www.eduzones.com : The Most Popular Education Site in Thailand   
 

ประวัติศาสนาพุทธ

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย
...........พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่เกิดในอินเดียก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี ( พุทธศักราชเริ่ม ตั้งแต่ปีที่พระพุทธเจ้า เสด็จเข้าสู่ปรินิพาน) นับว่าเป็นศาสนาที่สำคัญที่สุดในโลกศาสนาหนึ่งมีผู้นับถือ หลายร้อยล้านคนโดยเฉพาะในประเทศ ต่าง ๆ ทางเอเชียใต้ เอเชียตะวันออก และเอเชียอาคเนย์ ผู้ให้ กำเนิดพระพุทธศาสนา คือ พระพุทธเจ้า ซี่งเป็นโอรสของ พระเจ้าสุทโธทนะ และพระนาง สิริมหามายา แห่ง กรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ซึ่งเวลานี้อยู่ในเขตประเทศเนปาล ในสมัยที่ พระองค์ ยังไม่ได้ออกบวช มีพระนามว่าสิทธัตถะในขณะที่ยัง ทรง เป็นเด็กอยู่ก็ทรงศีกษาศิลปวิทยาการ ในสำนักต่าง ๆ หลายสำนัก ด้วยกันจนเป็นผู้มีความรู้ ความชำนาญในวิชาการต่าง ๆ หลาย สาขา
( แผนที่แสดงสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน) 
.................เมื่อพระสิทธัตถะมีพระชนม์ได้ ๑๖ พรรษา ก็ทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงยโสธราและมี โอรสองค์หนึ่ง คือ เจ้าชายราหุล ชีวิตในฆราวาสวิสัยของพระองค์มีแต่ความสมหวัง ไปทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ต่อมาเมื่อ มีพระชนมายุได้ ๒๙ พรรษาก็ทรงเบื่อหน่ายโลก เพราะทรงเห็นความไม่เที่ยงแท้แน่นอน ของโลกและ ทรงหวังจะช่วยชาวโลกให้พ้นทุกข์ จึงได้ทรงสละความสุขนานาประการ สละ ลูกเมีย ญาติ พี่น้อง และมิตร สหายออกบวช เพื่อหาทางที่จะนำไปสู่ความพ้น ทุกข์ ทรงผนวชอยู่จนกระทั่งมีพระชนม์ ได้ ๓๕ พรรษา จึงได้ตรัสรู้คือรู้แจ้งในความจริงแห่งโลก เป็นพระสัมมา- สัมพุทธเจ้า   
 ........... เมื่อตรัสรู้แล้ว พระองค์ก็เสด็จเที่ยวแนะนำสั่งสอนประชาชนในแคว้นต่าง ๆ ในอินเดียเพื่อ หาทางที่จะนำ ประชาชนไปสู่ ความ พ้นทุกข์อยู่เป็นเวลาถึง ๔๕ ปี ปรากฎว่าประชาชน ชาวอินเดียใน สมัยนั้นได้หันมานับถือ พระพุทธศาสนาและเข้ามา บรรพชา อุปสมบทเป็นจำนวนมาก พระพุทธเจ้าทรง สั่งสอนอยู่จนกระทั่งมี พระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา จึงปรินิพพาน
.............หลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว สาวกของพระองค์ก็ยังช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาสืบต่อมา จนกระทั่งถึงประมาณ พ.ศ. ๓๐๐ พระเจ้า อโศกมหาราชแห่งเมืองปาฏาลีบุตร่วมกับคณะสงฆ์ได้ส่ง พระสงฆ์ออกประกาศ พระพุทธศาสนา ทั้งภาย ในและ ภายนอกประเทศอินเดีย คณะสงฆ์สายหนึ่งได้ เข้ามายังสุวรรณภูมิ อันได้แก่ดินแดนในเขต ประเทศพม่าและไทยในปัจจุบันนี้ พระพุทธ- ศาสนาได้ เจริญรุ่งเรืองขึ้นในดินแดนนี้ ตามลำดับ จนกระทั่ง ถึงสมัยสุโขทัย เป็นราชธานี พ่อขุนรามคำแหงมหาราชจึงได้ทรงรับเอา พระพุทธศาสนาเป็นศาสนา ประจำชาติไทย และเป็นศาสนาประจำชาติเรื่อยมา จนกระทั่งถึงทุกวันนี้แม้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทยก็ตราไว้ว่า พระมหากษัตริย์จะต้องทรง เป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นองค์เอกอัคร ศาสนูปถัมภก คือ แม้พระองค์จะทรงนับถือ พระพุทธศาสนา แต่พระองค์ก็ พระราชทานความอุปถัมภ์ แก่ศาสนาอื่น ๆ ในเมืองไทยด้วยเช่นกัน พระพุทธศาสนากับ ชนชาติไทย คลุกเคล้ากันมาเป็นเวลายาว นาน ศิลปวัฒนธรรมตลอดจนขนบธรรมเนียม ประเพณีของชนชาติไทยก็ได้รับการหล่อหลอมจาก พระพุทธศานาทั้งสิ้น
 
