www.eduzones.com : The Most Popular Education Site in Thailand   
 

รับน้อง มหา ลัย ประเพณีที่กำลังจะหายไป

ร่วมส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คลิกที่นี่ บทความของท่านมีประโยชน์กับผู้ไม่รู้อีกมากมาย

      ประเพณีการรับน้อง กิจกรรมที่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิต นักศึกษาที่จะก้าวเข้ามาในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดของชีวิตที่เราจะได้นำสิ่งต่างๆที่ได้จากมหาวิทยาลัยไป ประกอบอาชีพ และสามารถเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคมในอนาคต การรับน้องมีมากมายหลากหลายอาทิ การสันทนาการ เล่นเกมส์ การซ้อมเชียร์ กีฬา การเข้าวินัย อบรมรุ่นน้อง แล้วแต่รุ่นพี่จะคิดและปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเป็นประเพณีอันดีงาม ซึ่งทุกอย่างล้วนมีจุดประสงค์เพื่อก็ให้เกิดความรัก ความสามัคคี ระหว่างเพื่อน รุ่นพี่ และสิ่งอื่นดีๆอีกมากมาย

" การรับน้อง กิจกรรมไร้สาระของพวกไร้การศึกษาจริงหรือ ? " 

เอนทรานซ์ - การสอบแข่งขันของนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อคณะสาขาวิชาที่ตนเองชอบในระดับอุดมศึกษามหาวิทยาลัย ปัจจุบันใช้การสอบแอดมิสชั่นและรับตรงแทน

มหาวิทยาลัย - สถานที่ศึกษาของนิสิต นักศึกษาหลากหลายสาขาวิชาเป็นสังคมที่รวบรวมกลุ่มความคิดอันหลากหลายสาขาวิชาเพื่อที่จะนำความรู้วิชาไปประกอบอาชีพในอนาคต

น้องใหม่ เฟรชชี่-นิสิตนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สอบเข้ามาใหม่จะได้รับกิจกรรมรับน้องเป็นอย่างแรกจากรุ่นพี่มหาลัย หรือ รุ่นพี่ที่คณะ

รุ่นพี่ - นิสิตนักศึกษาชั้นปีที่2 ขึ้นไป จนถึงชั้นปีสุดท้ายของแต่ละคณะ โดยปี 2-3 ส่วนมากจะเป็นพี่เชียร์ สอนร้องเพลงคณะ  สันทนาการ ให้การดูแลช่วยเหลือ ส่วนปี 3-4หรือบางคณะอาจมากกว่านั้นมักทำหน้าที่ พี่ว๊าก พี่วินัย ดูแลกิจกรรม ให้การอบรมสั่งสอน สรุปคือมีกลุ่มเล่นบทฮา และ กลุ่มเล่นบทโหด ทำงานร่วมกันในกิจกรรมนี้

..สกปรก เลอะเทอะ ขอโทษทีนะพี่ขอเสริมสวย ป้ายสีนิดหน่อยนะ ..จากการสันทนาการหรือเล่นเกมส์ เป็นทำกิจกรรมร่วมกันได้รู้จักทั้งเพื่อนใหม่ๆ พี่ใหม่ๆ มีการร้องเพลงสัน เต้นตามจังหวะกลอง เกมส์ต่างๆที่พี่นำมาให้เล่นล้วนเป็นเกมส์ทำร่วมกันมีคติข้อคิด ได้ปรึกษากัน ใช้ความคิด ความสามัคคีร่วมกัน เราคงสงสัยว่าทำไมโตขนาดนี้แล้วถึงต้องเล่นอะไรแบบเด็กๆด้วย ทุกคนพร้อมใจกันทำตัวให้เป็นเด็กเปิดใจยอมรับทุกอย่าง ครั้งหนึ่งในชีวิตจะให้มันผ่านเปล่าได้ยังไง จงใช้อย่างคุ้มค่า

..ช่วยกันๆ อีกนิดเดียวนะ ทำไมหนักจัง กินอะไรมาตัวถึงได้หนักขนาดนี้ .. การถูกเนื้อต้องตัวกันระหว่างเกมส์เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เสียหายเพราะคนข้างๆเราในวันนี้ก็จะเป็นเพื่อนกิน เพื่อนนอน เพื่อนตาย ในอีก 4-5 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน ทั้งทีก่อนหน้านี้ทุกคนต่างไม่เคยรู้จักกัน ต่างคนต่างมาจากคนละที่ เกิดความรัก ความผูกพัน สามัคคี กลมเกลียว

