!สถาบันครูเกรียงติวเตอร์!!ผู้เชี่ยวชาญด้านติวโทอิค! !เพิ่มคะแนนสอบ TOEIC!
อาจารย์สอนสดด้วยตัวเอง
เปลี่ยนจากใช้ความรู้สึกในการทำโจทย์เป็นการใช้ Step How To ทำโจทย์
ให้ทำได้เร็ว ได้ชัวร์ ได้แม่น หรือ ให้เสร็จก่อนเวลาเทคนิคตะลุยโจทย์ข้อล่าสุดอยู่ข้างบน
****** อัพเดทถึงข้อ 33 ******
เทคนิคลักไก่,เทคนิคเฉพาะทาง,เทคนิคนอกตำรา
@@ ที่ต้องผสมเทคนิคภาษาศาสตร์ @@
( หมายเหตุ : ข้อสอบโทอิคถูกล็อคไม่ให้ลักไก่ โดยเฉพาะผู้สอบ
ที่คิดหาทางลักไก่ด้วยตัวเอง และขาดพื้นฐานการเข้าใจรูปแบบประโยค
หรือคำศัพท์ เวลาลักไก่จะมีความเสี่ยงสูง ซึ่ง ถ้าลักไก่โดยคนสอบไม่มีพื้นฐาน
จริง ศูนย์สอบโทอิคทั่วโลกต้องเจ๊งแล้ว และ คนสอบก็คงสอบเพียงครั้งเดียว
ผ่าน แต่ทำไม หลายคนสอบมากกว่า 6 ครั้ง คะแนนมีแต่ลดลงหล่ะครับ !!!
ดังนั้น เทคนิคลักไก่อาจใช้ได้แต่ต้องผสมกับเทคนิควิเคราะห์
โครงสร้างประโยคด้านภาษาศาสตร์ กระจายกว่า 100 รูปแบบ
เพื่อสอบทุกPartการฟัง การอ่าน ไวยากรณ์
ครอบคลุมบทไวยากรณ์สิบกว่าบทที่โทอิคต้องการทดสอบ
ครอบคลุมการสื่อความหมายภาษาอังกฤษ ได้แก่
Redundancy , Ambiguity , Wordiness
สถาบันไม่สามารถเปิดเผยแก่ผู้ที่แค่มาลองเรียนได้ทั้งหมด
ยกเว้นนร. เก่าและนักเรียนปัจจุบันที่ลงคอร์สจริงของสถาบัน
ที่จะทราบเทคนิคดังกล่าวทั้งหมด )
#############
http://www.krugrienktutor.com
เว็ปไซต์ขึ้นอันดับหนึ่งหรือเคยขึ้นอันดับหนึ่งในหลายคำค้นหา
ของ google.com Search
#############
*อัพเดท Highlight ถึงข้อ 15*
ประเภทเทคนิคต่างๆที่สถาบันเสนอช่วยนักเรียนสู้กับระดับข้อยาก ของข้อสอบโทอิคที่แรกที่เดียว ได้แก่
15. จุดประสงค์ของการสอบโทอิค มีหลายคนยังเข้าใจผิดอยู่ เนื่องจาก องค์กรเอกชนชั้นนำ ในช่วงยุคเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพงในเมืองไทยปี 51 มีเกณฑ์การรับสมัครพนักงานเข้ามา ไม่ใช่เพียงแค่คะแนนโทอิคต้องอยู่ในเกณฑ์ แต่คนที่สอบโทอิคจากมาตรฐาน ETS ที่วางไว้ ต้องเป็นคนที่มีความคิดเชิงระบบ การจัดการต้องเชิงระบบด้วย จึงทำให้ทำข้อสอบปริมาณมาก ในเวลาจำกัด ให้ได้คะแนนมาก คนที่ใช้ความรู้สึกในการสอบ มักจะมีปัญหา ทำช้า หรือ บางราย อาจมั่ว หรือ ทิ้งบอมบ์ ไม่สอบหลายข้อ นร. ต้องใช้ระบบ How To ในการสอบ หรือ ใช้ความรู้วิเคราะห์รูปแบบโครงสร้างประโยคที่โทอิคนิยมออกสอบ จึงจะประสบความสำเร็จ ดังนั้น ในฐานะอาจารย์เกรียงเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย มิใช่ติวเตอร์คอมเมอร์เชียล อาจารย์พูดได้ตรงไปตรงมาหลายเรื่อง ไม่มองนร. เป็นลูกค้า มองนร. เป็นนักศึกษา ฉะนั้น
การสอนเจาะไปที่รูปแบบโครงสร้างประโยคอย่างเดียวเพื่อสื่อสารให้สอดคล้องกับ ความหมายไวยากรณ์สิบกว่าบทที่โทอิคต้องการ เป็นเทคนิคเดียวที่คนเวียดนามพัฒนาภาษาอังกฤษ ได้เร็วมากภายใน 6 เดือน อ. เน้น Preposition และ Connecting Word ที่ออกสอบ 40 % อาจารย์มี How To สอนสองบทดังกล่าวที่เป็นที่เดียวในประเทศไทยที่มีระบบการสอนสองบทนี้ แบบ Grouping กลุ่มการใช้แต่ละคำ เป็นระบบ และประยุกต์ทำกับโจทย์ข้อยากโทอิคได้เร็ว การสอนปูพื้นฐานอาจารย์จะเป็นระบบทุกบทในหัวข้อต่อไป อาจารย์จะบอกว่า บทอะไร ไวยากรณ์อะไร ต่อยอดเป็นพื้นฐานไวยากรณ์ อะไร นับเป็นการเปิดเผยความลับว่า ทำไมคนพม่า คนบังคลาเทศ คนเวียดนาม คนอินเดีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ฯลฯ จึงเก่งไวยากรณ์และรูปแบบโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ ได้เร็ว
14. นร. ที่สถาบัน สามารถพัฒนาตัวเองจากการเทียบ Key Word ไปในอยู่ระดับการ หา Key Sentence ในการสอบฟัง Part Conversation ได้แล้ว Choice ที่ถูกต้อง ต้องสอดคล้องกับ Key Sentence เนื่องจากระบบการสอน Listening ของอาจารย์เกรียงจะถอดประโยคที่ฟังออกมาบนกระดาน ในรอบแรก ที่นักศึกษาฟังแล้วมี Noise แต่อาจารย์จะยังไม่เฉลย ให้ฟังรอบสอง แล้วให้ นร. ได้ใช้ทักษะการเข้าใจโครงสร้างประโยค ที่เรียนกับ อาจารย์ ในการกำจัด Noise หรือ เสียงปรุงแต่งที่เกิดจากเราเอง อันเกิดจากการ ไม่คุ้นกับการลากเสียง อมเสียง หดเสียง เสียงเหมือนกัน ของฝรั่งที่พูด โดยเฉพาะสำเนียง Cananda และ British
โดยที่ คำที่เป็น Noise มักจะเป็นคำที่เมื่อไว้ในโครงสร้างประโยค มักจะเป็นคำที่ไม่สอดคล้องกับรูปแบบโครงสร้างประโยค เมื่อกำจัด Noise ออกได้ จะมีผลต่อมีโอกาสการได้คะแนนเพิ่มใน Part Question Response ได้แน่นอน และเป็นพื้นฐานต่อการสอบ Part Short Conversation และ Part Short Talk
13. ข้อสอบ Pretest ของสถาบันเป็นข้อสอบที่คนที่เคยสอบโทอิคได้ 500 ถึง 650 สอบแล้วได้เพียง 400 คะแนน เนื่องจาก อ. เกรียง Design Pretest ให้ยากพอๆกับระดับข้อสอบชุดยากโทอิค และใช้ ดร. ทางการศึกษา หลายประเทศ เช่น แคนาดา ยุโรป อเมริกา เช่น ดร. บอนนี่ ฯลฯ ช่วยตรวจสอบ มันมีจุดยากหลาย จุดลองอ่านเว็ปบอร์ดข้างล่างนะครับว่าลักษณะข้อสอบเป็นอย่างไร แต่นร. คนใดที่จะปู หรือไม่ปูพื้นกับอ. เกรียง อย่างน้อยตอนเก็งข้อสอบระดับข้อยากโทอิค ที่มาจากอาจารย์ Design เอง และ คลังข้อสอบ ทั้งไวยากรณ์รูปแบบโครงสร้างประโยค ศัพท์ Word Choice Word Form และ Test การฟัง การอ่าน มีการUpdateเรื่อยๆไม่วนซ้ำ เกือบพันข้อ นร. ต้องลองใช้ Step How To ทุก Step หรือ เทคนิคนอกตำราลักไก่ผสมภาษาศาสตร์ เช่น ตัด Choice หรือ เทียบ key Word แบบต่างๆ กับ ความรู้ที่ปูพื้นมา มาช่วยทำให้ได้ หรือจะเดาให้ถูกแบบมีหลักการ เลี่ยงการใช้ความรู้สึกในการทำ หรือ โยนหัวก้อยทำสอบแบบไสยาศาสตร์ ถ้านร. ผ่านตรงนี้ได้ ด่านอรหันต็ต่อไปคือข้อสอบ Pretest ของสถาบัน อย่างน้อยมันเป็น Exclusive จะไปสอบโทอิคจริงก่อนแล้วมา Pretest หรือ Pretest ก่อนก็ได้ อย่างไร นร. ต้องสู้นะครับ
12. โดยเฉพาะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เดียวที่แรกในประเทศไทยที่อธิบายเทคนิคลด และ กำจัด Noise ในการฟัง ถ้า นักศึกษา ไม่สามารถลด Noise การฟังได้ จะมีโอกาสน้อยที่จะทำ ทุก Part ของการฟัง น้อยกว่า 350 คะแนน จากคะแนนรวมภาคการฟังทั้งหมดทำให้โอกาสได้คะแนนรวม ต่ำกว่า600 - 650 มีสูง โดยเฉพาะเทคนิค การเทียบคำที่เป็น Noise กับตำแหน่งโครงสร้างประโยค เพื่อฝึกฝนการฆ่า Noise
11. เก็งข้อสอบรูปแบบโครงสร้างประโยค & ศัพท์ Word Choice , Word Form มากสุดในประเทศไทย อาจารย์ออกแบบ เป็นระดับข้อยากโทอิคเอง และเขียนบนกระดาน สอนสดนับร้อยนับพันข้อ และอัพเดทเรื่อยๆรวมถึง อาจารย์เป็นผู้ออกแบบข้อสอบ Pretest โทอิคให้นักศึกษา ด้วยประสบการณ์การสอนนับสิบปีและสอบโทอิคด้วยตัวเอง และ สามารถเปลี่ยนคลังข้อสอบอาจารย์กว่า 20,000 ข้อ ทำให้ Designกลายเป็น ระดับข้อยากโทอิคได้ไม่ยาก โดยไม่ให้ซ้ำกับคลังข้อสอบที่มี เพื่อให้นร. ได้ประโยชน์สูงสุด
