ประเพณีการรับน้อง กิจกรรมที่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิต นักศึกษาที่จะก้าวเข้ามาในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดของชีวิตที่เราจะได้นำสิ่งต่างๆที่ได้จากมหาวิทยาลัยไป ประกอบอาชีพ และสามารถเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคมในอนาคต การรับน้องมีมากมายหลากหลายอาทิ การสันทนาการ เล่นเกมส์ การซ้อมเชียร์ กีฬา การเข้าวินัย อบรมรุ่นน้อง แล้วแต่รุ่นพี่จะคิดและปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเป็นประเพณีอันดีงาม ซึ่งทุกอย่างล้วนมีจุดประสงค์เพื่อก็ให้เกิดความรัก ความสามัคคี ระหว่างเพื่อน รุ่นพี่ และสิ่งอื่นดีๆอีกมากมาย
" การรับน้อง กิจกรรมไร้สาระของพวกไร้การศึกษาจริงหรือ ? "
เอนทรานซ์ - การสอบแข่งขันของนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อคณะสาขาวิชาที่ตนเองชอบในระดับอุดมศึกษามหาวิทยาลัย ปัจจุบันใช้การสอบแอดมิสชั่นและรับตรงแทน
มหาวิทยาลัย - สถานที่ศึกษาของนิสิต นักศึกษาหลากหลายสาขาวิชาเป็นสังคมที่รวบรวมกลุ่มความคิดอันหลากหลายสาขาวิชาเพื่อที่จะนำความรู้วิชาไปประกอบอาชีพในอนาคต
น้องใหม่ เฟรชชี่-นิสิตนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สอบเข้ามาใหม่จะได้รับกิจกรรมรับน้องเป็นอย่างแรกจากรุ่นพี่มหาลัย หรือ รุ่นพี่ที่คณะ
รุ่นพี่ - นิสิตนักศึกษาชั้นปีที่2 ขึ้นไป จนถึงชั้นปีสุดท้ายของแต่ละคณะ โดยปี 2-3 ส่วนมากจะเป็นพี่เชียร์ สอนร้องเพลงคณะ สันทนาการ ให้การดูแลช่วยเหลือ ส่วนปี 3-4หรือบางคณะอาจมากกว่านั้นมักทำหน้าที่ พี่ว๊าก พี่วินัย ดูแลกิจกรรม ให้การอบรมสั่งสอน สรุปคือมีกลุ่มเล่นบทฮา และ กลุ่มเล่นบทโหด ทำงานร่วมกันในกิจกรรมนี้

..สกปรก เลอะเทอะ ขอโทษทีนะพี่ขอเสริมสวย ป้ายสีนิดหน่อยนะ ..จากการสันทนาการหรือเล่นเกมส์ เป็นทำกิจกรรมร่วมกันได้รู้จักทั้งเพื่อนใหม่ๆ พี่ใหม่ๆ มีการร้องเพลงสัน เต้นตามจังหวะกลอง เกมส์ต่างๆที่พี่นำมาให้เล่นล้วนเป็นเกมส์ทำร่วมกันมีคติข้อคิด ได้ปรึกษากัน ใช้ความคิด ความสามัคคีร่วมกัน เราคงสงสัยว่าทำไมโตขนาดนี้แล้วถึงต้องเล่นอะไรแบบเด็กๆด้วย ทุกคนพร้อมใจกันทำตัวให้เป็นเด็กเปิดใจยอมรับทุกอย่าง ครั้งหนึ่งในชีวิตจะให้มันผ่านเปล่าได้ยังไง จงใช้อย่างคุ้มค่า

..ช่วยกันๆ อีกนิดเดียวนะ ทำไมหนักจัง กินอะไรมาตัวถึงได้หนักขนาดนี้ .. การถูกเนื้อต้องตัวกันระหว่างเกมส์เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เสียหายเพราะคนข้างๆเราในวันนี้ก็จะเป็นเพื่อนกิน เพื่อนนอน เพื่อนตาย ในอีก 4-5 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน ทั้งทีก่อนหน้านี้ทุกคนต่างไม่เคยรู้จักกัน ต่างคนต่างมาจากคนละที่ เกิดความรัก ความผูกพัน สามัคคี กลมเกลียว

..ข้างหน้ามีกิ่งไม้บนหัว บ่อหลุมแล้วก็ขี้หมาข้างล่างระวังด้วยนะ..ขอบใจจ๊ะ ..เราต้องอยู่ข้างๆกัน ดูแลกัน ไม่ว่าจะทำกิจกรรมไหน รุ่นน้องต่างคนต่างไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกกลัว คงไม่มีใครคนไหนที่จะอยากอยู่คนเดียวในตอนนั้น เรารู้สึกปลอดภัยในความตื่นเต้น