..ข้างหน้ามีกิ่งไม้บนหัว บ่อหลุมแล้วก็ขี้หมาข้างล่างระวังด้วยนะ..ขอบใจจ๊ะ ..เราต้องอยู่ข้างๆกัน ดูแลกัน ไม่ว่าจะทำกิจกรรมไหน รุ่นน้องต่างคนต่างไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกกลัว คงไม่มีใครคนไหนที่จะอยากอยู่คนเดียวในตอนนั้น เรารู้สึกปลอดภัยในความตื่นเต้น

พี่ฮาของพวกเราก็พามาเจอกับพี่โหดจนได้..พวกคุณสอบเข้ามากันกี่คน แล้วมากันกี่คน เพื่อนไม่เอากันแล้วหรือไง บอกให้ตอบ..เงียบทำไม มาก่อนเป็นพี่มาทีหลังเป็นน้องมาพร้อมเป็นเพื่อน..เหล่าพี่ว๊ากซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรุ่นใหญ่แต่ละคนดูน่าเกรงขาม ผมยาวสมัยก่อนคงเป็นคนมีอำนาจ บารมี ไว้หนวดเครา เสียงดังตรงข้ามกับน้องใหม่อย่างพวกเรา เตี้ย ตัวเล็ก ผมสั้น ไม่เคยพบเคยเจอที่ไหน กดดันขนาดนี้ บรรยากาศทำให้เราฉี่ราดไปเกือบทุกราย  มหาลัยมันมีเรื่องที่จะต้องพบเจออีกมากมาย การอบรบ สั่งสอน ลงโทษ ทำให้เราเข้มแข็ง รู้จักวิธีการเข้ามาใช้ชีวิตในที่แห่งนี้

..เสียงพวกคุณตั้งกี่คน มีพลังกันแค่นี้เองหรือ.. บูม ร้องเพลงคณะ กันอย่างยาวนาน ทำให้เราท่องจำได้ขึ้นใจ ความเหนื่อยล้า กำลังกายใกล้จะหมดแต่เราก็ยังไม่ท้อ ยังคงช่วยเพื่อนๆ สู้ต่อไปด้วยความรักคณะรักเพื่อนๆ อย่างไม่รู้จุดหมาย และแล้วเสียงนั่นก็ดังขึ้น หยุด... พร้อมกับความเงียบ สงบ

.....

..แสงสว่างสีทองจากเทียนค่อยๆ กำเนิดพร้อมกับเพลงคณะที่พี่ๆทุกคนร่วมกันน้องอย่างไพเราะมอบให้กับพวกเรา แสงจากจุดเล็กๆจนล้อมรอบพวกเราสูงหลายชั้น พอพี่ให้เปิดตาก็พบกับภาพอันประทับใจไม่รู้ลืม นั้นทำให้เราภูมิใจที่ร่วมกันสร้างจนสำเร็จและได้รับรุ่นจากพี่ๆในวันอันสำคัญพิเศษยิ่ง

จากนั้นเราก็จะได้พบกับรุ่นพี่บุคลิกใหม่ ไม่ได้ดุ โหด ก่อนหน้านั้นซึ่งเราเกลียดมากๆ ไม่ชอบ ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาทำให้เราเจอกับเหตุการณ์ ลำบากๆร่วมกัน แต่พอได้รุ่น พี่กับเปลี่ยน พี่ปัญญาอ่อน ตลก อ่อนโยนเป็นคนละคนจนพวกเรารักปลื้มเป็นอย่างมาก นำของขวัญ ขนมมากมาย มามอบให้พวกเรา รวมถึงได้สายรหัส เป็นวันเดียวที่ทุกคนในคณะมารวมตัวกันทุกคน

หลังกลับบ้าน หอพัก พ่อแม่ คนทั่วไปมักรับไม่ได้และไม่เข้าใจกับสภาพลูกของตัวเองและคิดกันไปต่างๆนาๆว่าไปทำอะไรมา โดยที่เรานั้นไม่สามารถบอกเหตุการณ์ความประทับใจให้กับผู้อื่นได้ นอกเสียจากผู้นั้นจะได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง ประเพณีนี้จะเก็บเป็นความลับไว้จากจากรุ่นสู่รุ่น และเราก็หวังว่าจะมอบในสิ่งดีๆที่ได้ให้กับรุ่นน้องต่อๆไปเหมือนที่พี่มอบให้กับเรา