10. เทคนิคนอกตำรา + เฉพาะทาง + ลักไก่ + ผสมภาษาศาสตร์ มากกว่า 100 รูปแบบ สำหรับการสอบแต่ละ Part ได้แก่ ฟัง อ่าน ไวยากรณ์ ในสอบโทอิค เช่น การวิเคราะห์หลุมพรางที่ข้อสอบโทอิควางไว้สำหรับผู้ที่ชอบลักไก่ขาดการใช้หลักวิชาภาษาศาสตร์ การหา Key Word และเทียบ Key Word ใน Part การฟัง Question Response และ เทียบ Key Sentence กับ Part การฟัง Short Conversation และ การวิเคราะห์ประเภทคำถามของการฟัง และ การอ่าน 3 ประเภท ของโทอิค ในทุก Part เป็นต้น
9. สถาบันมี How To + Check List ทั้งหมด 8 Step ใหญ่ และ 22 Step ย่อย ทำให้ นร. ที่ไม่เคยฟังได้หรือ ฟังจับได้เพียงคำสองคำ ทำให้สามารถถอดทั้งประโยคและจับประเด็น เพื่อสอบการฟัง Part Short Conv , Short Talkได้ โดยฝึกได้ผลในระยะเวลาไม่นาน
8. คอร์สถูกสุดตำรา8เล่มชีตเพิ่มทุกคาบขาดเรียนเก็บตกได้สอบไม่ถึงเรียนฟรีลองเรียนฟรี ได้พรีเทสฟรีปูพื้นปรับพื้นเจาะคลังข้อสอบ ปรับพื้นทบทวนรูปแบบโครงสร้างประโยคและ ศัพท์ที่ออกสอบจริง
7. ลดอุปสรรคการอ่าน ได้แก่ วิธีเดาศัพท์ Unseen แบบได้ผล , การเทียบ Key Word เพื่อลดอุปสรรคคำ Pronoun ในบทความ , การอ่านโดยใช้เทคนิค Scanning , Skimming
6. การเทียบ Key Word เพื่อตัด Choice ทำโจทย์ การอ่าน การฟัง ไวยากรณ์ ในเวลายามคับขัน แต่ จะทำ พร่ำเพรื่อไม่ได้ เพราะ ข้อสอบโทอิคถูก Design จาก ETS ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเรื่องการทำสำรวจลักษณะนิสัยผู้สอบที่ชอบลักไก่ ใช้ความรู้สึก ไม่ใช้ความรู้ หรือ Step How To โดยที่ ETS มีความสามารถสูงที่วางหลุม พวกที่ลักไก่แบบไร้เหตุผล ต้องสอบเสียเงินหลายครั้ง แต่ผู้ที่เข้าใจหลัก วิเคราะห์โครงสร้างประโยค เข้าใจลักไก่แบบใช้หลักภาษาศาสตร์ รวมถึง ลดการใช้ความรู้สึก แต่ใช้ความรู้ และ Step How To จะใช้เวลาต่อข้อ < 1.30 นาที ใน Part Grammar Word Choice Word Form และ Reading จะทำได้เร็ว แม่น ชัวร์ ( นร. ในถาบันอาจารย์หลายคน ทำแบบฝึกหัด โดยใช้ Step How To และ ความรู้ที่อาจารย์เกรียงให้ นั่งทำข้อสอบเก็งกันหลายชั่วโมง และ Listening จนถอดประโยคจับประเด็นกันได้คล่อง จะทำ Part Unseen ตั้งแต่ Question Response , Short Conv , Short Talk ได้กันเกือบเต็มหลายคนหลังจาก เรียนกับอาจารย์เกรียงได้ไม่นาน )
5. การฆ่า Noise การฟัง ด้วย เทคนิควิเคราะห์ตำแหน่งคำในโครงสร้างประโยค และ เทียบ Key Word ในการฟัง
4. วิเคราะห์ประเภทคำถามข้อสอบโทอิค ข้อยาก ปานกลาง ง่าย และ Step 6 ขั้น ในการเทียบ Key Word เพื่อช่วยทำโจทย์ไวยากรณ์ ประเภท Error Recognition , Sentence Completion ได้เร็วกว่า 1.30 นาที เปลี่ยนความไม่ชัวร์ในการใช้ความรู้สึก ให้ทำได้ชัวร์ขึ้น เร็วขึ้น แม่นขึ้น
3. สอนนร. ที่ไม่มีพื้นฐานให้เข้าใจรูปแบบโครงสร้างประโยคที่หลากหลาย หรือ รูปแบบประโยคที่ไม่คุ้นและเป็นระดับข้อยากโทอิค โดยไม่ต้องเรียนไวยากรณ์ที่เยิ่นเย้อ อาจารย์จะเจาะและวิเคราะห์รูปแบบโครงสร้างประโยคข้อยากโทอิค ตำแหน่งต่อตำแหน่ง ว่าอยู่ในตำแหน่งใด Part of Speech ใด บนกระดานทั้งหมด นับร้อยข้อ เป็นการเก็งข้อสอบระดับข้อยากโทอิค นั่งทำกันหลายชั่วโมงบนกระดาน ครอบคลุม อัพเดทเรื่อยๆ ไม่วนซ้ำ เก็งมากสุดในไทย ได้แก่ ไวยากรณ์โครงสร้างประโยค 15 บทที่โทอิคทดสอบ Word Choice , Word Form
2. ระบบการสอนเปลี่ยนจากคนไม่มีพื้น สามารถยกระดับตัวเองได้ทันที โดยไม่ต้องเรียนไวยากรณ์เยิ่นเย้อ ระบบการสอนเป็นเทคนิคเดียวที่ทำให้ คนเวียดนามเก่งภาษาอังกฤษ ภายใน 6 เดือน ที่เพียงเจาะรูปแบบ โครงสร้างประโยคอย่างเดียว เรียกว่า Crack Down Study เป็นวิธีเจาะที่รูปแบบโครงสร้างประโยคให้หลากหลายรูปแบบมากที่สุด โดยอาจารย์จะวิเคราะห์ตำแหน่งคำในประโยค ว่าเป็นตำแหน่งใด ในสี่ตำแหน่งจากหลักภาษา และ คำนั้นเป็น Part of Speech ใด สำหรับ คนมีเวลาทวนน้อย จะไม่เสียเวลา ทำให้ผ่านหูผ่านตา เกิดความเข้าใจ และ ความจำระยะยาว ดีกว่า การฝืนให้นร. อ่านชีต แล้วไม่เขียนบนกระดาน นร. จะมึนชีต หรือ ถ้าเขียนบนกระดานน้อย หรือ เขียนพอเป็นพิธี ก็ทำให้นร. ไม่เข้าใจหรือมึนได้
1. การปรับความคิดของนร. ให้ใช้แนวคิด Zero Based ในการพัฒนา ทักษะการฟังการอ่าน ลดอุปสรรคการฟังการอ่านได้ เป็นเทคนิคเดียว ที่ทำให้โรบินฮู้ดที่ไปอยู่กับชาวต่างชาติ แบบตัดขาดบ้านเก่า สามารถพูดฟังอ่านเขียนภาษาอังกฤษ ได้ภายในไม่กี่เดือนหรือไม่ถึงปี
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
กรุณาอ่าน Update รายละเอียดหลักสูตร 5 กลุ่ม 5 ประเภท จุดเป็นจุดตาย กับ ทัศนคติการเรียนภาษาอังกฤษ ของนักเรียนไทย ข้างล่างอีก
๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒
สถาบันครูเกรียง ติวเตอร์ โทอิค ที่ตั้ง : Room E06/1 , 198 U Center Building , Soi Chula 4 Chula 42 Road , Wangmai , Patumwan , Bangkok , 10330 Thailand. ( เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีสามย่าน อยู่ที่ ชั้น1 อาคารยูเซ็นเตอร์ ตลาดสามย่านเก่า ติดคณะนิติจุฬาฯ ซอยจุฬา 42 ) บริหารงานและสอนสดทุกคาบ โดย อ. เกรียงศักดิ์ ติดต่อ โดยตรงที่เบอร์ 0863086859 ปัจจุบัน อาจารย์เกรียงศักดิ์ เป็นอาจารย์ประจำ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
55555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
หลักสูตร แบ่งประเภทหลักสูตรเป็น 5 กลุ่ม ประเภท ได้แก่ 1. หลักสูตรของนร. แต่ต้องการสอบภายใน 15 วัน ต้องสอบให้ได้ ด้วยความจำเป็นในเรื่อง การสมัครงาน หรือ ระเบียบการทำงานของพนักงานในหลายแห่ง จะเป็นลักษณะปูพื้นฐานบ้าง แต่จะเก็งรูปแบบประโยค ศัพท์ Word Choice Word Form การฟัง การอ่าน เป็นส่วนใหญ่ ถ้าสอบไม่ถึง 650 สามารถปูพื้นใหม่ เรียนต่อตลอดไป จนสอบเลยที่กำหนดให้ได้ ( อ่านรายละเอียดราคา และ ที่มาที่ไปของหลักสูตรนี้ ข้างล่างอีกครั้งครับ )
2. หลักสูตรของนร. ที่ต้องการปูพื้นฐานปรับพื้นฐานและเก็งข้อสอบ อันนี้เป็นหลักสูตรปกติ 40 ชั่วโมง เพื่อทำสอบโทอิคด้วยศักยภาพที่พัฒนาขึ้น และ เตรียมตัวสอบ Speaking Writing ในโทอิคอนาคต ปี 52 อาจจะตั้งแต่เดือนเมษายน เป็นต้นไป ถ้าสอบไม่ถึง 650 มาเรียนซ้ำต่อตลอดไป ( อ่านรายละเอียดราคา และ ที่มาที่ไปของหลักสูตรนี้ ข้างล่างอีกครั้งครับ )
3. หลักสูตรของ นร. ที่ต้องการเก็งอย่างเดียวแล้ว ให้รูปแบบโครงสร้างประโยค ศัพท์ หรือ การอ่าน การฟัง ผ่านหูผ่านตามากที่สุด ถ้าสอบไม่ถึง 650 มาเรียนซ้ำต่อตลอดไป ( อ่านรายละเอียดราคา และ ที่มาที่ไปของหลักสูตรนี้ ข้างล่างอีกครั้งครับ )