   
คัดสรรมาฝากโดย basbas2006 (pongdanai yawichai) บทความทั้งหมดของคุณ basbas2006
วันที่ 12/07/2549 เวลา 13:57:42
เข้าชมบทความนี้แล้ว 129387 ครั้ง ได้รับการโหวต 510 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน


ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 6 หน้า ( ชม 129387 คน ตอบ 168 คน ) 1 2 3 4 5 6 >>
ความคิดเห็นที่ 167
วันที่ 29/12/2551 18:38:30
โดย คุณ รักคนชื่อ"ตอง"
IP : 125.27.213.***
 

ดีเหมือนกาน

โพสต์เมื่อ : 29/12/2551 18:38:30
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 166
วันที่ 21/10/2551 11:59:30
โดย คุณ ปุ้ย
IP : 118.172.106.***
 

น่าจะมีอีกนะ

โพสต์เมื่อ : 21/10/2551 11:59:30
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 165
วันที่ 28/9/2551 20:55:03
โดย คุณ 555+
IP : 125.26.56.***
 



โพสต์เมื่อ : 28/9/2551 20:55:03
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 164
วันที่ 19/9/2551 21:15:52
โดย คุณ สายน้ำ
IP : 125.26.82.***
 

คนอะไรก็ไม่รู้น่ารักจัง
ใครอ่านคนนั้นน่ารัก ตรงไหน

โพสต์เมื่อ : 19/9/2551 21:15:52
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 163
วันที่ 19/9/2551 21:10:06
โดย คุณ คนน่ารัก
IP : 125.26.82.***
 



โพสต์เมื่อ : 19/9/2551 21:10:06
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 162
วันที่ 16/8/2551 12:29:05
โดย คุณ คลี่ ลอยน้ำ
IP : 117.47.212.***
 

ข อ บ คุ ณ ก้ า บ . . . .

โพสต์เมื่อ : 16/8/2551 12:29:05
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 161
วันที่ 16/8/2551 12:03:08
โดย คุณ เจ๊เเวว
IP : 124.121.109.***
 

ประวัติมีน้อยจัง


โพสต์เมื่อ : 16/8/2551 12:03:08
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 160
วันที่ 15/6/2551 18:34:38
โดย คุณ อย่างฮาอ่ะ
IP : 58.9.147.***
 



โพสต์เมื่อ : 15/6/2551 18:34:38
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 159
วันที่ 9/6/2551 18:31:02
โดย คุณ ฝนจัง
IP : 117.47.114.***
 

ขอบคุงมากๆเลยนะคะ

ไม่งั้นรายงานไม่เสดแน่ๆเลยง่า

โพสต์เมื่อ : 9/6/2551 18:31:02
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 158
วันที่ 8/6/2551 20:31:43
โดย คุณ นุ๊กคนสวย
IP : 124.157.152.***
 

ขอบคุณนะ ไม่งั้นทำรายงานไม่เส็ดแน่

โพสต์เมื่อ : 8/6/2551 20:31:43
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 157
วันที่ 30/5/2551 9:16:13
โดย คุณ 101
IP : 202.29.42.***
 

