โรคลีจิโอเนลลา (legionellosis)
น้ำพุร้อน หอผึ่งเย็น แหล่งแพร่เชื้อ
เชื้อลีจิโอเนลลา (Legionella) เป็นแบคทีเรียแกรมลบที่งอกเจริญดีที่อุณหภูมิ ๓๐-๔๕ องศาเซลเซียส ในแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แหล่งน้ำพุร้อน และแหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น หอผึ่งเย็น ฝักบัว น้ำพุ แหล่งที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า ๒๐ องศาเซลเซียส เชื้อจะงอกช้ามาก ในน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำแต่มีสาหร่าย อะมีบางอกเจริญอยู่ จะช่วยเร่งการงอกเจริญของเชื้อลีจิโอเนลลาด้วย
ศ. ดร. นพ.สมชัย บวรกิตติ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ประเภทวิทยาศาสตร์สุขภาพ สาขาวิชาแพทยศาสตร์ ได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเชื้อลีจิโอเนลลา พบว่าน้ำในแหล่งน้ำพุธรรมชาติ เฉพาะน้ำในบริเวณที่มีการต่อท่อออกไปให้คนลงอาบ มีเชื้อลีจิโอเนลลางอกเจริญอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าไม่มีระบบป้องกัน ละอองน้ำที่มีเชื้อจะกระจายไปสู่อากาศ เมื่อคนสูดหายใจเอาละอองน้ำที่มีเชื้อลีจิโอเนลลาเข้าไป โดยเฉพาะคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจทำให้เกิดโรคคือ โรคลีเจียนแนร์ (โรคทหารผ่านศึก) และไข้ปอนเตียค ได้
โรคลีเจียนแนร์ หรือโรคทหารผ่านศึก (legionnaires disease) เป็นโรคที่ควบคุมไม่ได้เด็ดขาด และพบอยู่ทั่วโลก มีระยะฟักโรค ๒-๑๐ วัน พบในผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ โรคหัวใจ หรือโรคปอดเรื้อรัง อาการเริ่มแรกได้แก่ รู้สึกอ่อนระโหยไม่สบาย ปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลัง ต้นคอ แขน ขา ปวดศีรษะ และมีไข้ ๓๘.๕-๔๐.๕ องศาเซลเซียส หนาวสั่น ท้องเสียอ่อน ๆ และปวดท้อง ผู้ป่วยจะอ่อนเพลียมาก ๒-๓ วันต่อมา และจะไอแห้ง ๆ บางครั้งเสมหะมีเลือด เจ็บหน้าอก หายใจขัด ระยะนี้ผู้ป่วยจะหายใจถี่ และสับสนไม่ค่อยรู้เรื่อง ผู้ป่วยอาจถ่ายปัสสาวะปนเลือด สุดท้ายจะมีภาวะไตล้มเหลว โพรงเยื่อหุ้มปอดมีสารน้ำ ปอดอักเสบ หรือปอดบวมร่วมด้วย
ไข้ปอนเตียค (Pontiac fever) ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ขึ้น คล้ายไข้หวัดธรรมดา เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว แต่ไม่มีภาวะปอดอักเสบร่วม อาการของผู้ป่วยโรคนี้จะไม่รุนแรงเหมือนโรคลีเจียนแนร์
ในส่วนประชาชนยังมีความรู้เกี่ยวกับเชื้อตัวนี้น้อยมาก ดังนั้น วิธีป้องกันโรคดังกล่าว จึงควรจะให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อนี้ นอกจากนี้ เจ้าของสถานที่ที่อาจพบเชื้อลีจิโอเนลลาควรจะมีส่วนช่วยในการป้องกันการแพร่กระจายของโรคได้ กล่าวคือ ควรทำความสะอาดบริเวณที่อาจจะเกิดเชื้อลีจิโอเนลลาเป็นประจำ เช่น ถ้าเป็นบ่อน้ำพุที่ต่อท่อออกมาให้คนอาบ ควรจะทำความสะอาดอ่างหรือเติมสารเคมีฆ่าเชื้อ เช่น คลอรีน ลงในบ่อประมาณสัปดาห์ละครั้ง ทั้งนี้ควรเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจประมาณเดือนละ ๒ ครั้ง เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการบำรุงรักษา ถ้าเป็นหอผึ่งเย็นควรจะทำความสะอาดเดือนละครั้ง หากเจ้าของสถานที่ปล่อยปละละเลยเรื่องดังกล่าวก็ควรต้องมีมาตรการที่จะดำเนินการทางกฎหมายด้วย
ถึงแม้ว่าโรคลีเจียนแนร์และไข้ปอนเตียคจะเป็นโรคที่ไม่อันตรายร้ายแรงมากนัก แต่ก็เป็นโรคที่เคยมีการแพร่ระบาดเช่นกัน เพื่อเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ จึงควรรู้จักและป้องกันการเกิดโรคนี้.
ผู้สรุปและเรียบเรียง : นางสาวกุลศิรินทร์ นาคไพจิตร นักวรรณศิลป์ ๔ กองศิลปกรรม
ที่มา : จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ ๑๔ ฉบับที่ ๑๕๒ มกราคม ๒๕๔๗