4. หลักสูตรที่ให้นักเรียนมาลองเรียนกับอาจารย์ก่อน จะสอนเต็มรูปแบบ ทั้ง ปูพื้นฐาน ปรับพื้นหรือเก็งข้อสอบ การพัฒนาทักษะการฟัง การอ่าน โดนพยายามไม่ให้ปะปนกับ นร. เก่าที่มาลงเรียนคอร์สกับอาจารย์ ( อ่านรายละเอียด ที่มาที่ไปของการลองเรียนกับ อาจารย์ ข้างล่างอีกครั้งครับ )
5. หลักสูตร ไพรเวท เรียนตัวต่อตัว แบบเร่งรัดหลักสูตร 30 ชม ราคา 18,000 บาท
แยกค่าตำราต่างหาก
****************************************************************** หมายเหตุ :
นร. ทุกท่านสามารถเรียนสลับได้ทั้งคลาสเก็งอย่างเดียว หรือ คลาสเก็งผสมปูพื้นปรับพื้น โดยที่ อาจารย์มีคลาสเก็งไม่เกิน 15 วัน เก็งทั้งโครงสร้างประโยค Grammar , ศัพท์ที่เป็น Word Choice , Word Form ที่อาจารย์ Design ข้อสอบเองเป็นระดับข้อยากโทอิค และ ทดสอบและติวการฟัง เหมือนสอบจริง โดยอิงมาตรฐานโทอิคของ Bruce Roger , Longman ( อาจารย์ก็เป็นนักเขียนของ Pearson ) และ Oxford , รวมถึง การทดสอบและติวการอ่าน อยู่ในช่วง จันทร์ ถึง ศุกร์ สองทุ่ม ถึง สามทุ่มครึ่ง หรือ สี่ทุ่ม และ วันเสาร์ อาทิตย์ ตอน สิบเอ็ดโมงถึงบ่ายโมง
อาจารย์มีคลาสเก็งปูพื้นฐานปรับพื้นฐาน ( เรียนรูปแบบ โครงสร้าง ประโยค ให้หลากหลายมากที่สุด โดยเฉพาะรูปแบบประโยคที่ นร. ไม่คุ้นและเป็นระดับข้อยากโทอิค ใช้เทคนิค แบบ Crack Down Study คนไม่มีพื้น สามารถพัฒนาได้เร็ว เพราะไม่ต้องเรียนไวยากรณ์เยิ่นเย้อ พัฒนาให้เข้าใจการใช้ รูปแบบประโยค สื่อสาร ให้สอดคล้องกับการสื่อความหมายของไวยากรณ์ประมาณ 13 บทที่โทอิคต้องการทดสอบ )
โดยที่ เก็งเช่นเดียวกัน และ ติวเรื่องการฟัง การอ่าน แต่อยู่ในช่วง จันทร์ ถึง ศุกร์ ตั้งแต่ สี่โมงเย็น ถึง ห้าโมงเย็น ( คลาสเก็บตกให้นร. ใหม่ โดยเร่งเรียนให้ นร. ใหม่ ให้ทันกับนร. เก่า ) และ คลาส ตั้งแต่ ห้าโมงเย็น ถึง สองทุ่ม ( คลาสปูพื้นปรับพื้น รวม นร. เก่า นร. ใหม่ ) และ เสาร๋ อาทิตย์ บ่ายโมงถึงห้าโมงเย็น และ อีกคลาส คือ เสาร์ อาทิตย์ ห้าโมงเย็นถึงสามทุ่ม ( อาจเป็นคลาสเก็ง 15 วัน สลับกับ ปูพื้นปรับพื้นเก็ง )
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
รายละเอียดเพิ่มเติมแบบมีที่มาที่ไป ในแต่ละหลักสูตร แบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่
1. ( หลักสูตร 1 + หลักสูตร 2 ) หลักสูตรที่นร. ต้องการเก็งภายใน 15 วัน หรือ 25 ชั่วโมง ( เพราะความจำเป็นในการสมัครงาน หรือ ระเบียบการสมัครงาน หรือ เข้าทำงาน หรือ ศึกษาต่อในแต่ละแห่ง ) และ หลักสูตร ปูพื้นปรับพื้นเก็งข้อสอบ 40 ชั่วโมง คิดราคาเท่ากัน นั่นคือ
**** อาจารย์เกรียง คิดราคาน่าจะถูกที่สุดและคุ้มค่าสุดในเมืองไทย 6500 บาท แถมตำรา 8 เล่ม สองในแปดเล่ม คีอ การรวบรวม Word Choice และ Word Form ที่มากที่สุดในประเทศไทย โดยคิดค่าเอกสารเพียง 600 บาทเท่านั้น ไม่รวมชีตข้อสอบโทอิคเพิ่มเติม และ การเก็ง Update แบบ Design ข้อยากโทอิคเอง และ เทคนิคนอกตำรา > 100 รูปแบบ พร้อมทั้ง สอบ Pretest ที่อาจารย์ Design เองฟรี แล้วอย่างนี้ มันจะไม่ถูกที่สุดคุ้มที่สุดในประเทศไทยเหรอครับ )
มีจุดแตกต่างดังต่อไปนี้
1.1 อาจารย์ตั้งข้อสังเกต จากประสบการณ์ 20 ปีของการสอน เป็น คอลัมนิสต์ ทำรายการทีวี และ วิทยุ พบว่า มีนักศึกษาและผู้ปกครอง หลายคนที่เป็นแฟนคอลัมน์ รายการวิทยุ หรือ Pocket Book รวมถึง นร. ลูกศิษย์ที่มอหัวเฉียวของอาจารย์ บ่นมาให้อาจารย์ฟัง
ก่อนอาจารย์เกรียงจะมาเปิด krugrienktutor.com ว่า นร. เหล่านั้น เสียเงินแพงหลายหมื่น เรียนกับติวเตอร์ประเภทคอมเมอร์เชียลบางแห่ง เอาแบบเรียน 3 วัน แล้วทำให้ ได้คะแนนโทอิค กว่า 800 โดยพื้นฐานนร. คนนั้น มีหรือไม่มี ก็ไม่สน ชวนเชื่อกัน โดยไม่ยกตัวอย่างระบบการสอนตัวเอง ว่า สอนอะไร ถึงทำให้ คนไม่มีพื้นฐาน Noise การฟัง ก็เพียบ เพียง สามวัน ได้ 800 คะแนน จาก 995 คะแนน ไม่บอกว่าระบบการสอนตัวเองเป็นอย่างไร แล้ว จะชวนเชื่อได้อย่างไร
เนื่องจาก นักเรียนเป็นคนทำงาน บางครั้ง ไม่มีทางเลือกในชีวิต หรือ บางคนก็ไม่อยาก เรียนภาษาอังกฤษอีกแล้ว แต่ถูกที่ทำงาน บังคับให้เรียนภาษาอังกฤษย้อนหลัง ภายหลัง ไปเรียนกับระบบติวเตอร์บางแห่ง เรียนแล้วงง แล้วมึน ยังไม่ต้องพูดถึงว่า เรียนแล้วได้อะไร ถามว่า นร. เหล่านั้น ผ่านระบบการสอนของติวเตอร์ อย่างไรถึงมึน หนักหัว ปวดหัว ไม่เข้าใจ รวมถีง เบื่อภาษาอังกฤษ แทนที่จะทำให้ พวกนร. เหล่านั้น พัฒนาภาษาอังกฤษได้จริง หรือ รัก หรือ ชอบภาษาอังกฤษจากใจจริง ??????????????
1.2 +++++++++++++++++ อาจารย์เกรียงเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ไม่สามารถทำการ ติวแบบติวเตอร์คอมเมอเชียลบางรายได้ ที่อาศัยให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดนานมาก กว่าจะเฉลย เฉลยก็แค่อ่านชีตให้เด็กฟัง ไม่เขียนยกตัวอย่างรูปแบบโครงสร้างประโยค หรือ ไม่ยกโจทย์ ศัพท์ Word Choice , Word Form ให้ Update หลากหลายมากที่สุด ****** บนกระดาน ******* หรือ บางรายก็ไม่เขียนเลย เอาแต่อ่านเฉลยให้เด็กอ่านในชีตเอง ***** เด็กจะมึน ****** เพราะ นร. มองภาพการวิเคราะห์ตำแหน่งคำในประโยค ไม่ออก และ มองไม่ได้ เพราะ ติวเตอร์ไม่ได้เขียนบนกระดาน หรือ เขียนน้อยเกินไป ถ้ายกตัวอย่างรูปแบบประโยค บนกระดานไม่มาก นร. จะมีปัญหา
( ********** ถ้าไม่มากกว่า 50 ประโยคทดสอบไวยากรณ์ และ Word Choice Word Form ในครึ่งชั่วโมง นักเรียนจะไม่ได้อะไรเลย และ จะมึนชีต *********** )
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขียนบนกระดานยกรูปแบบประโยค น้อยมาก หรือ หรือ ถ้าจะยกก็เอาจากในแบบฝึกหัดในท้องตลาดมายก และ บอกให้เด็กต้องจำ มันต้องออกข้อสอบ อยากถามว่า ถ้าข้อสอบอย่างที่มันอยู่ในแบบฝึกหัด ขายในท้องตลาด มันออกสอบซ้ำ ศูนย์สอบโทอิคประเทศไทย มันต้องเจ๊งนานแล้วจริงไหมครับ
การบีบให้เด็กนักเรียนในห้องบีบหัวจำ โจทย์ที่ติวเตอร์นั่งอ่านเฉลยให้เด็กฟัง เพราะหวังลมแล้งว่า ข้อสอบจะออกซ้ำ ก็ทำให้เด็กเครียด บางคน ฝืนเรียนให้มันเสร็จก้นไป หรือ จากประสบการณ์ส่วนตัว ที่อาจารย์เคยนั่งฟังติวเตอร์บางคน ด่าติวเตอร์ อีกรายให้ฟัง จนเด็กก็มองหน้า ไม่ติดกับติวเตอร์อีกหลายรายที่ตั้งใจสอน และมี คุณภาพ นร. เหล่านั้น เลยไม่กล้าโทรกลับไปหาติวเตอร์ดีๆ ที่ตัวเองเคยติดต่อก่อนหน้านี้ หรือ เคยเรียนมา
เช่น คู่แข่งติวเตอร์ บางราย เคยด่า ดร. บุญชัย เจ้าของ Fast English ที่สอน โทเฟิล ให้อาจารย์เกรียงฟัง อาจารย์อยากถามว่า ไปด่า อาจารย์บุญชัยท่านทำไม ไม่ทราบครับ ... เป็นต้น