เว็ปเน่ามากๆๆๆๆๆ

โพสต์เมื่อ : 30/5/2551 9:16:13
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 156
วันที่ 27/5/2551 16:05:06
โดย คุณ เด็กตรังค่ะ
IP : 58.147.55.***
 

ขอบคุณๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆผู้ที่สร้างเว็บนี้ขึ้นมากๆๆๆๆๆเพราะว่าเค้าเกือบจะโดนครูตีแต่ดีนะที่มีเว็นนี้เลยไดนครูตี ว่างั้น เยี่ยมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โพสต์เมื่อ : 27/5/2551 16:05:06
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 155
วันที่ 26/5/2551 9:54:07
โดย คุณ ฟ้า
IP : 222.123.220.***
 

อยากรู้ประวัติทุกศาสนา

โพสต์เมื่อ : 26/5/2551 9:54:07
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 154
วันที่ 18/5/2551 1:11:38
โดย คุณ กูจะล้างพุทธเจ้ากากๆ
IP : 118.174.69.***
 

โอ้มาแว้วมหาเปรตสันดาน ไอ้สกปรกพุทธเจ้าจัญไรอัปรีย์ หลอกลวง
แม่งเกิด10ชาติเสือกจำได้ทุกชาติ แม่งตอแหลโครตๆๆๆๆๆ
มีที่ไหน เกิดปุ๊บเดินได้ เหี้้ยโกหกตอแหล ศาสดากากๆ
ศาสนาสถุลไพร่ เช้าๆเดินขอทานไร้ศักดิ์ศรีไม่มีชาติตระกูล
ไอ้สิทธัตถะ กูขอสาบานจะทำลายมึง
จาก กูคือเทวทัต

โพสต์เมื่อ : 18/5/2551 1:11:38
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 153
วันที่ 14/5/2551 18:50:17
โดย คุณ คนคร้าบ
IP : 61.7.171.***
 

งง
ไม่รู้อะ
แฮะๆ

โพสต์เมื่อ : 14/5/2551 18:50:17
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 152
วันที่ 2/4/2551 17:05:39
โดย คุณ พกัพัก
IP : 117.47.198.***
 



โพสต์เมื่อ : 2/4/2551 17:05:39
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 151
วันที่ 1/4/2551 18:46:26
โดย คุณ teapatyot
IP : 61.7.190.***
 