พี่ฮาของพวกเราก็พามาเจอกับพี่โหดจนได้..พวกคุณสอบเข้ามากันกี่คน แล้วมากันกี่คน เพื่อนไม่เอากันแล้วหรือไง บอกให้ตอบ..เงียบทำไม มาก่อนเป็นพี่มาทีหลังเป็นน้องมาพร้อมเป็นเพื่อน..เหล่าพี่ว๊ากซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรุ่นใหญ่แต่ละคนดูน่าเกรงขาม ผมยาวสมัยก่อนคงเป็นคนมีอำนาจ บารมี ไว้หนวดเครา เสียงดังตรงข้ามกับน้องใหม่อย่างพวกเรา เตี้ย ตัวเล็ก ผมสั้น ไม่เคยพบเคยเจอที่ไหน กดดันขนาดนี้ บรรยากาศทำให้เราฉี่ราดไปเกือบทุกราย มหาลัยมันมีเรื่องที่จะต้องพบเจออีกมากมาย การอบรบ สั่งสอน ลงโทษ ทำให้เราเข้มแข็ง รู้จักวิธีการเข้ามาใช้ชีวิตในที่แห่งนี้

..เสียงพวกคุณตั้งกี่คน มีพลังกันแค่นี้เองหรือ.. บูม ร้องเพลงคณะ กันอย่างยาวนาน ทำให้เราท่องจำได้ขึ้นใจ ความเหนื่อยล้า กำลังกายใกล้จะหมดแต่เราก็ยังไม่ท้อ ยังคงช่วยเพื่อนๆ สู้ต่อไปด้วยความรักคณะรักเพื่อนๆ อย่างไม่รู้จุดหมาย และแล้วเสียงนั่นก็ดังขึ้น หยุด... พร้อมกับความเงียบ สงบ

.....

..แสงสว่างสีทองจากเทียนค่อยๆ กำเนิดพร้อมกับเพลงคณะที่พี่ๆทุกคนร่วมกันน้องอย่างไพเราะมอบให้กับพวกเรา แสงจากจุดเล็กๆจนล้อมรอบพวกเราสูงหลายชั้น พอพี่ให้เปิดตาก็พบกับภาพอันประทับใจไม่รู้ลืม นั้นทำให้เราภูมิใจที่ร่วมกันสร้างจนสำเร็จและได้รับรุ่นจากพี่ๆในวันอันสำคัญพิเศษยิ่ง

จากนั้นเราก็จะได้พบกับรุ่นพี่บุคลิกใหม่ ไม่ได้ดุ โหด ก่อนหน้านั้นซึ่งเราเกลียดมากๆ ไม่ชอบ ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาทำให้เราเจอกับเหตุการณ์ ลำบากๆร่วมกัน แต่พอได้รุ่น พี่กับเปลี่ยน พี่ปัญญาอ่อน ตลก อ่อนโยนเป็นคนละคนจนพวกเรารักปลื้มเป็นอย่างมาก นำของขวัญ ขนมมากมาย มามอบให้พวกเรา รวมถึงได้สายรหัส เป็นวันเดียวที่ทุกคนในคณะมารวมตัวกันทุกคน

หลังกลับบ้าน หอพัก พ่อแม่ คนทั่วไปมักรับไม่ได้และไม่เข้าใจกับสภาพลูกของตัวเองและคิดกันไปต่างๆนาๆว่าไปทำอะไรมา โดยที่เรานั้นไม่สามารถบอกเหตุการณ์ความประทับใจให้กับผู้อื่นได้ นอกเสียจากผู้นั้นจะได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง ประเพณีนี้จะเก็บเป็นความลับไว้จากจากรุ่นสู่รุ่น และเราก็หวังว่าจะมอบในสิ่งดีๆที่ได้ให้กับรุ่นน้องต่อๆไปเหมือนที่พี่มอบให้กับเรา
ถึงปัจจุบันนี้มันก็เป็นที่น่าเสียดายที่ต่อๆไป ก็คงจะไม่มีหลงเหลืออยู่ให้เราได้รับแล้ว มาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การรับน้องที่รุนแรงเกินเลยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ของรุ่นพี่มหาลัยซึ่งแต่ก็เป็นปรเพณีเฉพาะมหาลัยไม่กี่แห่งของรัฐแต่เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของมหาลัยทั้งรัฐ เอกชน จากการปรับมหาลัยออกนอกระบบ ยกฐานะของสถาบัน วิทยาลัย แก้ไข ซึ่งบางส่วนก็เกิดจากคนเพียงกลุ่มน้อยนิด ที่ต้องยกเลิกประเพณี ที่ทำกันมาช้านาน และคนส่วนมากก็ไม่สามารถรับรู้ได้เข้ามาทำกิจกรรมเหมือนพวกเราอย่างแท้จริงๆ ทำให้สังคมมหาลัยเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ละมหาลัยต้องทำการปรับเปลี่ยนกิจกรรมควบควมการรับน้องลดลง กิจกรรมรับน้องก็ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรมากเหมือนสมัยก่อน นิสิตนักศึกษาสมัยใหม่รู้จักมหาลัยเพียงแค่สถานที่ให้ใบปริญญา สิทธิส่วนบุคคลทำให้คนเราเริ่มเห็นแก่ตัว ไม่รู้จักสังคม การอยู่ร่วมกัน ปัจจุบันมันค่อยๆเริ่มหายไป ความเคารพรุ่นพี่ การไหว้ การรู้จักกาละเทศะ การแต่งกาย ไม่สามารถใช้ชีวิตที่มีสิ่งต่างๆยั่วยุรอบตัว ทำให้มีผลต่อการเรียน การศึกษา ปราศจากคนพึ่งพา สำหรับคนที่ผ่านมาแล้วคงรู้และเข้าใจเป็นอย่างดี