อาจารย์เป็นผู้ที่สอนหนังสือตั้งแต่ในมหาวิทยาลัย จนมาเปิดสถาบัน เป็นคนที่สอนยึดการเรียนการสอน บนกระดานมากที่สุด เพราะ จากการวิจัยหลายค่ายในต่างประเทศ พบว่า หลายวิชาที่สอนกันในมหาวิทยาลัย ไม่จำเป็นที่ต้องสอนตามแฟชั่นที่ต้องเป็น Power Point เท่านั้น เช่น วิชาคำนวณ จำเป็นต้องเขียนบน กระดานอธิบายขั้นตอนการวิเคราะห์และทำอย่างละเอียด ถ้าจะใช้ Power Point ก็ต้อง มีกระดาน กระดาษอยู่ข้างๆ ต่างหาก
การที่อาจารย์ยึดตามผลวิจัยดังกล่าว ทำให้ได้วิธีการสอนภาษาอังกฤษที่น่าจะดีที่สุด คือ การเขียนกระดานให้มากที่สุด โดยเขียน รูปแบบโครงสร้างประโยคที่หลากหลาย หรือ ศัพท์ แบบ Word Choice Word Form ในโจทย์ที่หลากหลาย Update เรื่อยๆ โดยที่อาจารย์เองจะ Design ระดับข้อยากโทอิคเองด้วย เขียนบนกระดานนับร้อย นับพันข้อ รวมถีง การ สอน Listening ทุก Part โทอิค ก็แกะรูปประโยคจากที่ฟัง เขียนบนกระดาน ทุก Part เลย ต้องอธิบายละเอียดอย่างมีที่มาที่ไป
***** เด็กจึงจะไม่มึน ********
เพราะ ถ้าเด็กไม่มึน จะเรียนอย่าง เข้าใจ และ การเข้าใจที่มาที่ไปในการทำโจทย์เป็นขั้นตอน เช่น การเทียบ Key Word การหา Agreement ในแต่ละตำแหน่งคำในโครงสร้างประโยค หรือ Agreement ของ Word Choice กับ Word Form กับ ตำแหน่งคำอื่นในประโยค เป็นต้น การเข้าใจ จะก่อเกิดความจำ ระยะยาว ถ้า นร. มาเรียนโดยพยายามจำรูปแบบโจทย์ โดยไม่เข้าใจ แต่บีบหัวจำให้ได้มากที่สุด ในห้องเรียน โดยหวังว่า ไปทำให้เด็กคาดหวังว่า ไม่ต้องไปทบทวนอะไรอีกนอกห้อง เรียนอย่างนี้ จะมึนและเครียดมาก แต่อาจารย์เกรียงก็บอกว่า ถ้าไม่มีเวลาทบทวนนอกห้อง เรียนกับอาจารย์เกรียง ถ้าไม่เข้าใจก็ยกมือถามได้ เลย ถามให้มากที่สุด เพราะคำถามของคุณ อย่าคิดว่า เป็นคำถามที่คนอื่นเขาดูถูก ทุกคำถาม ล้วนช่วยให้เด็กในห้องหูตากว้างไกลมากขึ้น
การสอนบนกระดานแบบยกตัวอย่างที่เก็งข้อสอบโทอิคระดับยาก ที่ อาจารย์ Design เอง ให้มากที่สุด ประกอบกับ การปูพื้นฐานปรับพื้นฐาน ทำให้ เด็กนร. ในสถาบันของอาจารย์เกรียง ตั้งใจเรียนทุกคน ส่วนใหญ่นั่งเรียนกันหลายชั่วโมง แล้วไม่เข้าห้องน้ำเลยแล้ว แค่เจอโจทย์เก็งข้อสอบโทอิค ที่ Update เรื่อยๆ ไม่วนซ้ำ ทั้งไวยากรณ์โครงสร้างประโยค และ ศัพท์ Word Choice Word Form พวกเขาก็อยากท้าทาย แล้วว่าทำได้กี่ข้อ เพราะอาจารย์เขียนรอบละ 10 นาทีเขียนบนกระดานสิบข้อ และ จับเวลาให้พวกเขา ให้ทำต่อข้อไม่นานกว่า 1 นาที 30 วินาที โดยใช้หลัก Step ทำสอบ พร้อมทั้งเทคนิคเทียบ Key Word ทั้ง 6 ขั้นตอน ทำให้พัฒนาการพวกเขาดีมาก ๆ เปลี่ยนจากการทำข้อสอบแบบความรู้สึก เป็น การใช้ความรู้ และ How To ในการทำสอบ กับข้อเก็งระดับข้อยากโทอิค ที่อาจารย์ Design เองให้นักศึกษา
การสอนดังกล่าว ต้องอาศัยความพยายามทุ่มเทกับนร. อย่างมาก การสอนแบบสุดชีวิต ย่อมไม่ใช่สอนเพื่อเงินแน่นอน แต่เป็นการสอนเพื่ออยากช่วยนักเรียนไทยในสังคมมากกว่า เพราะ สำนึกของการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และ คอลัมนิสต์ และ สื่อมวลชนที่อยากเห็น สังคมการศึกษาบ้านเราดีขึ้น อาจารย์ก็สอนแบบไม่มีวันหยุดเลย อย่างวันจันทร์ถึงศุกร์ สี่โมงเย็นถึงสามทุ่ม เสาร์อาทิตย์ ตั้งแต่สิบเอ็ดโมงจนสามทุ่ม โดยไม่มีตัดรำคาญเด็ก ด้วยการเดินไปเข้าห้องน้ำห้องส้วมบ่อย ๆ
อาจารย์เกรียง สอนหลายชั่วโมงติดต่อกัน บางครั้ง ก็ไม่ได้กินข้าว กินน้ำ หรือ เข้าห้องน้ำน้อยครั้งมาก และ เขียนบนกระดานแบบข้อที่ตัวเอง Design เอง ให้เด็กได้ความรู้มากสุด หลังจากปูพื้นฐานแล้ว นอกจากนี้ ยังเก็งข้อสอบระดับข้อยากโทอิค ต่อยอดจากคลังข้อสอบ 20000 ข้อ หรือ ถอดมาจากหนังโรง หรือ ยูบีซี มาสร้างข้อสอบโทอิคระดับยาก สิ่งดังกล่าว ทำให้อาจารย์เกรียงใช้พลังงงานเยอะมาก แต่ก็ชอบ +++++++++++++++++++++
!!!!!!!!!!!!!!!!! คำถาม คือ ที่อาจารย์ทำอย่างนี้ คงไม่ใช่เพราะเงิน สอนเพราะไม่ใช่เพราะเงิน เพราะเก็บค่าเรียนถูกขนาดนี้ แต่อยากสอนเพราะอยากสอน อยากเห็นสังคมไทยดีขึ้น ถ้าคนที่ทำอะไรด้วยเงิน หวังแต่เงินมากๆ โดยไม่สนใจว่า สอนแล้วเด็กมึน หรือ เด็กไม่ได้อะไรหรือไม่ การสอนแบบไม่คิดเรื่องเงินหรือทองเป็นพื้นฐาน แต่ทำเพื่อพื้นฐานอยากให้สังคมดีขึ้น น่าจะเป็นสิ่งที่การันตี อาจารย์เกรียงทำงานได้นาน ออกแบบข้อสอบระดับยากโทอิคเอง ซึ่งเป็นงานยาก ทำได้อย่างทนทรหด
เนื่องจาก ปณิธานของอาจารย์เกรียง เป็น Social Enterpreneur และ Social Teacher ต้องการทำเพื่อสังคม อยากเห็นวงการการศึกษาไทยดีขึ้น เช่นเดียวกับ ผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษา และ ผู้มีอำนาจในแผ่นดินที่ต้องการเห็นการศึกษาไทยดีขึ้นนะครับ !!!!!!!!!!!!!!!!!
( หมายเหตุ :
******* การเรียนที่ นร. มึนหัว ทำให้ นร. หลายคน กลับหมดกำลังใจ ที่จะเรียนภาษาอังกฤษ แต่เปลี่ยนทัศนคติแบบ อยากได้คะแนนสอบ TOEIC หรือ TOEFL เยอะๆ แต่เกลียดภาษาอังกฤษเข้ากระดูกดำ เลยเปลี่ยนจากแนวที่ต้องใช้เวลาบ้างในการพัฒนาศักยภาพเพื่อสอบโทอิค เปลี่ยนเป็นแนวอยากลักไก่ อยากสอบให้ได้ โดยไม่ต้องเรียนภาษาอังกฤษอะไรมาก หรือ เรียนนาน
ถ้า นร. ที่คิดแบบนี้ จะทำให้ไม่เข้าใจ รูปแบบประโยค ศัพท์ก็ไม่ได้ พอไปสอบ ก็อาจจะได้คะแนน TOEIC บ้าง แต่ถ้าได้แบบไม่มีที่มาที่ไป แม้ได้คะแนนบ้าง แต่อาจไม่ถึง 600 ก็อาจจะทำให้ เจ้านายหรือที่ทำงานของนักเรียนคนนั้นเกิดความคาดหวัง ดังนั้น นร. ที่คิดแนวลักไก่ ถูกบังคับให้เขียนอีเมล์เป็น Business Writing นร. เหล่านี้ จะเกิดปัญหาทันที เมื่อเกิดปัญหา นร. เหล่านี้ จึงค่อยต่อรองกับนายจ้างอีกที เป็นกงกรรมกงเกวียน
!!!!!!!!! แต่นี่ จะเป็นความเสี่ยงในอีก 5 - 10 ข้างหน้า ที่คนไทยที่ไม่คิดพัฒนาทักษะการใช้ ภาษาอังกฤษจริงๆ มีแนวโน้มที่จะโดนคนต่างชาติที่เข้ามาเมืองไทยแย่งงาน โดยเฉพาะคนจีนที่ล้นประเทศจีนอยู่ คนพวกนี้ อยากไปอยู่เมืองนอก ไม่อยากอยู่ประเทศตัวเอง เป้าหมาย คือ อยากมาอยู่ในไทยเป็นจำนวนมาก มาเรียนหนังสือไทยตามมอเอกชนชื่อดังที่ทำ โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาร่วมกับมอจีนในหลายมณฑล
เมื่อคนจีนได้ภาษาจีน มาเรียนได้ภาษาไทย อยากฝึกภาษาอังกฤษ ก็ตั้งใจจริง อยากพัฒนาตัวเอง มาคุยสอบโทอิคกับอาจารย์เกรียง แล้วแถมสอบโทอิคได้ด้วยศักยภาพที่แท้จริง โดยไม่คิดลักไก่สอบ หรือ โดยไม่มีความคิดแนวไสยาศาสตร์กับการสอบภาษาอังกฤษ เมื่อพวกคนจีนเหล่านี้ ได้สามภาษา แถมขยันขันแข็ง แถมได้ปริญญาที่เมืองไทย อยากอยู่เมืองไทย อยากแต่งงานกับคนไทย
ท้ายสุด อีก 5 ปีข้างหน้า ??????????????????????????????