อำเภอ บ้านโป่ง ฑีพัตรยศ สุดลาภา (ลูกหิน)บุตรคุณแม่สำเภา

เป็นอำเภอ ที่ ถูกขนานนามเรียกว่าเป็น (เมืองคนงาม) (คุณแม่เป็นชาว ไทย – รามัญ) แห่งเมืองคนงาม ต้นสกุล (ติเยาว์) (หลานชาย คุณตา ขาว ติเยาว์ และคุณยาย ลออ ติเยาว์ )พื้นเพคนบ้านโป่งและอยู่ที่อำเภอนี้มาช้านานแล้ว และจังหวัดราชบุรี ก็เป็นจังหวัดที่มีเขตการติดต่อกับจังหวัดเพชรบุรี เมื่อสมัยก่อนนั้นคุณปู่เคยเป็นนายอำเภออยู่ที่ อำเภอ ท่ายาง จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ และ คุณลุง ก็เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด เพชรบุรี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗ – ๒๕๓๑ คือ คุณลุง เชาวน์วัศ สุดลาภา คือหลังจากคุณลุงเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด กรุงเทพมหานคร เมื่อ ปี ๒๕๒๒ – ๒๕๒๔ และเป็นผู้ว่าราราชการจังหวัดลพบุรี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ – ๒๕๒๒ และคุณลุงก็เป็น (ส.ส) ๔ สมัย และสอบได้ที่ ๑ ทั้ง๔ สมัยซ้อน และได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ถึง ๒ ครั้งสมัย และที่ผมกล่าวถึง จังหวัดราชบุรีนั้นทางทิศ ตะวันตก นั้นติด กับจังหวัด กาญจนบุรี ครั้นที่เมื่อสมัยที่คุณปู่ มงคล สุดลาภา เป็น นายอำเภออยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึง ๒ อำเภอ คือ อำเภอปราณบุรี อำเภอบางสะพาน และเป็น นายอำเภอที่ จังหวัด เพชรบุรีถึง ๒ อำเภอ คือ อำเภอ ชะอำ และอำเภอ ท่ายาง ก่อนที่ คุณปู่มงคล สุดลาภา จะมาเป็น นายกเทศมนตรี คนที่ ๑๖ ของอำเภอ เมือง จังหวัด กาญจนบุรี และเป็น ปลัด จังหวัด กาญจนบุรี และคุณปู่มงคล สุดลาภา ก็ได้เป็น ผู้ตรวจการกระทรวง มหาดไทย ซึ่ง ความสัมพันธ์กัน ระหว่าง (อำเภอ บ้านโป่ง) จังหวัด ราชบุรี ถึงจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัด กาญจนบุรี และจังหวัด สุพรรณบุรี นั้น (คุณลุงเคยเป็น นายอำเภอที่สุพรรณบุรี) ถ้าจะให้พูดกันแล้ว ตระกูล สุดลาภา ก็เป็นนักการเมือที่มีชื่อเสียงทางด้านการปกครอง และการทำประโยชน์มากมายมหาศาล ในหลายๆด้านให้กับประเทศชาติและเขต ๗ มาช้านาน แล้ว ส่วน กระผม นาย ฑีพัตรยศ สุดลาภา ก็มี คุณแม่ เป็นคนไทย – รามัญ ในอำเภอ บ้านโป่งจังหวัดราชบุรี (ตระกูล “ติเยาว์”) และก็มีย่าใหญ่ (ย่าทวด) ต้นสกุล “สุปัญโญ” ที่ จังหวัด ลพบุรี และ คุณพ่อ ของย่าทวดผม ก็มี ยศ เป็น “เจ้าพระยา” แห่งเมืองลพบุรี เป็น(เจ้าเมือง)ในสมัยแห่ง รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ประวัติและความเชื่อของชาว รามัญ ใน อำเภอบ้านโป่ง (เมืองคนงาม) จ.ราชบุรีนายฑีพัตรยศ สุดลาภา ชื่อเล่น (ลูกหิน) คุณแม่ของผมเป็นชาวมอญรามัญ เพราะ คุณตา และ คุณยาย เป็นชาวไทย – รามัญ ทั้ง ๒ ฝ่าย ต้นตระกูล (ติเยาว์) ประวัติและความเชื่อของชาว รามัญ ใน อำเภอบ้านโป่ง (เมืองคนงาม) จ.ราชบุรีนายฑีพัตรยศ สุดลาภา ชื่อเล่น (ลูกหิน) คุณแม่ของผมเป็นชาวมอญ (รามัญ) เพราะคุณตา กับคุณยายเป็นชาวรามัญทั้ง 2 ฝ่าย (คุณแม่นามสกุล ติเยาว์) และเล่าให้ฟังว่าสมัยเมื่อหลายร้อยปีก่อน ตระกูลทางคุณแม่ของผมนี้ได้เดินทางมาจาก กรุงหงสาวดี

แล้วเดินทางเข้ามาอยู่ใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และที่บ้านของผมยังมีประเพณีประจำตระกูลก็คือการนับถือ ผีมอญ และก็มีความเคร่งในศาสนสพุทธ จากความเชื่อเรื่องผีมอญ(ผีตระกูลหรือผีบรรพบุรุษนี้ทำให้เกิดการมีประเพณี รำผีมอญ
มูลเหตุของการรำผีมอญ เนื่องมาจากความเชื่อที่ว่า ชาวมอญมีผีรักษา หรือผีประจำคระกูลเรียกเป็นการทั่วไปว่า “ผีมอญ” ซึ่งผีนี้มีหน้าที่คอยปกปักรักษาสมาชิกในครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุข แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามล่วงละเมิดหรือ “ทำผิดผี” ด้วยประการทั้งปวงเช่น ห้ามคนตั้งครรภ์ที่ไม่ใช่ลูกสาวของเจ้าเรือนนอนในเรือน ห้ามคู่สามีและภรรยาที่ไม่ได้อยู่ร่วมผีเดียวกันกับเจ้าเรือน ร่วมหลับนอนในเรือน ห้ามเจ้าเรือนกินอาหารร่วมสำรับกับแขกผู้มาเยือน ฯลฯ

