เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้เกิดการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว แม้แต่การศึกษาหาข้อมูลและการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ก็ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ดังนั้นการเรียนรู้ในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียนและครู แต่การเรียนการสอนแบบดั้งเดิมจะลด น้อยลง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและผู้สอนจะเปลี่ยนไป เกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้แบบใหม่
ดร.ครรชิต มาลัยวงศ์ นักวิชาการด้าน ICT มองว่า ไอซีทีเป็นเครื่องมือที่มีความสามารถในการบันทึกข้อมูลข่าวสาร มีความสามารถในการค้นข้อมูลข่าวสารรูปแบบต่าง ๆ ออกมาให้ใช้งาน รวมทั้งมีความสามารถในการคำนวณและการส่งข้อมูลข่าวสารไปยังผู้รับที่อยู่ห่างไกล แต่ลำพังเทคโนโลยียังไม่พอเพียงที่จะช่วยสร้างการเรียนรู้ให้เด็กไทย แต่ต้องอาศัยผู้ทรงความรู้นำความรู้นั้นมาเรียบเรียง จัดหมวดหมู่และหาวิธีนำเสนอให้เด็กได้เรียนรู้ ซึ่งถ้าหากเนื้อหาไม่น่าดึงดูดก็ต้องอาศัยศิลปะมัลติมีเดียที่จะนำเนื้อหานั้นมาถ่ายทอดออกมาเป็นบทเรียนที่น่าสนใจ แต่ขณะเดียวกันถึงแม้ว่าจะมีบทเรียนที่มีการถ่ายทอดอย่างดี น่าสนใจ และเยี่ยมยอดเพียงใด แต่ถ้าหากเด็กไม่สามารถเข้าถึง หรือเข้าถึงแต่ไม่สนใจจะเปิดดู บทเรียนนั้นก็คงเปล่าประโยชน์
รศ.ยืน ภู่วรวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และที่ปรึกษาของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า ณ วันนี้สิ่งพิมพ์และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่อยู่ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์มีมากขึ้น อนาคตรูปแบบของการเรียนการสอนจึงเปลี่ยนไป เช่น เด็กคนหนึ่งที่มีอายุ 20 ปี เขาอาจจะดูทีวีหมดไปประมาณสองหมื่นชั่วโมง เข้าอินเทอร์เน็ตอีกประมาณหมื่นชั่วโมง ใช้โทรศัพท์มือถืออีกประมาณหมื่นชั่วโมง แต่ปรากฏว่าอ่านหนังสือน้อยกว่าห้าพันชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการที่อ่านหนังสือน้อยทำให้เขาเรียนรู้ได้น้อย เพราะการรับรู้และการเรียนรู้มาจากสิ่งอื่นด้วย นั่นก็คือ แหล่งเรียนรู้ออนไลน์
แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ หมายถึง แหล่งข้อมูล ข่าวสาร ความรู้และประสบการณ์ทั้งหลายที่เข้าถึงได้ทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่สามารถทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ได้ด้วยตนเอง จากการได้คิดเอง ปฏิบัติเอง และสร้างความรู้ด้วยตนเอง ตามอัธยาศัยและต่อเนื่อง จนเกิดกระบวนการเรียนรู้ โดยมีความสำคัญตรงที่เป็นแหล่งการศึกษาตามอัธยาศัย สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เป็นแหล่งปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
ตัวอย่างแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ที่ให้เยาวชนและผู้สนใจได้เก็บเกี่ยวไปใช้ได้ อาทิ เว็บไซต์วิชาการดอทคอม (vcharkarn.com) เว็บไซต์ไทยกู๊ดวิวดอท คอม (thaigoodview.com) เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม (kanzuksa.com) เว็บไซต์เครือข่ายสารสนเทศดาราศาสตร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย
การศึกษาดอทคอม (http://www.kanzuksa.com) เป็นเว็บไซต์รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และหลักสูตรวิชาชีพ ไว้ให้ได้เข้าไปอ่านตำรา ชมสื่อการสอน ทดลองทำข้อสอบ มีคลิป วิดีโอการสอนใหม่ ๆ รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษา
นายกัมปนาท ฐิติรัตนกรณ์ เว็บมาสเตอร์การศึกษาดอทคอม เล่าถึงแรงบันดาลใจในการก่อกำเนิดเว็บไซต์นี้ว่า จุดเริ่มแรกเกิดจากตัวเองก่อน คือ มีความคิดว่าเราเรียนที่โรงเรียนแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก ทำการบ้านไม่ค่อยได้ อยากให้มีคนช่วยสอน แต่บางครั้งคุณพ่อหรือคุณแม่ไม่ค่อยมีเวลา หรืออาจจะสอนไม่ได้ จึงเกิดแนวคิดที่จะสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง และไม่ต้องเสียเวลาไปข้างนอกหรือไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม เพราะอาจจะไม่มีเวลาหลังเลิกเรียน บางครั้งเราก็อยากจะไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนบ้าง เว็บไซต์การศึกษาดอทคอมจึงได้เกิดขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจในบทเรียนวิชา ต่าง ๆ และเป็นการศึกษาสื่อการสอน อย่างละเอียด ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย โดยผู้พัฒนาเว็บไซต์มีหลายคน ทำหน้าที่แตกต่างกันไป
อีกตัวอย่างคือเว็บไซต์ เครือข่ายสารสนเทศดาราศาสตร์สำหรับโรง เรียน (http://www.astroschool.in.th) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับ สสวท. ซึ่งมีฐานข้อมูลเนื้อหาความรู้ทาง ดาราศาสตร์ที่เหมาะสมกับการ