ดร. ศุภวุฒิ สายเชื้อ สื่อมวลชนชื่อดัง ยังบอกล่วงหน้าว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะมีเงินเฟ้อมาก ทำให้นายจ้างไทย ต้องเลือกจ้างงานกับคนที่มืออาชีพ หรือ High Profile แทน แต่จ่ายราคาไม่แพงได้ยิ่งดี ยิ่งจ่ายถูกแบบ จ้างคนจีนแทนคนไทย หรือ แทนนักเรียนไทย คนจีนยิ่งสามารถแย่งงานจากคนไทยได้ นร.ไทย ที่เสี่ยงถูกแย่งงานก็คือ นร. ที่ไม่คิดพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษจริงๆ เอาแบบผักชีโรยหน้า ซึ่งท้ายสุดนักเรียนที่หวังอย่างนั้น อาจจะไม่กล้าที่จะสอบของ TOEIC ที่เป็น Speaking และ Writing ของโทอิค ที่อาจจะจัดเป็นปีหน้าในประเทศไทยก็ได้ นักเรียนที่เน้นสอบโทอิคแบบคิดแบบไสยาศาสตร์ อยากเรียนแค่สามวัน แต่อยากได้คะแนนโทอิค 800 คะแนน จะมีปัญหา การสอบ Speaking และ Writing ทันที เพราะ จะพูดหรือเขียนมั่วๆอย่างที่ใจอยากเขียนไม่ได้ และ นร. ที่มีเน้นสอบโทอิคแบบเสี่ยงดวงแทงหวย ย่อมเลี่ยงการสอบแบบ Speaking และ Writing ไม่พ้น เพราะ License การสอบอายุโทอิค มันก็แค่สองปี อย่างไร มันก็ต้องเจอข้อสอบ Speaking และ Writing ที่จะเป็นการวัดการศึกษาภาษาอังกฤษของคนไทย เทียบกับคนหลายชาติ ซึ่งการศึกษาและการวัดผลการศึกษา การศึกษาจะล้อเล่นแบบไสยาศาสตร์ไม่ได้
สรุปว่า พวกคนจีนรวมถึงเวียดนามอินเดียบังคลาเทศ นร. เหล่านี้ ขยันพัฒนาภาษาตามความสามารถจริง ต้องการเก่งแบบมีที่มาที่ไป มีปี่มีขลุ่ย แถมความคิดการทำงานการใช้ชีวิต เป็นแนววิทยาศาสตร์ เป็นผู้ใหญ่มุ่งมั่น ไม่คิดแบบประเภทไสยาศาสตร์ ไม่งมงายแบบประเภท เหมือนนร. ไทยบางคนที่ ตลอดชีวิต หนีภาษาอังกฤษตลอด พอถูกบังคับให้เรียนให้สอบโทอิค ก็อยากเรียนภาษาอังกฤษ แค่ 3 วันก็พอ คงสอบโทอิคได้ 800 เลยเป็นเหยื่อติวเตอร์อิสระที่สอนตามใจเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่เชื่อเรื่องไสยาศาสตร์กับการสอบ ก็จะถูกชวนเชื่อง่าย
โดยถูกชวน ว่า เรียนสามวัน แล้วสอบได้ 800 แต่ให้จ่ายมาหลายหมื่น พูดกันแบบสร้างสรรค์ เอาข้อเท็จจริง เอาผลวิจัยมาพูดก็ได้ ไม่ใช่เป็นการบ่น แต่เป็นการพูดแทนอาจารย์ และสื่อมวลชนอีกหลายคน ที่อยากเห็นประเทศนี้มีระบบการศึกษาที่ดีขึ้น อาจารย์เกรียง ไม่ใช่ประเภทพวก มานั่งวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่ใช่มานั่งรักษาภาพตัวเองไปวันๆ เห็นทั้งเห็นอยู่ว่า สังคมการศึกษาเป็นแบบนี้ แต่ ถ้าบางคนไม่ทำอะไร เพราะ ถ้าทำอะไรไป ก็กลัวภาพตัวเองเสีย ตั้งป้อมวิพากษ์สิ่งที่อาจารย์เกรียงอยากทำให้สังคมดีขึ้น วิจารณ์แต่ตัวเองก็ไม่ทำอะไร รักษาภาพตัวเองดีกว่า อย่างนี้ อาจารย์ไม่เป็นคนอย่างนั้นแน่ อาจารย์อยากเห็นสังคมไทยดีขึ้น เพราะถ้ากระผมตายไป ผมก็เอาเงินไปไม่ได้ซักบาท ภาพที่สร้างให้สังคมเห็นตายไปก็เอาไปไม่ได้ อยากให้ทุกคนช่วยกันให้สังคมดีขึ้นแบบสร้างสรรค์ ไม่อยากให้มีติวเตอร์ไสยาศาสตร์มาซ้ำดาบสอง กับ นร. ที่มีความทุกข์เรื่องภาษาอังกฤษ จนกระอักเลือดอยู่ อาจารย์เลยต้องเขียนบทความนี้ออกมานะครับ
แค่ อาจารย์เกรียงมีเทคนิคการลด Noise การฟัง บวกกับ Step Check List 8 Step ที่ช่วยคนที่ฟังไม่ได้ หรือ ฟังแล้วจับได้เพียงบางคำ ให้ถอดทั้งประโยคได้ และ จับประเด็นได้ ยังต้องใช้เวลามากกว่า 3 วัน เลย แล้ว การเรียนแบบไสยาศาสตร์ที่ใช้เวลาสามวัน กับคนที่ไม่มีพื้นอะไรทั้งสิ้น สามารถทำให้คนเหล่านี้ ได้คะแนน โทอิค 800 มันเป็นเรื่องตลกมาก และ นร. ที่เชื่อเรื่องไสยาศาสตร์ก็คิดว่ามันทำได้ เลยไม่คิดจะเรียนภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาตัวเอง ถ้าติวเตอร์ไสยาศาสตร์พวกนี้ สามารถดลบันดาลความสำเร็จ ได้ทุกครั้งและต่อเนื่อง อาจารย์คิดว่า กระทรวงศึกษาธิการคงต้องเชิญติวเตอร์ไสยาศาสตร์ เหล่านั้น ไปเป็น ที่ปรึกษารัฐมนตรี แล้วหล่ะครับ
******** )
2. ( หลักสูตร 3 ) 40 ชม 6500 บาท ค่าเอกสาร 600 บาท คอร์สนี้เหมาะกับผู้ที่มีพื้น หรือ ไม่มีพื้นก็ได้ เพราะ อาจารย์มีวิธีที่ทำให้ นร. เข้าใจรูปแบบโครงสร้างประโยคที่โทอิคออกข้อสอบ รวมถึง ศัพท์ Word Choice Word Form โดยไม่ต้องเรียน ไวยากรณ์ให้เยิ่นเย้อ เพียงเรียนรูปแบบโครงสร้างประโยค ที่สอดคล้องกับบทไวยากรณ์สิบกว่าบทที่โทอิคอยากทดสอบว่า รูปแบบประโยคใดที่นร สามารถนำมาใช้สื่อความหมายได้ สอดคล้อง ไม่ซ้ำซ่อน ไม่เยิ่นเย้อ ไม่กำกวม และ ต้องเป็นรูปแบบประโยคที่หลากหลายมากพอที่จะทำให้นร ได้ผ่านหูผ่านตา รูปแบบประโยคที่ไม่เคยเห็นแต่ออกสอบ โดยที่นักศึกษาไม่ต้อง บีบหัวเพื่อให้จำ มันจะผ่านหูผ่านตาแบบเข้าใจทำให้ก่อเกิดใยสมองและความจำได้ในภายหลัง โดยไม่เครียด
3. ( หลักสูตร 4 ) การลองเรียน เราต้องนัดเวลากัน อาจารย์เกรียงจะให้นักศึกษาสามารถเข้าเรียนโดยไม่ปะปนกับ นร. เก่าของสถาบัน โดยให้เห็นระบบการสอนตั้งแต่ Listening , Reading , การเก็งรูปแบบประโยค และ ศัพท์ Word Choice Word Form ที่ อัพเดทมากสุดในไทย ไม่วนซ้ำ และ เทคนิคนอกตำราทำสอบ โดยมีกฏเล็กน้อยว่า นร. ที่มาลองเรียนจะทราบเคล็ดลับทั้งหมดไม่ได้ นร. ที่เรียนกับอาจารย์จริงๆเท่านั้น จะทราบเคล็ดลับทั้งหมด โดยเฉพาะ Step 8 Step Checklist พัฒนาการฟังให้ถอดเป็นประโยคและจับประเด็น โดยที่ นร. ที่มาลองเรียนจะไม่มีทางที่จะได้รู้เรื่องพวกนี้ทั้งหมดอย่างแน่นอน
4. คอร์สไพรเวท เรียนตัวต่อตัว
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
????????? เพราะ การศึกษามันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และ การสอบวัดผลพัฒนาภาษาอังกฤษ มันก็ล้อเล่นไม่ได้ มันจะล้อเล่นเป็นหลักสูตรพัฒนาเป็นคอร์สไสยาศาสตร์ เรียน สามวัน แล้วได้ 800 โทอิค ก็ไม่ได้ อย่างที่ ดร. จรวยพร ภรนินท์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ สื่อมวลชนชื่อดัง คณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เคยกล่าวเอาไว้ผ่านสื่อว่า การศึกษาไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะครับ ?????????
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
สิ่งที่สถาบันให้กับนร. เป็นที่แรกในประเทศไทย หรือ จุดแข็งจุดต่าง หรือ เปิดเผย เทคนิคเทคนิคภาษาศาสตร์ผสมผสาน เทคนิคนอกตำราเฉพาะทาง > 100 รูปแบบ ทุกภาคการฟัง การอ่าน และ สอบภาคไวยากรณ์ ( เพื่อช่วยคนมีเวลาทบทวนนอกห้องน้อย ได้ลดช่องว่างกับมาตรฐานข้อสอบที่สูงของ TOEIC ใน Version ปัจจุบัน )
33. เป็นผู้เชี่ยวชาญที่เดียวที่แรกในประเทศไทยที่อธิบายเทคนิคลด Noise ในการฟัง ถ้า นักศึกษา ไม่สามารถลด Noise การฟังได้ จะมีโอกาสน้อยที่จะทำ ทุก Part ของการฟัง น้อยกว่า 350 คะแนน จากคะแนนรวมภาคการฟังทั้งหมดทำให้โอกาสได้คะแนนต่ำกว่า 600 - 650 มีสูง สถาบันมี How To + Check List ทั้งหมด 8 Step ทำให้ นร. ที่ไม่เคยฟังได้ หรือ ฟังจับได้เพียงคำสองคำ ถอดทั้งประโยค และจับประเด็นใน Short Conv , Short Talk ได้ในระยะเวลาไม่นาน
32. การสอนเจาะที่รูปแบบโครงสร้างประโยคอย่างเดียว ในบท Pronoun จะช่วยให้นักศึกษาลดอุปสรรคการอ่าน ได้มากขึ้น เพราะ Pronoun มีการทำงานแบบใช้อ้างอิงคำนาม หรือ สรรพนาม หรือ กลุ่มคำ ที่เคยกล่าวก่อนหน้านี้ ดังนั้น Reading ของ โทอิค นอกจากจะมีอุปสรรคการอ่าน คือ ศัพท์ ที่เป็น Unseen ที่นักศึกษาไม่เคยเห็น รูปแบบโครงสร้างประโยคที่ไม่เคยเห็น หรือ การที่นักศึกษาไม่รู้ว่า Pronoun ที่ใช้อยู่ในบทความที่สอบโทอิค ไม่ว่าจะเป็นระดับข้อยาก ปานกลาง ง่าย ถ้าไม่รู้ว่า อ้างถึงคำอะไรก่อนหน้านั้น อุปสรรคการอ่านเหล่านี้จะทำให้นักศึกษาอ่านได้ช้าลง หรือ ซ้ำร้ายน่าจะทำให้เกิดอัตรา Reread ที่ต้องอ่านซ้ำทั้งบทความหลายครั้ง อ่านซ้ำจนทำข้อสอบ TOEIC ไม่ทันนะครับ