           ถึงปัจจุบันนี้มันก็เป็นที่น่าเสียดายที่ต่อๆไป ก็คงจะไม่มีหลงเหลืออยู่ให้เราได้รับแล้ว มาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การรับน้องที่รุนแรงเกินเลยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ของรุ่นพี่มหาลัยซึ่งแต่ก็เป็นปรเพณีเฉพาะมหาลัยไม่กี่แห่งของรัฐแต่เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของมหาลัยทั้งรัฐ เอกชน จากการปรับมหาลัยออกนอกระบบ ยกฐานะของสถาบัน วิทยาลัย แก้ไข ซึ่งบางส่วนก็เกิดจากคนเพียงกลุ่มน้อยนิด ที่ต้องยกเลิกประเพณี ที่ทำกันมาช้านาน และคนส่วนมากก็ไม่สามารถรับรู้ได้เข้ามาทำกิจกรรมเหมือนพวกเราอย่างแท้จริงๆ ทำให้สังคมมหาลัยเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ละมหาลัยต้องทำการปรับเปลี่ยนกิจกรรมควบควมการรับน้องลดลง กิจกรรมรับน้องก็ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรมากเหมือนสมัยก่อน นิสิตนักศึกษาสมัยใหม่รู้จักมหาลัยเพียงแค่สถานที่ให้ใบปริญญา สิทธิส่วนบุคคลทำให้คนเราเริ่มเห็นแก่ตัว ไม่รู้จักสังคม การอยู่ร่วมกัน ปัจจุบันมันค่อยๆเริ่มหายไป ความเคารพรุ่นพี่ การไหว้ การรู้จักกาละเทศะ การแต่งกาย ไม่สามารถใช้ชีวิตที่มีสิ่งต่างๆยั่วยุรอบตัว ทำให้มีผลต่อการเรียน การศึกษา ปราศจากคนพึ่งพา สำหรับคนที่ผ่านมาแล้วคงรู้และเข้าใจเป็นอย่างดี

 

 

   
คัดสรรมาฝากโดย stutect (Archi nude) บทความทั้งหมดของคุณ stutect
วันที่ 25/08/2550 เวลา 04:06:14
เข้าชมบทความนี้แล้ว 11795 ครั้ง ได้รับการโหวต 82 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน


ตั้งกระทู้ใหม่ เก็บไว้ใน Favorites พิมพ์ แจ้งลบ ส่งบทความนี้ให้เพื่อน
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า ( ชม 11795 คน ตอบ 50 คน ) 1 2 >>
ความคิดเห็นที่ 50
วันที่ 24/6/2551 18:31:08
โดย คุณ padasa
IP : 202.12.73.***
 

นุ๋กจาตาย


ทนม้ายด้ายก้อปายตายซ่ะ
ต่อปายมึงจารับกับเจ้านายอัน

โหดเหี้ยมด้ายหรอ

รับปายมันนุ๋กจาตาย

ด้ายเพื่อนด้วย

ด้ายปาสบกานอีก


ทามแค่นี้ม้ายด้าย

อ้ายเด็กสำออย

กกลับปายดูดนมแม่ป้ายยยยยยยยยยยยยยย

โพสต์เมื่อ : 24/6/2551 18:31:08
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 49
วันที่ 29/5/2551 14:43:57
โดย คุณ รักน้องปีหนึ่ง
IP : 61.7.174.***
 

รับน้องยังคิวปิดเลย กลัวอะไรหนักหนา ถ้าไปทำงานพวกมึงคงลาออกหมดสถุลจัง กูอยู่แม่โจ้ว่ะ กล้ามารับน้องกับกูไหม SOTUS

โพสต์เมื่อ : 29/5/2551 14:43:57
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 48
วันที่ 9/11/2550 17:52:51
โดย คุณ ฟฟฟ
IP : 58.8.94.***
 

เราว่ารับน้องเป็นสิ่งที่ดีถ้าเราใช้วิธีที่เหมาะสม
เราก็เป็นคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านการรับน้องมาในปีนี้ รุ่นพี่ดูแลเราเป็นอย่างดีทุกอย่างต้องปลอดภัย พี่ถือน้ำกับขนมเดินตามน้องตลอดเวลาที่น้องทำกิจกรรม(ยกเว้นอยู่ที่เดียว...) น้องดูท่าทางไม่สบายพี่ก็คอยถามทั้งๆที่จริงเราแค่ง่วงนอน

โพสต์เมื่อ : 9/11/2550 17:52:51
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 47
วันที่ 8/11/2550 14:49:05
โดย คุณ วิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
IP : 203.146.50.***
 