การ”ผิดผี” จะส่งผลให้คนในบ้านเกิดเจ็บไข้ไม่สบาย เมื่อหมอดูทำนายว่าเป็นเพราะผู้ กระทำ ก็จะจัดหาวันเพื่อทำพิธีรำผีมอญ ซึ่งก็คือกระบวนการแสดงขอขมา หรือลุโทษแก่โทษ ที่ได้กระทำล่วงเกินผีนั่นเอง ชาวมอญราชบุรี ไม่ทำพิธีรำผีมอญบ่อยครั้งนัก หากเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง เนื่องจากการรำผีมอญแต่ละครั้งจะต้องใช้เงินค่อนข้างมาก อีกประการหนึ่งเป็นการประกาศว่า บ้านเรือนหลังนี้ ได้มีผู้ทำผิดผี จึงได้เกิดการรำผีมอญเกิดขึ้น ดังนั้นวิธีการเลี่ยงที่ดีและง่าย คือการปฏิบัติกิจของคนในครอบครัวมิให้ผิดผี ซึ่งเท่ากับเป็นการคุมพฤติกรรมให้อยู่ในกรอบของความเหมาะควร เมื่อทุกคนเคารพ ถือผีของกันและกัน ก็คือการเคารพหลักให้อยู่ร่วมกันอย่างมั่นคง การนับถือผีของชาวมอญจึงเป็นเรื่องที่มีเหตุผล และเคารพยึดถืออยู่ตลอด

ประวัติและความเป็นมา

ชาวมอญ เรียกแผ่นดินตนเองว่า”รามัญประเทศ” และส่วนคำว่า”รามัญ” นั้นมาจากภาษาบาลีว่า ”รามญญ” ในปัจจุบันที่ชาวไทย-มอญ ตั้งหลักแหล่งเป็นกลุ่มใหญ่ ได้แก่อำเภอ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ รองลงมาคือ อำเภอบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี และในจังหวัดกาญจนบุรี ส่วนในตอนเหนือจะพบในจังหวัดลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ นอกจากนั้นยังมีกระจัดกระจายเป็นกลุ่มเล็กๆ อยู่ในจังหวัด สมุทรสงคราม นครปฐม เพชรบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา นครสวรรค์ ฉะเชิงเทรา ปราณบุรี เป็นต้น

และประวัติของคุณลุง เชาวน์วัศ สุดลาภา ครั้งมีความผูกพันธ์ กับจังหวัด เพชรบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี และ จังหวัดราชบุรี

ประวัติการทำงานของพณฯ ท่านคุณลุง เชาวน์วัศ สุดลาภา

 

»ÃÐÇѵԡÒ÷ӧҹ¢Í§¤Ø³Åا àªÒǹìÇÑÈ ÊØ´ÅÒÀÒ

¹Ò àªÒ¹ìÇÑÈ ÊØ´ÅÒÀÒ à¡Ô´Çѹ·Õè 1 ÁԶعÒÂÒ ¾.È 2476

·ÕèÍÂÙè¡ÃØ§à·¾Ï àÅ¢·Õè 511/46 ¶. ¨ÃÑÅʹԷǧÈì 37 ࢵ ºÒ§¡Í¡¹éÍ ¨. ¡ÃØ§à·¾Ï â·Ã 024123742