31. เทคนิคข้อนี้ต่อยอดมาจาก ข้อ 30 และ 22 คือ ถ้า นร. อยากได้คะแนน TOEIC ภาคการฟัง ให้มากกว่า 350 คะแนน หรือ สามารถจับประเด็นการสอบการฟังของ TOEFL ibt ที่ฟังยาวตั้งแต่ 5- 8 นาที พื้นฐานสำคัญที่สุด
31.1 อันนี้พูดมาแล้ว เช่น ลด Noise การฟัง ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอกอันเกิดจากเสียงฝรั่งที่ทำให้ฟังยากขึ้น ได้แก่ ฝรั่งพูดรูปโครงสร้างประโยคที่เราไม่คุ้น ( แต่ นร. แก้ได้ อาจารย์เกรียงจะแนะนำรูปแบบประโยคที่นร. ไม่ค่อยเห็น ซึ่งเป็นระดับข้อยากโทอิค ผ่านการเก็งแบบ Design ข้อเอง นับร้อยเกือบพันข้อ ) , หรือ ฝรั่งลากเสียง อมเสียงในคอ หดเสียง เสียงขึ้นลง ทำให้ นร. ฟังแล้วปรุงแต่งคิดเพี้ยนเป็นคำอื่น หรือ คิดว่า มีพยางค์เพิ่ม ( มี นร. อาจารย์หลายคนเรียนกับอาจารย์ไม่กี่ชั่วโมง สามารถลด Noise การฟังได้มาก และทำ Part ข้ออย่างน้อย Question Response ได้เกือบเต็ม เพราะ Part นี้ เป็น Part สอง ดูเหมือนง่ายแต่ไม่มีโพยไม่มีคำถาม ไม่มี Choice ในกระดาษของนร. ไม่มีอะไรโชว์ให้เห็นช่วยในการฟัง มันจะเสี่ยงมาก แต่ อาจารย์เกรียง จะโชว์รูปประโยคที่มี Noise การฟัง ขึ้นมา เกือบร้อยข้อ ออกเสียงตามสำเนียงฝรั่งที่มีโอกาสเกิด Noise นร. จะเตรียมตัวก่อนการฟัง เมื่อทดสอบฟังโทอิค เหมือนการสอบจริง นร. อาจารย์เขาจะทำได้ใน Part สอง เกือบหมด ( ว่างๆ จะเรียกมาสัมภาษณ์ เพราะพวกเขาไม่ค่อยชอบเขียนเว็ปบอร์ด ) เช่น ความแตกต่างระหว่าง How does it appear ? กับ How were it appeared ? กับ How is it appeared ? ( ปกติ Linking Verb แบบ คำว่า Appear ไม่ค่อยสื่อสารในรูป Passive Voice เพราะ อาจจะสร้างความกำกวมและไม่จำเป็น ) เสียงของ does กับ is กับ were คล้ายกัน แต่ต่างกัน ต้องใช้เทคนิคลด Noise อาจารย์เกรียงจะช่วยได้มาก
31.2 การปรับความคิดเป็น Zero Based อันนี้สำคัญมาก แท้จริง เทคนิคนี้ควรมาก่อนการกลั้นหายใจ นร. จะไม่สามารถทนฟัง TOEIC ประมาณเกือบชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง หรือ ทนฟัง TOEFL ibt ประมาณ 5 - 8 นาที ในแต่ละข้อ ได้หรอก ถ้านร. มีความคิดกดดันตัวเอง คิดว่า ฉันไม่เก่งภาษา มีคนจับผิดฉัน ต้องรีบฟัง รีบไป รีบสอบ แฟนมารอแล้ว เดี๋ยวเธอด่า อะไรทำนองนี้ สิ่งพวกนี้เป็นสิ่งรบกวนการฟัง หรือ Distraction การแก้ Distraction ต้องปรับความคิดเป็น Zero Based กล่าวคือ มันมีหลายเทคนิค อันหนึ่งที่อาจารย์สอนเด็กบ่อย คือ การปล่อยวาง เช่น คิดว่า เรากำลังอยากเรียนรู้รูปประโยคใหม่ ศัพท์คำใหม่จากการฟัง ไม่รู้ศัพท์วันหลังก็รู้ได้ ไม่ใช่มีใครมาคอยจับผิด นร. หรอก มันจะลดความกดดัน ทำให้ นร. คิดอยากจะฟังเสียงที่มันเป็นจริงๆ มิใช่ฟังเสียงในเสียงที่เราอยากให้เป็น หรือ อยากปรุงแต่งให้เป็น
30. เทคนิคข้อนี้ ต่อยอดจาก เทคนิคการลด Noise การฟังด้วยการกลั้นหายใจ เนื่องจาก ลมหายใจเราเองเป็นสิ่งรบกวนการฟัง หรือ Distraction ตัวสำคัญ จะทำให้นักศึกษาไม่สามารถผ่านอุปสรรคการฟังของภาษาอังกฤษได้ เช่น การลากเสียง , Tonation เสียงขึ้นลง ที่ทำให้นักเรียนมีโอกาสฟังเพี้ยนหรือฟังแล้วมีพยางค์เพิ่ม , การที่ฝรั่งลากเสียงในลำคอ หรือ etc. ปัจจุบัน นักศึกษาของอาจารย์เกรียงสามารถลด Noise ได้หลายคน โดยเฉพาะอาจารย์ต้องให้ฝึก Part Question Response ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะ ถ้านร. ฟังคำถามไม่ได้ ถึงฟัง Choice ออก ทั้งสาม Choice ในข้อสอบ Classic Test ก็ตอบคำถามไม่ได้ นร. ที่ลองกลั้นหายใจฟัง สำหรับคนที่เพิ่มเริ่มฝึกฟัง โดยเฉพาะการกลั้นหายใจ ฟังทั้งข้อ จะทำให้เห็น Noise ของการฟังตัวเอง และ จุดอ่อนการฟังตัวเองหลายด้าน และอาจารย์ก็อธิบาย การเดาตำแหน่งคำในประโยคก่อนฝรั่งพูดหนึ่งตำแหน่งของประโยค หรือ Prediction in advance รวมถึง การเอาโครงสร้างประโยคที่ถูกต้องการตามหลักภาษา ที่ฟังได้จริง มาเทียบกับ ประโยคที่เพี้ยนหรือมี Noise การฟัง ดังนั้น เพียงไม่กี่ชั่วโมงในการฝึกกลั้นหายใจ นร. ของอ. เกรียง มีพัฒนาการขึ้นอย่างมากจริง ๆ
29. จากข้อ 28 เทคนิคการหา Key Word ในประโยคโจทย์ที่ขีดเส้นใต้ หรือ โจทย์ Choice ทุกประโยคที่เป็นโจทย์จะมี Key Word อาจจะมากกว่า 1 คำ ซึ่งเป็นคำที่ไม่ได้ขีดเส้นใต้ หรือ เป็นช่องว่างเติม Choice แต่เป็นคำที่อยู่ในตำแหน่งในประโยคที่นร. ละเลย สถาบันจะสอนหลักการ How To เป็นขั้นตอนเพื่อเทียบ Choice หรือ คำขีดเส้นใต้ กับ Key Word ต่างๆ ในประโยคของโจทย์ ถ้า นร. ใช้ความรู้และขั้นตอน How To มาตอบ จะทำข้อสอบ TOEIC โดยเฉลี่ยได้เร็วกว่า การที่ นร. ใช้ความรู้สึกทำ ถ้านร. ใช้ความรู้สึกมาทำแทนที่จะใช้ความรู้มากเท่าไร นร. ลึกๆ จะทำให้ขาดความมั่นใจในการทำสอบไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะทำให้เกิดการลังเล ทำได้ช้าลง รวมไปถึง มั่วมากขึ้น โอกาสผิดในข้อนั้นจะมากขึ้นตามการมั่ว ดังนั้น How To Step ของอาจารย์ เกรียงในข้อ 29 นี้ จะช่วยทำให้นร.ที่อยู่ในสถาบันสามารถตอบคำถาม Grammar ในโทอิค ได้ โดยเฉลี่ยประมาณ 1 นาที ถึง 1 นาทีสิบห้าวิ เท่านั้น สู้ๆ ทุกคน
28. เทคนิคนี้ อ้างมาจากข้อที่ 23. ขอเปิดเผยเล็กน้อยก่อนว่า ถ้านร. มั่วตอบข้อสอบ มีโอกาสผิดกว่า 70 % ดังนั้น ผู้สอบต้องปรับความคิดให้คิดเป็นระบบ อย่าทำข้อสอบโทอิคประเภทใช้ไสยาศาสตร์ หรือที่เรียกว่า Superstitious ถ้าใช้ความรู้สึกมากกว่าความรู้ที่เป็นระบบ จะทำให้เกิดการลังเล ทำช้า และมั่ว มันจะทำให้ทำผิดและทำไม่ทัน การหัดคิดเป็นขั้นตอนในการหาคำตอบที่ถูก เพราะหนึ่งข้อโทอิคใช้เวลาประมาณ 1.12 นาที ( 100 ข้อหลังที่เป็น Grammar และ ภาคการอ่าน ) เป็นสิ่งที่ดีกว่า ดังนั้น นร. ในสถาบันอาจารย์ทุกคนได้ทราบจุดประสงค์การสอบโทอิคที่แท้จริงแล้ว จริงๆ เขาไม่ได้สอบว่า คุณรู้ Grammar เป๊ะแค่ไหนหรอก แต่ ETS ต้องการทดสอบว่า คุณใช้ไวยากรณ์หรือโครงสร้างประโยคหรือตำแหน่งคำในโครงสร้างประโยค สอดคล้องกับความหมายโดยรวมของประโยค หรือ สอดคล้องกับ คำในตำแหน่งอื่นของประโยคที่ไม่ได้ขีดเส้นใต้ ( Error Recognition ) หรือ ที่ไม่ได้เป็น Choice ใน Sentence Completion ฉะนั้น การจำแบบฝึกหัดหนึ่งเพื่อหวังลมๆแล้งๆ ว่ามันจะออกซ้ำในข้อสอบ Unseen ที่ยากของโทอิคปัจจุบัน มันจึงเป็นความคิดที่ผิด เพราะ ETS หรือ ศูนย์สอบโทอิค จะทดสอบ การใช้ไวยากรณ์ที่เหมาะสมสื่อความหมายของภาษาอังกฤษ มิใช่สอบ การรู้ไวยากรณ์ ( โดยเฉพาะเรื่อง Preposition และ Connecting Word และ Word Choice และ Word Form ออกมากกว่า 50 % ใน Part สอบ Grammar นร. สถาบันอาจารย์เกรียงจะเคร่งมากเรื่องพวกนี้นะครับ )
27. เทคนิคการตัด Choice ภาคการฟัง Short Talk สำหรับ คำถามประเภทถามวิเคราะห์ประเด็น ที่มี Key word ใน Choice อยู่ใน Short Talk ประเภท Key Word เทียบเคียง เช่น ใน Short Talk บอกว่า ประเด็นแรกที่ฝรั่งพูด คือ การที่นักธุรกิจต้องมี Integrity คือ ต้องมีความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา แต่ใน Choice ของคำถาม จะไม่มี Key Word ของ คำว่า Integrity แล้ววิธีอะไร ที่จะเลือก Choice ที่เป็นคำคล้ายหรือเสมือนกับ Key Word ที่เป็นคำว่า Integrity หล่ะครับ
