geocities.com/lannafolkclub/lannachar1.jpg

 

 




   
คัดสรรมาฝากโดย sanglam (Surasak Chamaram) บทความทั้งหมดของคุณ sanglam
วันที่ 01/05/2550 เวลา 21:24:15
เข้าชมบทความนี้แล้ว 11131 ครั้ง ได้รับการโหวต 8 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 11131 คน ตอบ 6 คน ) 1 >>
ความคิดเห็นที่ 6
วันที่ 6/12/2551 13:37:58
โดย คุณ ด.ญ.สุธิตา เจริญศร๊
IP : 124.157.244.***
 

เป็นประวัติของจังหวัดเชียงใหม่ที่ดีมาก หาข้อมูลง่าย

โพสต์เมื่อ : 6/12/2551 13:37:58
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 5
วันที่ 17/9/2550 3:56:00
โดย คุณ FuQfNlzwHsYLkO
IP : 68.13.156.***
 

T7oW8B ailiffazvrpr, [url=http://qatvdpzhwwcd.com/]qatvdpzhwwcd[/url], [link=http://mrydzyyexxfq.com/]mrydzyyexxfq[/link], http://bdsgkksdyqka.com/

โพสต์เมื่อ : 17/9/2550 3:56:00
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 4
วันที่ 13/9/2550 19:04:42
โดย คุณ เดเกเห
IP : 117.47.17.***
 



โพสต์เมื่อ : 13/9/2550 19:04:42
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 3
วันที่ 28/8/2550 16:15:03
โดย คุณ ยอดเยี่ยมค่ะ
IP : 202.29.6.***
 



โพสต์เมื่อ : 28/8/2550 16:15:03
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 2
วันที่ 5/6/2550 18:46:34
โดย คุณ ฟ้า
IP : 125.24.143.***
 

ดี

โพสต์เมื่อ : 5/6/2550 18:46:34
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 1
วันที่ 16/5/2550 0:43:24
โดย คุณ panary
IP : 202.57.165.***
 

ลองอ่านดูสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก http://yuppiizn.my-php.net/h/index.htm

โพสต์เมื่อ : 16/5/2550 0:43:24
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า ( ชม 11131 คน ตอบ 6 คน ) 1 >>
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกระทู้ใหม่   ดูเนื้อหาทั้งหมด