·ÕèÍÂÙ螺ØÃÕ àÅ¢·Õè 155 µ.Çѧ¢¹Í¹¢ÇéÒ§ Í.⤡ÊÓâç ¨. žºØÃÕ â·Ã 036441686

ÀÃÔÂÒ ª×èÍ ¹Ò§ ¡ÁÅ·Ô¾Âì ÊØ´ÅÒÀÒ Í´Õµ ¹Ò§§ÒÁ »ÃШӨѧËÇѴʧ¢ÅÒ àÁ×èÍ 50¡ÇèÒ»Õ·ÕèáÅéÇ

¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ »ÃÔ­­ÒµÃÕ áÅÐ »ÃÔ­­Òâ· ÁËÒÇÔ·ÂÒÅѸÃÃÁÈÒʵÃì

¨º¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ Diploma ·Ò§ÃѰ»ÃÐÊÒʹìÈÒʵÃì ¡ÃØ§ ºÃÍ¹ì »ÃÐà·È àÂÍÃÁѹ¹Õ

Diploma ·Ò§ÃѰ»ÃÐÊÒʹìÈÒʵÃì ¡ÃØ§ àΡ »ÃÐà·È à¹à¸ÍÃìᏴì

»ÃÔ­­ÒàÍ¡ ¡ÔµµÔÁÈÑ¡´Ôì ¨Ò¡ 2 ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑ 㹻ÃÐà·È ÊËÃѰÍàÁÃÔ¡Ò

à¤Ã×èͧÃÒªÍÔÊÃÔÂÒÀóì Á ».ª ÁËÒ»ÃÁÒÀóìªéÒ§à¼×Í¡

- ÊӹѡàÅ¢Ò¸Ô¡Òà ÊÀÒ¼Ùéá·¹ÃÒÉ®Ã

»ÃÐÇѵԡÒ÷ӧҹ à¤Â´ÓçµÓáË¹è§ ÊÁÒªÔ¡ÊÀÒ¼Ùéá·¹ÃÒɮà ¨Ñ§ËÇÑ´ žºØÃÕ 4 ÊÁÑ 㹠»Õ ¾.È 2531 / 2535/1 / 2535/2 / 2538 และสอบได้ (ส.ส) ที่ 1 ทั้งสี่สมัย

ผู้ช่วยเลขานุการ รัฐมนตร่าการกระทรวงมหาดไทย ปี 2507 - 2511

เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปี 2515 - 2517

สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วุฒิสมาชิก ปี 2515

ผู้ว่าราชการ จังหวัด พังงา ปี 2519 - 2520

ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ปี 2520 - 2522

ผู้ว่าราชการจังหวัด กรุงเทพมหานคร ปี 2522 -2524

ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ปี 2524 - 2526

ผู้ว่าราชการ จังหวัด เพชรบุรี ปี 2527 - 2531

ประธานคณะกรรมการศึกษา ผู้แทนราษฎร ปี 2531 – 2535

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ลพบุรี ( สอบได้ที่ 1 ทั้ง 4 สมัยซ้อน)

รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ปี 2535

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปี 2533 – 2535 -2536

 

          

นายเชาวน์วัศ และคุณหญิง กมลทิพย์ สุดลาภา

          นายเชาววัศน์ สุดลลาภา เกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2476 ที่อำเภออุทัย จังหวัด พระนครศรีอยุธยาจบการศึกษารัฐศาสตร์มหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และหลักสูตรวิทยาลัย ป้องกัน อาณาจักรรุ่นที่ 28
          รับราชการตั้งแต่ พ.ศ. 2509 ตำแหน่งเสมียนกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยจนกระทั่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา จังหวัดลพบุรี จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัด เพชรบุรี และกรุงเทพฯ แล้วลาออกจากราชการมาสมัครรับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต 2 ได้รับเลือกแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองหัวหน้าพรรคกิจสังคมได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึง 4 สมัย


           เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ปี พ.ศ. 2520 ได้พัฒนาสร้างสรรค์ จังหวัดลพบุรี หลายประการ ผลงานที่ยอมรับและสืบสานกันต่อมา คือ การจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ มหาราช และก่อ ตั้งวิทยาลัยชาวบ้านลพบุรี