ถ้าทนแค่กับเรื่องการรับน้องไม่ได้ แล้วเวลาโตขึ้น คุณจะสามารถเข้ากับบุคคลอื่นได้รึ เด็ก ม.ปลายส่วนใหญ่มักจะกลัวกับสิ่งที่ไม่เคยเจอ พวกผมเป็นเด็กสายอาชีวะที่เรียน ปวช. ปวส. มาจนกระทั่งเรียนวิศวกรรมศาสตร์ได้ ยังไม่เคยท้ออะไรกับการรับน้อง เพียงแค่ขอให้คิดว่า คำว่าเพื่อน=รักกัน
เหนื่อยด้วยกัน ก้อแค่นั้น

โพสต์เมื่อ : 8/11/2550 14:49:05
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 46
วันที่ 30/10/2550 15:08:20
โดย คุณ วิศวะลูกพระจอม
IP : 202.44.8.***
 

รับน้องผมคิดว่าดีนะครับบ จากประสบการณ์ของผมนะ ก่อนที่จะได้รุ่น ได้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย เป็นส่วนหนึ่งของคณะ เป็นส่วนหนึ่งของภาควิชา จะโดนพี่ว๊าก ซึ่งมันก็คงจะไม่มีไครชอบหรอกครับให้คนมาด่า แต่เมื่อผ่านพ้นตรงที่พีเค้าว๊ากมาได้ พอได้รุ่นแล้วน้องจะได้รู้ถึงคำว่าพี่น้อง เพื่อน และอีกหลายๆอย่าง แล

โพสต์เมื่อ : 30/10/2550 15:08:20
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 45
วันที่ 19/10/2550 12:41:12
โดย คุณ jamesjkn
IP : 125.24.14.***
 

มีสถานที่ที่จะแนะนำที่เรียนภาษาอังกฤษให้กับรุ่นน้องที่สนใจ โดยเฉพาะคนที่ไม่มีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษเลย เพราะว่าพี่เป็นคนที่ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษเลย
แต่พอมาเรียนกับอาจารย์มนตรี ทำให้เกรดในโรงเรียนดีขึ้น และยังสอบติด คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อินเตอร์ อีกด้วย
รู้สึกประทับใจในการสอน ไม่เครียดเป็นกันเอง และตอนนี้พี่ก็พูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นมาก ๆ ด้วย อยากให้รุ่นน้องลองไปเรียนดู แล้วน้องจะรักภาษาอังกฤษมากขึ้น
เพราะอาจารย์จะสอบปูพื้นฐานให้ใหม่ทั้งหมดครับ

อาจารย์มนตรีเปิดคอร์สแล้ว ที่ ATHENA ( เอธีน่า ) ที่ วิสุทธานี ครับ

รายละเอียด ราคาคอร์ส 2800 บาท ( คอร์ส Eng 1 ปูพื้นฐาน ) สำหรับนักเรียนที่ต้องการมีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษ รับตั้งแต่ระดับชั้น ม.4-ม.6
มีให้เลือก เรียน 2 วัน
1.) เรียนวันอาทิตย์ เริ่มเรียน 11 พ.ย. 50 เวลา 10.10 - 12.40 น.
2.) เรียนวันพุธ เริ่มเรียน 14 พ.ย. 50 เวลา 17.30 - 20.00 น.

ติดต่อสอบถามรายละเอียดที่ ATHENA วิสุทธานี : Tel. 02-371-0928

+ + + ลองมาแล้วน้องจะรู้ว่าภาษาอังกฤษไม่ได้ยากอย่างที่คิด + + +




โพสต์เมื่อ : 19/10/2550 12:41:12
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 44
วันที่ 14/10/2550 22:34:28
โดย คุณ f
IP : 125.24.144.***
 

คนที่ผ่านการรับน้องที่ดีเข้าใจความหมายย่อมรู้ และเป็นความทรงจำที่ดี ส่วนคนที่ได้รับการรับน้องแบบแย่ๆนั้นก็คงไม่ได้อะไร

โพสต์เมื่อ : 14/10/2550 22:34:28
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 43
วันที่ 1/10/2550 20:30:01
โดย คุณ เด
IP : 125.24.145.***
 

แล้วแต่คนจะคิดนะเพราะเดี๋ยวนี้การรับน้องได้แพร่หลายในสถาบันการศึกษาไม่เฉพาะในมหาวิทยาลัยเท่านั้น ถ้าเอาไปใช้ในทางที่ผิด ที่อื่นๆที่เค้ารักษากันมาดีๆก็แย่ตาม มอเราดี