26. อ้างอิงมาจากเทคนิคการจำ Vocabulary ได้เร็ว ได้นาน ได้มาก ( ประมาณ ข้อ 13 ) ด้วยวิธีการทำ Check List ฝืนธรรมชาติสมอง และการลง Code เพื่อให้จำ Vocab เนื่องจาก พระมหาบัณฑิตที่วัดบวรนิเวศ กรุณาถามอาจารย์เรื่องดังกล่าว อาจารย์สรุปว่า ที่บอกว่า สมองไม่ได้ถูกออกแบบให้จำ ดั่ง คอนเซป ของ อ. หนูดี วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง ที่อาจารย์เกรียงก็รู้จัก อ. หนูดี อ. หนูดี ก็รู้จักอาจารย์เกรียงเหมือนกัน ( ทานแบรนด์วันละสองเม็ดจะสมองไบรท์เหมือนอ. หนูดี แล้ว อ. หนูดี เขียน Pocket Book มาสองเล่มด้วย อย่าลืมทานแบรนด์วันละสองเม็ด และ ซื้อหนังสืออ. หนูดีทั้งสองเล่มด้วยนะครับ อ. เกรียงรับประกัน เป็นหนังสือที่ดีจริงและขายดีด้วย ) สมองซีกซ้ายถูกออกแบบให้คิดเป็นเหตุผลขั้นตอน สมองซีกขวาถูกออกแบบให้เป็นคิดสร้างสรรค์ มองภาพรวม และ สร้างมโนทัศน์ ไม่มีสมองซีกใดบอกถึงว่า ถูกมาออกแบบให้จำ สมองถูกออกแบบมาให้ขี้เกียจ แต่ความจำ อย่างคอนเซปของอาจารยหนูดี และ ดร. โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ มันจะเกิดความจำได้ ต้องเกิดความเข้าใจก่อน ความเข้าใจมันจะสร้างใยสมอง และจะทำให้คนเราจดจำได้ มันจะจำเมื่อ คนเราหลับลึกที่สุดในช่วง 20 นาทีสุดท้าย ความจำมันจะเกิดจากข้อมูลที่ไปเก็บในจิตใต้สำนึกต่างหาก มันจึงเป็นไปไม่ได้ ที่นักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัยหลายคนเชื่อแบบกึ่งไสยศาสตร์ว่า เรียนสนุก ลุกนั่งสบาย ไม่ต้องเรียนหรือทำรายงานส่งก็ได้ หรือ นานาในโลกล้วนอนิจจัง ไม่อ่านหนังสือก็ยังสอบได้ อะไรทำนองนี้ รออ่านหนังสือทีเดียวก่อนสอบ 1 ชั่วโมงแล้ว หลอนไปเองว่า จะจำได้หมด แต่ที่จริง พอเข้าห้องสอบ กลับลืมหมด สรุปว่า เทคนิคการลง Code และ ทำ Check List เพื่อจำ Vocab ของอาจารย์เกรียงช่วยนักศึกษาไทยให้จำศัพท์แบบสร้างใยสมองและฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึกนั่นเอง โทรมาหาอาจารย์เกรียงซิครับ
25. เทคนิคประยุกต์หลักการกำหนดตัวรู้และสติประกอบการปรับความคิดเป็น Zero Based เพื่อลด Noise ในการฟัง ประกอบกับ การกลั้นหายใจระยะสั้น อย่างที่อาจารย์เคยกล่าวก่อนหน้านี้ ( เนื่องจากมีผู้เคยผ่านการบวชเรียนมาเรียนกับอาจารย์ ได้ใช้เทคนิค zero based อันนี้แล้วได้ผลในการลด Noise ได้จริง ) อาจารย์มีความยินดีที่จะนิมนต์หลวงพี่ท่านใดมาลองเรียนกับอาจารย์ก็ได้ มากันทั้งวัดได้เลยครับ เพราะสถาบันอาจารย์เกรียงเป็นที่เดียวที่จะรับปัจจัยค่าเรียนไปถวายสร้างโบสถ์ที่วัดเมตตาธรรมทั้งหมด )
24. เทคนิคปูพื้นปรับพื้นเก็งข้อสอบแบบดีไซน์ข้อสอบให้หลากหลายนับร้อย นับพันข้อ Update ตลอดสำหรับคนที่มีเวลาทบทวนนอกห้องน้อย
ปูพื้นฐานปรับพื้นฐานเก็งข้อสอบเจาะคลังข้อสอบแบบเทคนิคเดียวที่ทำให้ คนเวียดนามพูดฟังเขียนภาษาอังกฤษเก่งได้ภายใน 4 ถึง 6 เดือน ซึ่งเรียกว่า Crack Down Study เจาะไปที่และเน้นไปที่รูปแบบโครงสร้างประโยคที่นักเรียนไม่คุ้นไม่เห็น แต่อธิบายรูปแบบโครงสร้างประโยคแบบละเอียดหลากหลาย เพื่อให้เด็กสอบข้อสอบโทอิคระดับข้อยากได้
แต่สามารถอธิบายถึงไวยากรณ์ครอบคลุมเกือบ 20 บทที่โทอิคสอบ ทั้ง Advance Grammar และ Basic Grammar โดยไม่เยิ่นเย้อใช้เวลานานเหมือนเรียน ในมหาวิทยาลัยหรือและ คะแนนโทอิคสูงอยู่ในอันดับต้นของอาเซียน โดย อ. เกรียงคนแรกมาเผยแพร่ในประเทศไทย
24.1 ปูพื้นฐานเจาะไปที่รูปแบบโครงสร้างประโยคที่หลากหลายที่สุด โดยเฉพาะรูปแบบโครงสร้างประโยคและศัพท์ที่ไม่เคยเห็นแต่เป็นระดับ ข้อยากโทอิค ถ้าทำข้อยากโทอิคได้ คะแนนถึงขึ้น
24.2 ปรับพื้นฐาน โดยทบทวนให้นร. ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาตอบแทนที่จะใช้ความรู้สึก เป็นการเก็งรูปแบบโครงสร้างประโยคที่ไม่ค่อยเห็นแต่เป็นข้อสอบระดับยากโทอิค และ คำศัพท์ ตั้งแต่ Word Choice , Word Form ที่หลากหลายที่สุดและละเอียดที่สุดในประเทศไทย ( กล้าพูดว่า รวบรวม ออกแบบ ดีไซน์ ที่เป็นการเก็งข้อสอบรูปแบบประโยคและศัพท์มากสุดในประเทศไทย ) เหมาะกับคนทำงานหรือนักศึกษาที่มีเวลาทบทวนนอกห้องน้อยมาก อ. จะ Design ข้อสอบโทอิคให้เป็นระดับข้อยากและเก็งโครงสร้างประโยคและศัพท์ที่ไม่เคยเห็นแต่ออกสอบจริง ระดับร้อยข้อและกำลังพัฒนาสู่มากกว่าพันข้อในไม่ช้า
ถือว่า เป็นการทดสอบนักเรียนในสถาบันทุกทุก สามสิบนาที โดยไม่ช่วงทดสอบเป็นการปั๊มชั่วโมงเรียน ทุกคาบขณะเรียนจะมีการสอบย่อย TOEIC จับเวลาจริงทุก 30 นาที เพื่อค้นหาจุดอ่อน ของนร. ให้เร็วที่สุด เพื่อพัฒนาปรับปรุงแก้ไขได้ตรงจุดทันที และ ให้ชีทข้อสอบเก่าในคลังข้อสอบทุกคาบ หรือ ชีตเพิ่มเติมให้ทุกคาบ
โดยเฉพาะทบทวนบนกระดานแบบมากที่สุดในประเทศไทย นับร้อยนับพันข้อ แบบ Update เรื่อยๆ ไม่ได้ลอกมาจากไหนและไม่ได้หากินของเก่า ( หมายเหตุ : ดัดแปลง จาก คลังข้อสอบโทอิค , จากยูบีซี , จากนิตยสารต่างประเทศ , และ หนังฮอลีวู้ดบางเรื่อง ) ในรูปแบบขีดเส้นใต้ Error และ Choice 4 ตัว รวมถึง Cloze Test ในข้อสอบระบบใหม่โทอิค โดยปรับพื้นทบทวน Design ข้อระดับยากโทอิคให้ทำเรื่อยๆ ไม่ซ้ำข้อ Update เรื่อยๆ โดยเฉพาะ การทดสอบ Preposition และ Connecting Word และ Word Choice Word Form ที่มีออกสอบกว่า 40 % ในข้อสอบโทอิค เพื่อประโยชน์กับนร.สูงสุด
24.3 เจาะคลังข้อสอบส่วนโครงสร้างประโยค และ ทดสอบการฟังทั้ง 4 Part และ Reading ระดับข้อยาก ปานกลาง ง่าย ด้วยเทคนิคนอกตำรา > 100 รูปแบบ ผสมกับ เทคนิคภาษาศาสตร์ที่เดียวในประเทศไทย
23. How To 6 Step เทคนิคการทำข้อสอบข้อยากในชุดโทอิค ได้แก่ การหาความสอดคล้องของตัวเลือกหรือที่ขีดเส้นใต้ กับ ความหมายโดยรวมประโยคในโจทย์นั้น หรือ Coherence & Agreement / การตัด Choice ที่เป็นศัพท์ Word Choice , Word Form ที่ไม่สอดคล้องกับ ความหมายโดยรวมประโยค อย่างต่ำสาม Choice จาก 4 Choice / การหา Agreement ของ Choice กับ ส่วนประกอบอื่นในประโยค ในเรื่องของ Tense , Time Sequence , Pronoun Reference , etc. หมายเหตุ : อาจารย์เกรียงศักดิ์ มี สองในแปดเล่มในชุดตำราที่รวบรวม Word Choice และ Word Form เยอะที่สุดในประเทศไทย ด้วยราคาที่ถูกที่สุดในประเทศไทย
22. เทคนิคการลด Noise ในการฟัง หรือ ลดการปรุงแต่งเสียง ที่ได้ยินเป็นคำอื่นที่เพี้ยนหรือเบี่ยงเบน เช่น They were paying for maintenance operation cost ( หมายเหตุ : ฝรั่งพูดเร็วๆ ทำให้ คนไทยฟังจะคล้ายว่า เด ออล เพย์อิ่ง ฟอร์ เมทเน้นซ์ ซอฟเปอร์เรชั่น คอส :: คนไทย ก็เลย เข้าใจผิดว่า เป็น เด ออล เพย์อิ่ง หรือ They all paying ซึ่งผิดหลักโครงสร้างประโยคทางภาษาศาสตร์ )
เทคนิคที่น่าสนใจที่สอนนักศึกษาสถาบันได้ผล เพียงไม่ถึง 4 ชั่วโมง นักศึกษาอาจารย์ก็สามารถถอดประโยคสดๆ จาก การฟัง Short Talk ภาคที่สี่ของ Listening สอบโทอิค ออกมาเป็นประโยคแทบจะทั้งหมดบนกระดานพร้อมกับอาจารย์ได้ เทคนิคดังกล่าวได้แก่
22.1 การกลั้นหายใจในระยะสั้น เพื่อลดสิ่งรบกวนสมาธิ หรือ Distraction ทำให้ลด Noise การฟังปรุงแต่งไปเองได้บางส่วน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในประสาทหูภายในเราอ หรือ Internal Earing Factor
22.2 เทคนิคการฝึกเพื่อลด Noise ภายนอกประสาทหูเรา หรือ External Earing Factor เช่น การเข้าใจธรรมชาติของการลากเสียงของฝรั่ง / เสียงขึ้นลงกระทันหันในบางคำทำให้คนไทยฟังแล้วเกิดเสียง พยางค์เพิ่มขึ้นแบบหลอนไปเอง เช่น How much gas did you take ? ( ฝรั่งพูดเร็วๆ จะเป็น ฮาว มัช ชื่อ แกส ดิด ยู เทค ) ทำให้คนไทยหลอนคิดว่าเป็น How much of gas บ้าง How much of your gas บ้างเป็นต้น
22.3 เมื่อโสตประสาทการฟังภาษาอังกฤษพัฒนาพร้อมกับมีความรู้รูปแบบโครงสร้างประโยคที่หลากหลายมากเพียงพอ ยิ่งเจอรูปแบบประโยคที่ไม่เคยเห็น ยิ่งพัฒนาโสตการฟังได้ ท้ายสุด จะเข้าสู่ขั้น การพัฒนาเทคนิคการเดาตำแหน่งโครงสร้างประโยคก่อนฝรั่งพูด 1 วินาที หรือที่เรียกว่า Prediction in Advance ได้