ลำดับความเป็นมาของคณะรัฐมนตรีไทย

การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 50 (ÊÁÑ ) ¹Ò ªÇ¹ ËÅÕ¡ÀÑ à»ç¹¹Ò¡ÃѰÁ¹µÃÕ

และการปรับคณะรัฐมนตรี

วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ มีรัฐมนตรีขอลาออก ดังนี้

๑. พลตรี จำลอง ศรีเมือง ขอลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี

๒. นางพิมพ์พา จันทร์ประสงค์ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

๓. พลเรือโท โรช วิภัติภูมิประเทศ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

๔. นายกระแส ชนะวงศ์ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

๕. นายสมุทร มงคลกิติ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๖. นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

๗. นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

๘. นายอุดร ตันติสุนทร ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

๙. นายสฤต สันติเมทนีดล ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

๑๐. นายทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

๑๑. นายถวิล ไพรสณฑ์ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย

หมายเหตุคณะรัฐมนตรีคณะนี้สิ้นสุดลง เนื่องจากมีพระบรมราชโองการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร

ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ต่อมาได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๘

วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ มีรัฐมนตรีขอลาออก ดังนี้

๑. พลตรี จำลอง ศรีเมือง ขอลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี

๒. นางพิมพ์พา จันทร์ประสงค์ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

๓. พลเรือโท โรช วิภัติภูมิประเทศ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

๔. นายกระแส ชนะวงศ์ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

๕. นายสมุทร มงคลกิติ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๖. นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

๗. นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

๘. นายอุดร ตันติสุนทร ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

๙. นายสฤต สันติเมทนีดล ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

๑๐. นายทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

๑๑. นายถวิล ไพรสณฑ์ ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย

หมายเหตุคณะรัฐมนตรีคณะนี้สิ้นสุดลง เนื่องจากมีพระบรมราชโองการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร

ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ต่อมาได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๘

- ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๘

นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ประกาศพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๓๕

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงพระปรมาภิไธยในประกาศ นายมารุต บุนนาค ประธาน

สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และในวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๓๕ ได้มีพระบรมราช-

โองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

รายชื่อคณะรัฐมนตรี

๑. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน

เป็นรองนายกรัฐมนตรี

๒. นายอำนวย วีรวรรณ

เป็นรองนายกรัฐมนตรี

๓. นายบุญชู โรจนเสถียร

เป็นรองนายกรัฐมนตรี

๔. นายศุภชัย พานิชภักดิ์

เป็นรองนายกรัฐมนตรี

๕. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์

เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

๖. นายสาวิตต์ โพธิวิหค

เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

๗. นายสุรศักดิ์ เทียมประเสริฐ

เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

๘. พันเอก ชินวุธ สุนทรสีมะ

เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

๙. พลเอก วิจิตร สุขมาก

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

๑๐. พลตรี สมบัติ รอดโพธ์ทอง

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

๑๑. นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

๑๒. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

๑๓. นายบุญชู ตรีทอง

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

๑๔. นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

๑๕. นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

๑๖. นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๑๗. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๑๘. นายสวัสดิ์ สืบสายพรหม

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๑๙. นายถวิล จันทร์ประสงค์

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๒๐. พันเอก วินัย สมพงษ์

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

๒๑. นายจรัส พั้วช่วย

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

๒๒. นายไสว พัฒโน

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

๒๓. นายทวี ไกรคุปต์

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

๒๔. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

๒๕. นายอุทัย พิมพ์ใจชน

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

๒๖. นายไชยยศ สะสมทรัพย์

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

๒๗. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

๒๘. นายไพฑูรย์ แก้วทอง

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

๒๙. พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

๓๐. นายเด่น โต๊ะมีนา

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

๓๑. นายสุทัศน์ เงินหมื่น

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

๓๒. นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

๓๓. นายเชาวน์วัศ สุดลาภา

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

๓๔. นายสุวิทย์ คุณกิตติ

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

๓๕. นายพิศาล มูลศาสตรสาทร

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

๓๖. นายปรีชา มุสิกุล

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

๓๗. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

๓๘. นายปราโมทย์ สุขุม