โพสต์เมื่อ : 1/10/2550 20:30:01
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 42
วันที่ 23/9/2550 17:50:16
โดย คุณ chonlathep
IP : 58.64.125.***
 
จากกระทู้ที่ 12 โดย อ้อย
ก็สนุกดีนะแต่บางครั้งก็น่าเบื่อ

 

วิวาทะ “รับน้อง(โหด)” ประเพณีโฉดฉบับ” อัปรีย์ชน” แห่งกรุงสยาม


 


ชลเทพ   ปั้นบุญชู   นักวิชาการอิสระด้านสังคม( ยุวโฆษกและYPD )


 


รับน้องเพื่อ “อะไร” ทำไม “ต้องมี” มุมมองในเชิง “หน้าที่นิยม”


 


                รับน้องเป็นประเพณีที่ปฏิบัติขึ้นในแต่ละสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ ระหว่าง รุ่นพี่ และ รุ่นน้อง ในเชิงอำนาจ ซึ่งหมายถึง การเคารพ เชื่อฟัง ปฏิบัติตาม จากบรรทัดฐานของ”รุ่นพี่” ที่สร้างขึ้น สามารถพบเห็นได้ทั่วไปจาก การรับน้องมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา หรือแม้แต่ที่ทำงานบางแห่ง กระบวนการ รับน้อง จึงเป็นมรรวิถีแห่งการเรียนรู้บรรทัดฐาน( socialization ) ทางสังคม(นั้นๆ) อันจะนำมาสู่ความเข้าใจใน บทบาท(rule) หน้าที่(status) ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องให้เป็นไปตามกฏเกณฑ์ที่วางไว้


               


                กระบวนการับน้องในประเทศไทยนั้นมีมากมายหลายแบบ เท่าที่ผมสังเกตเห็นก็มี แบบแรก การรับน้องแบบสันทนาการ  [1]คือ ให้น้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก มุ่งเน้นให้เกิดความสนุกระหว่างพี่และน้อง ซึ่งหมายถึงการ้องรำทำเพลง เต้าท่าประหลาดประหลาด ออกมาแสดงร่วมกัน หากเป็นแบบที่สอง การรับน้องแบบพิธีกรรม [2]คือการสร้างความหมาย


อัตลักษณ์ ตัวตน และจิตวิญญาณ เพื่อเชื่อมโยงระหว่างปัจเจกบุคคล หลอมรวมกับคณะ/สาขาวิชา จนไปถึงระดับสถาบัน การปฏิบัติแนวพิธีกรมแบบนี้ผมขอใช้แนวคิดทางมานุษยวิทยาเรื่อง การเปลี่ยนผ่านเชิงพิธีกรรม (rite the passed ) ซึ่งหมายถึงปัจเจกจำเป็นจะต้องประกอบพิธีกรม(บางอย่าง)ที่สังคมกำหนดไว้ เพื่อการยอมรับของคนในสังคม เช่นการล่าสัตว์ของบางชนเผ่าเพื่อแสดงถึงความเป็นเด็กที่จะต้องเปลี่ยนไปสู่ผู้ใหญ่ การรับน้อง ในความหมายเชิงพิธีกรมเปลี่ยนผ่านจึงบ่งบอกว่า น้องๆได้สามารถปฏิบัติกิจกรรมบางอย่างเพื่อแสดงความเป็นน้องใหม่ในสถาบันเรียบร้อยแล้ว ได้รับฉันทานุมัติจากรุ่นพี่ ให้เข้ามาเป็น “น้อง”นอกเหนือจากการเข้ามาในแบบรูปธรรม(การสอบได้หรือเข้ามาเรียน) แต่หากได้เปลี่ยนผ่านตนเอง(จากเงื่อนไขบางอย่างที่กำหนดขึ้น)ในเชิงจิตวิญญาณ หรือเรียกง่ายๆว่าเข้ามาเป็นักศึกษาอย่างเต็มตัวนั่นเอง ตัวอย่างที่เห็นได้แก่ ประเพณีติดเข็ม รับเกียร์ หรือผูกข้อมือ


 