21. เทคนิคเทียบ Key Word ในโจทย์คำถามทั้ง Part การฟังทุกภาค และ Part การอ่าน โดย เทคนิคเทียบ Key Word แตกต่างกันเป็นกว่าสิบรูปแบบ เพื่อเตรียมพร้อมกับการตัด Choice มิใช่การลักไก่ แต่เทคนิคที่ได้ผลและไม่เสี่ยงเหมือนกับการลักไก่ลมๆแล้งๆ เช่น
21.1 เทียบ Key Word ในทุก Choice ตั้งแต่ตำแหน่งประธาน ภาคแสดง ส่วนเติมเต็ม และ ส่วนขยาย เตรียมตัวก่อนก่อนฟงเสียงเทปฝรั่งพูด ประมาณ 10 วินาที เพื่อทำสอบส่วน Short Conversation , Short Talk ของการฟัง
21.2 เทียบ Key Word ในทุก Choice ถามระดับบทความใน Reading แบบ ยาก ปานกลาง ง่าย ในภาค Reading ข้อสอบโทอิค เพื่อลดขั้นตอนในการหาคำตอบ Choice ที่ถูกต้อง
20. วิธีการใช้เนื้อความบทความบางส่วน ใช้เดาความหมายคำศัพท์ Unseen หรือ ที่เกิดมาก็ไม่เคยเห็น ให้ได้ความหมายใกล้เคียงสุด และ เทียบ Key Word ใน Choice เพื่อหาคำตอบ ด้วยเทคนิคการหา บรรทัดในบทความเพื่ออ้างอิงการเลือก Choice ที่เป็นคำตอบ เพื่อลดอัตราการ Reread บทความให้ได้มากที่สุด
19. การใช้หลักภาษาศาสตร์ เดาตำแหน่งคำในโครงสร้างประโยค สอดคล้อง กับ บริบทรอบข้าง หรือ Agreement ทั้ง Tense , Parallelism , Pronoun , Active & Passive in Meaning , etc. เพื่อสอบโทอิค ส่วน Error Recognition และ Sentence Completion
18. วิธีทำให้กล้าเดาตำแหน่งคำในประโยค หรือ เสียงคำที่ฟัง โดยเทคนิคฟังตาม เสียงพูดตามเสียง และ เทคนิคผสมผสานระหว่าง การฟังแบบ Follow up แบบ กรอเทปกลับ หรือ ฝึกฟังแบบ Non Stop โดยใช้ทั้ง CD ซึ่งพัฒนาสู่ เทคนิค Prediction in Advance คือ การเดาตำแหน่งโครงสร้างประโยคก่อนฝรั่งพูด น้อยกว่า 1 วินาที
17. การเทียบ Key Word เพื่อตัด Choice หา Choice ที่ถูกใน Reading โดย เทคนิคช่วยให้กล้าสรุปประเด็น หรือ Topic Sentence ในบทความ ระบุตำแหน่งบรรทัดในบทความ ซึ่งเป็นคำตอบ Reading เพื่อลดระยะเวลา การ Reread ของบทความ
16. หลักพิจารณาภาษาศาสตร์ Redundancy , Ambiguity , Wordiness เพื่อวิเคราะห์ข้อสอบข้อยากของโทอิค ส่วน Sentence Completion , Error Recognition
15. ในส่วน Reading Comprehension เทคนิคการตัด Choice , Skimming , Scanning , การเดา Vocab ด้วยบริบทรอบข้าง เพิ่มคะแนนสอบ Reading Comprehension ของ TOEIC
14. เทคนิคการตัด Choice ที่มีประสิทธิภาพแบบไม่ต้องเสียงประเภทลักไก่ ตัด Choice ทั้ง Listening และ Reading ในรูปแบบมากกว่าสิบรูปแบบ
13. เทคนิคการเพิ่มคำศัพท์ในสมอง ได้มาก ได้นาน ได้เร็ว ด้วยเทคนิค การลง Code Vocab , การจับกล่มคำเเหมือน , การทำ Check List จำคำศัพท์ฝืนความขี้เกียจของสมอง โดย มีเทคนิคสอนให้จำคำศัพท์ได้เป็นพันเป็นหมื่นคำ ด้วยเทคนิคทำให้จำได้นาน ได้เร็ว และ ได้มาก
หมายเหตุ : และอื่นๆ อีกที่มีมากกว่า 100 เทคนิค
12. ติวเตอร์สอบเองทุกเดือน จึงทำให้มีเทคนิคนอกตำราทำสอบให้ทันหรือเสร็จก่อนเวลา ได้ถึง 10 นาที กับการสอบ TOEIC
11. เนื่องจาก อาจารย์มีระบบการสอนจบแต่ละบทในตัว ในแต่ละคาบ คนที่มาทีหลังก๊วนคนอื่น หรือ ไม่มาเรียน วันดี ค่อยกลับมา ก็จะไม่กระทบกับนักเรียนคนอื่นในก๊วนที่เรียนไปแล้ว จะสอนให้จบแต่ละบทไวยากรณ์ในแต่ละคาบ คนที่ไม่มาเรียนจะได้เก็บตกได้ภายหลัง ไม่ต้องให้คนในก๊วนเดิมมาเรียนย้อนหลัง หรือ ถ้านร. เก่าเรียนย้อนหลังจะไม่นับชั่วโมงเสียค่าเรียน นร. คนไหนที่สนใจทดลองเรียนฟรีกับก๊วนที่ลงเรียนจริงแล้วได้ทุกเมื่อ ถ้าเรียนไม่ต่อเนื่อง เก็บตกได้ ตามบทเรียนทัน
10. ระบบการสอนแต่ละเรื่องไวยากรณ์ โครงสร้างประโยค Crack Down Study การฟัง การอ่าน Vocab จบในตอน โดยที่ เริ่มต้นปูพื้นฐานไวยากรณ์โครงสร้างประโยคแบบ Crack Down Study ( วิธีนี้จะเขียนบนกระดานมากกว่าอาจารย์หรือติวเตอร์ที่สอนโดยทั่วไป เพราะรูปแบบโครงสร้างประโยคจะเยอะมากนับร้อยหรืออาจจะเป็นพัน ) เสริมด้วยการปรับพื้นฐานซ้ำแล้วเก็งข้อสอบรูปแบบประโยคและศัพท์เขียนบนกระดานแบบหลากหลาย Update ระดับข้อยากโทอิค โดยหวังว่าให้นร. ได้ทบทวน โดยใช้ความรู้ทำ มิใช่ใช้ความรู้สึกทำเพียงอย่างเดียว ( สอบโทอิคแล้วใช้ความรู้สึกตอบ ผิดไปแล้วกว่า 70 % โดยสถิติ )
9. เป็นสถาบันเดียวที่มีตัวอย่าง CD ที่ช่วยพัฒนาทักษะการสอบด้านการฟังโทอิค แบบการฝึก Scan คำที่ฟัง คือ เดาคำจากเสียงที่ฟังแต่ละเสียง ให้ได้มากกว่า 10 คำใน 5 วินาที
8. อาจารย์เกรียงสอนสดทุกคาบแบบสื่อสารสองทาง ( ในอนาคตจะใช้ระบบไอทีไม่ว่าจะสอดสดที่ใดในโลกจะพยายามใช้ระบบไอที )
7. สถาบันช่วยแต่ง Resume สมัครงานเป็นภาษาอังกฤษให้ภายหลังจากการเรียนและสอบ Pretest กับสถาบัน โดยอาจารย์เป็นผู้แต่ง Pocket Book Best Seller เล่มเดียวในประเทศไทย ที่พูดถึงกลยุทธ์การสมัครงานสัมภาษณ์งานที่มากสุด ชื่อว่า "213 วิธี สมัครงาน สัมภาษณ์งาน" ของสำนักพิมพ์จุฬา เป็น Resume ที่ทำให้ถูกเรียกสมัครงานใน 1 สัปดาห์มากกว่า 10 ครั้ง
6.คอร์สถูกและคุ้มค่าสุดในประเทศไทย เมื่อเทียบกับได้ตำรา 8 เล่ม ชีตเพิ่มเติมทุกคาบ ใช้หลักวิชาการทางภาษาศาสตร์เพื่อทำสอบ ข้อสอบ TOEIC ทั้งสองแบบ คือ แบบเก่า Classic TOEIC ( แบบไม่ยาก ) และ แบบ Redesigned Test ( แบบยากขึ้น ) สอนกลุ่มเล็กเพื่อสัมฤทธิ์ผลด้านการสอนโดยเฉพาะ Listening ต้องจี้ทีละคนมันดีกว่า สอนกลุ่มใหญ่ เพราะแค่เสียงคุยก็กลบเสียงเทปที่ใช้ฝึก Listening แล้ว
5. ให้คำปรึกษาฟรีกับหลักสูตรภาษาอังกฤษระดับปอตรีในทุกสถาบันการศึกษา ถ้า นร. สถาบันคนไหน สอบไม่ถึง 650 คะแนน เรียนต่อตลอดชีวิต
4. ติวเตอร์สอบเองทำให้สามารถออกแบบข้อสอบ Pretest เหมือนข้อสอบ TOEIC ระดับชุดยาก ได้ โดยไม่เหมือนบางสถาบันที่เอาข้อสอบเมืองนอกมาเป็น Pretest แต่ยังเป็นข้อสอบง่ายอยู่ นร. ลงเรียนคอร์สจะได้สอบ Pretest TOEIC ฟรี
3. อ้างอิงการสอนตามมาตรฐานระดับโลก คือ เคมบริดจ์ และ ทอมป์สัน
2. พาไปสอบ TOEIC ด้วยตัวอาจารย์เอง พาไปเป็นก๊วน ติวก่อนเข้าห้องสอบจริง เพื่อเสริมความมั่นใจ
1. จากประสบการณ์กว่า 20 ปี ของอาจารย์ ขอตั้งข้อสังเกตว่า ทำไม คนเวียดนามพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ สอบ TOEIC ได้สบาย แบบ Save เงิน Save เวลา แต่คนไทย ยิ่งเรียน ยิ่งเสียเงิน ยิ่งแพง ยิ่งสอบ TOEIC ไม่ได้ยิ่งประเภทคอร์สเสียเป็นหมื่น บางคนเสียเงินเป็นแสน จะพูดฟังอ่านเขียน ภาษาอังกฤษไม่ได้ก็ไม่สนใจ ขอให้เพียงคนอื่นรู้ว่า ฉันเรียนภาษาอังกฤษ แต่คนเวียดนาม กล้าเรียนรู้ กล้าลงมือทำ กล้าผิด กล้าปรับปรุง ยิ่งผิด ยิ่งชอบ ยิ่งผิดยิ่งปรับปรุง ไม่เหมือนคนไทยหลายคน จะลงมือกล้าฝึกกล้าทำกล้าทบทวน ต้องรอสภาพแวดล้อมหรือระยะเวลาให้สุกงอมก่อน รอความคาดหวังความสมบูรณ์แบบ ในเพียงครั้งแรกและครั้งเดียว หรือเรียกว่า Perfect at first time at once แล้วในโลกนี้ การรอลงมือทำเพียงครั้งเดียวโดยไม่คิดทบทวนหรือปรับปรุง พัฒนาไปเรื่อยๆ แล้วคาดหวังมากเกินไป มันจะสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้จริงหรือไม่ นี่คือ คำถามของนักเรียนไทย แล้วทำไม นร. ไทย จะเลิกค่านิยมเก่า เสียเงินเรียนแพง แต่ยังไงก็สอบไม่ได้ ถึงสอบได้ ก็ใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานจริงไม่ได้ ดังนั้น วิธีการสอนภาษาอังกฤษที่อาจารย์ได้ทดลองมานับสิบปีที่ทำให้คนไทยเทียบเท่าคนเวียดนาม และพัฒนาได้ตรงจุดสำหรับคนเอเชีย คือ Crack Down Study
&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&
|