 ส่วนแบบที่สามที่ผมจะกล่าวก็คือ“การับน้องแบบปฏิบัติการสร้างบรรทัดฐาน” [3]เป็นการจำลองวิธีการฝึกแบบนักศึกษาวิชาทหาร และทหาร ในการสร้างระเบียบวินัย โดย ควบคุม จำกัดสิทธิเสรีภาพ จากการกำหนดสภาวะที่กดดัน กว่าสภาวะปรกติ หรือสมมุติเหตุการณ์เพื่อหลอมรวมปัจเจกให้เข้าสู่”บรรทัดฐาน”กลุ่ม ที่รุ่นพี่สร้างขึ้น หรือที่เราเรียกว่าระบบ SOTUS (ตรงส่วนนี้ผมไม่สามารถกล่าวรายละเอียดได้ทั้งหมด) วิธีการเหล่านี้ใช้เพื่อสร้างระเบียบในการอยู่ร่วมกัน รักษาค่านิยมบางอย่างเช่นผ่านวาทะกรรมเชิงอำนาจ “รุ่นน้องต้องเคารพรุ่นพี่” “เพื่อนกันต้องช่วยเหลือรักใคร่ปรองดองกัน” “อย่าเอาตัวรอดคนเดียว” “อย่ามาอีโก้สูงในคนหมู่มาก” เป็นต้น


                หากจะลงให้ลึกในส่วนวิธีการที่สองและสามนี่แหละครับที่ผมจะกล่าวถึง มันมีระเบียบวิถีปฏิบัติมากมายแต่จะนำมาสู่หลักการที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น  เคยได้ยินไหมครับว่าของบางอย่าง “หลักการดี” แต่ “วิธีการห่วย” เพราะในส่วนของสารัตถะแล้ว ในส่วนนี้แหละครับที่มีปัญหาและถูกพิพากษ์วิจารณ์จนเป็นประเด็นทางสังคม


                ผมเคยได้รับความรู้เมื่อสมัยยังเรียนในระดับปริญญาตรี รายวิชา จิตวิทยาสังคม อาจารย์ท่านอรรถฐาธิบายว่า [4]“การรับน้อง” นั้นทำไมถึงต้องใช้วิธีการกดดัน ”ทั้งร่างกาย” และ”จิตใ” ท่านยกตัวอย่างงานวิจัยชิ้นหนึ่งว่า “ มีการกดลองให้เด็กทั้งสองกลุ่มที่มีปัญหาความขัดแย้งกัน ไปเผชิญกับสภาวะความยากลำบาก ความกดดัน เพื่อแก้ปัญหาในสถานการณ์ดังกล่าว  ผลปรากฏว่าเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ เด็กกลุ่มนี้กลับรักใคร่ปรองดองมาก เพราะต่างคนต่างที่ได้ถูกหลอมรวมประสบการณ์แบบเดียวกัน ความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจจึงเกิดขึ้น”  ผมจึงขอใช้เหตุผลที่พอฟังขึ้นนี้มารองรับว่า ทำไม”เวลารับน้อง” จึงต้องสร้างสถานการณ์ให้ “กดดัน” และต้องสร้าง อุปสรรค แบบที่เรียกว่า วิบากกรรม เลยทีเดียว อาจารย์ท่านมองว่า “วิธีนี้แหละที่จะให้เรายอมรับ กฏเกณฑ์ ได้ในระยะเวลาอันสั้น” เพราะความรู้สึกร่วมในบริบทเดียวกัน ทำให้ผมนึกถึงรายการบิ๊กบราเธอร์  รายการrealality หรือบ้านอคาเดมี ที่แสดงอยู่ ก็ใช้หลักการเดียวกัน


                แต่ไอ้ที่ผมไม่เข้าใจว่า วิธีการรับน้อง(โหด)ดังที่ปรากฏในข่าว มันเกิดขึ้นในสังคมไทยได้อย่างไร? เพราะมันไร้ซึ่งเหตุและผลที่สุดในเชิงตรรก นอกจากไม่สร้างสรรค์แล้วยังรู่สึกว่าเป็นมรรควิถีแห่ง อุบาทว์ชน เขาทำกัน ขนาดนักโทษที่ทำความผิด เจ้าหน้าที่ยังไม่มีสิทธิที่จะไปทรมานร่างกาย เพราะมันขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน


                ผมได้ฟังคุณอา... สรยุทธ์ ไต่ถามในหน้าจอทีวี เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า “โดนทั้งตระแกรงปิ้งปลานาบไปที่ก้น บุหรี่ที่ติดไฟจี้ไปที่ใต้ราวนม และส้อมที่ร้อนนามไปที่หน้าอก และให้ล้มลงไปกับกองถ่านกลบด้วยกองทราย ที่ยังมีความร้อนอยู่” ผมถึงกับหยุดหายใจพร้อมจินตมโนภาพตามที่ได้ฟัง ในห้วงจังหวะแห่งความคิดของตนเองก็ฉุกคิดคำพูดหนึ่งได้คือ


”อัปรีย์ชน” ที่สุด และผ่อนลมหายใจยาวๆเฮือกใหญ่


                ทำให้อดคิดไม่ได้ว่ารุ่นพี่ที่มีพฤติการณ์ดังกล่าว มีจิตใจ “วิปริต”  หรือไม่? เพราะการกระทำที่แสดงออกมันบ่งชี้ว่า มิใช่ภาวะวิสัยมนุษย์ปรกติธรรมดาพึงจะทำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง จริยธรรมและศีลธรรมในมโนสำนึก ต่ำ ถึงขั้นหาได้มีไม่


                วิธีการับน้องที่ดีและเป็นประโยชน์มีอีกตั้งมากมาย ที่สามารถทำได้แต่ทำไมถึงไม่ทำ ผมไม่อยากจะเอามุมมอง อารยชน และชนป่าเถื่อนตัดสิน เพราะมันเป็นเพียงมุมมองเชิงเดี่ยว  เดี๋ยวจะหาว่าเอาสังคมของตนเองไปเปรียบเทียบกับคนในสังคมอื่นอื่น แต่ผมขอมองในฐานะ มนุษยนิยม คนหนึ่ง ที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าว ขาดความปรานี และ เมตตาธรรมยิ่งนัก หลักการที่ปฏิบัติราวกับรุ่นน้อง มิใช่คน (ขนาดสัตว์เรายังไม่มีสิทธิที่จะทำได้เลย) อย่างนี้หรือครับคนที่อ้างตนเองว่าเป็น รุ่นพี่ ที่ปฏิบัติกับ รุ่นน้อง  ผมเคยผ่านพิธีกรมรับน้อง ถึงแม้มันอาจจะมิได้ราบรื่นนัก แต่รุ่นพี่ที่ผมเคยสัมผัส คำนึงถึงชีวิตและความปลอดภัย ของรุ่นน้องไว้อย่างดีที่สุด เพราะนี่คือหนึ่งชีวิตที่มีค่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า บุคคลซึ่งนิยามว่าเป็น “รุ่นน้อง “ ผู้ถูกกระทำดังกล่าว ไร้ค่า เพียงเพราะไร้ตัวตน ไร้อำนาจ ไร้พื้นที่ จนต้องประกอบพิธีการแบบ ต่ำ ต่ำ ถูกกระทำแบบ “กดขี่”เพื่อสร้างความสนุกและสะใจ ของรุ่นพี่บางกลุ่มเท่านั้นหรือ และเบื้องหลังแห่งความเสียใจที่มิอาจประเมินค่าได้ครั้งนี้คือ “ความสูญเสีย” ของพ่อแม่และบุคคลในครอบครัว เพียงเพราะ การเข้ามาเรียนในสถาบัน ที่มีประเพณี “การับน้อง” แบบ “อัปรีย์ชน”ที่มีเดิมพันด้วย “ชีวิต” ตายหรือรอดขึ้นอยู่กับดวง








[1]  เป็นการกำหนดโดยตัวผู้ศึกษาเองจากการจำแนกประเภทของลักษณะกิจกรรมรับน้องเชิงประจักษ์



[2] การรับน้องดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนผ่านจากนักศึกษาธรรมดา ให้เป็นนักศึกษาในเชิงสัญลักษณ์ที่สมบูรณ์ คือการประกอบพิธีกรมอันจะนำไปสู่ความสมบูรณ์ใน อัตลักษณ์ นักศึกษา



[3] ระบบแบบนี้ได้ใช้วีธีการแบบวิถีประชาเพื่อควบคุมบรรทัดฐานทางสังคม หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกนินทา แปลกแยกทางความรู้สึก จากเพื่อนๆ และรุ่นพี่ บรรทัดฐานแบบนี้จึงสามารถกำหนดลักษณะที่พึงกระทำและไม่ควรกระทำ ให้ปัจเจกรับรู้เพื่อรับเงื่อนไขดังกล่าว



[4] อ้างในคำบรรยายรายวิชา จิตวิทยาสังคม รศ.ลิขิต   กาญจนคม อาจารย์ประจำภาควิชา จิตวิทยา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร



โพสต์เมื่อ : 23/9/2550 17:50:16
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 41
วันที่ 17/9/2550 23:38:31
โดย คุณ ผูกพัน
IP : 125.24.147.***
 

เราผ่านมาแล้วทั้งม.เชียงใหม่ ม.นเรศวร มันทำให้เรามีชีวิตที่ดีเหมือนทุกวันนี้
ถ้าไม่มีเราคนใช้ชีวิตในมหาลัยอยู่คนเดียวไม่ได้แน่เลย

โพสต์เมื่อ : 17/9/2550 23:38:31
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 40
วันที่ 14/9/2550 11:45:41
โดย คุณ ปี1ม.บูรพา
IP : 202.28.77.***
 

กิจกรรมเหล่านี้ที่คณะมนุษย์ฯ ม.บูรพายังมีอยู่คะโดยใช้ชื่อนี้ว่า พิธีล้อมธง ต้องขอขอบคุณรุ่นพี่ทุกคนนะค่ะที่จัดกิจกรรมนี้ให้น้องๆปี1ไม่เชื่ออย่ารบหรู่เชียวนะเป็นพิธีที่คลั่งมากๆเชียวค่ะ

โพสต์เมื่อ : 14/9/2550 11:45:41
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 39
วันที่ 12/9/2550 16:38:45
โดย คุณ หนู5/5
IP : 222.123.236.***
 

ตอนนี้หนูอยู่ม.5/5เองนะหนูลองอ่านดูข้อความของพวกพี่ๆแล้วหนูอยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ต่อไป เพราะหนูคิดว่า "ไม่มีสิ่งไหนที่ทำลงไปแล้วได้มาง่ายๆหรอก"ไม่ว่าหนูจะเรียนที่ไหนก็ตามแต่หนูสัญญากับพวกพี่ๆว่าหนูจะเป็นกำลังใจให้ หนูสัญญา หนู5/5

โพสต์เมื่อ : 12/9/2550 16:38:45
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 38
วันที่ 9/9/2550 16:54:55
โดย คุณ วิดวะเฟรชชี่ มช.
IP : 202.28.27.***
 

วิศวะ มช. รับน้องสนุกมาก ไม่โหดอย่างที่คิด เรารักกันทั้งคณะ ลองเข้ามานะ แล้วจาร้ อธิบายไม่ได้ เกินคำบรรยาย

โพสต์เมื่อ : 9/9/2550 16:54:55
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 37
วันที่ 8/9/2550 12:52:15
โดย คุณ thunderbolt
IP : 202.28.27.***
 

SOTUS
วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
^O^
ทำให้รักคณะ  ทุกคนเป็นเพื่อน เป็นพี่
นี้แหละ
ถ้าไม่เข้ารับน้อง  นี้แหละชีวิตที่ขาดหายไป
ชีวิตเดียว ใช้ให้คุ้ม

โพสต์เมื่อ : 8/9/2550 12:52:15
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 36
วันที่ 7/9/2550 11:45:18
โดย คุณ maitaotong
IP : 61.90.167.***
 

รับน้องสนุกอยู่แล้วแหละ  จะได้รู้จักพี่ๆด้วย

โพสต์เมื่อ : 7/9/2550 11:45:18
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 35
วันที่ 5/9/2550 21:59:11
โดย คุณ kitpee
IP : 203.146.63.***
 

สุดยอดอย่างแรง

เปนอะไรที่ซึ้งมากๆๆคะ



โพสต์เมื่อ : 5/9/2550 21:59:11
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 34
วันที่ 4/9/2550 11:34:28
โดย คุณ คนบูรพา
IP : 202.28.77.***
 

คิดถึงตอนปี 1 นี้ก็ผ่านมา3 ปีแล้ว ขนลุกเลย มันมากกว่าคำว่าเรียนมหาลัย แต่ มันคือชิวิตจำลองในอนาคต

โพสต์เมื่อ : 4/9/2550 11:34:28
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 33
วันที่ 4/9/2550 9:29:03
โดย คุณ 33
IP : 203.154.65.***
 



โพสต์เมื่อ : 4/9/2550 9:29:03
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่ แจ้งลบ
ความคิดเห็นที่ 32
วันที่ 2/9/2550 20:07:04
โดย คุณ clar
IP : 210.246.75.***
 

เหอะๆ รับน้องรึ

มันก็แล้วแต่คนคิดอะนะ



โพสต์เมื่อ : 2/9/2550 20:07:04
ตอบโดยอ้างอิงข้อความ ตั้งกระทู้ใหม่